บทที่เจ็ด ปราชญ์ “หยางจู” ในหนังสือ “ตูน ปรัชญาเต๋า” (ไช่จื้อจง เขียน สุรัติ ปรีชาธรรม โชติช่วง นาดอน แปล) เริ่มต้นว่า หยางจูร่ำเรียนกับเหลาจื่อ คนทั่วไปมักเข้าใจเขาเป็นนักลัทธิเต๋า แต่ความจริงหลักสอนหยางจูต่างกับลัทธิเต๋าต่างกันแค่ไหน อย่างไร อ่านเรื่อง ชื่อเสียงไม่ใช่ของจริง ของจริงไม่มีชื่อเสียง ต่อไปนี้วันหนึ่งผู้แซ่เหมิงถามว่า “ทำไมคนเรามักกระหายแต่ชื่อเสียง” หยางจูตอบว่า “พอมีชื่อเสียงแล้ว ความร่ำรวยก็ตามมา” ผู้แซ่เหมิงถามต่อ “ทำไมคนร่ำรวยแล้วจึงไม่รู้จักพอ...”คำตอบจากหยางจู “เมื่อร่ำรวยแล้ว อยากได้ยศศักดิ์อีกไงเล่า!”คนแซ่เหมิงรำพึง “แต่คนสูงศักดิ์ก็มักไม่รู้จักพอ” หยางจู ว่า “คนสูงศักดิ์แล้ว ก็ต้องเตรียมตัวไว้สำหรับตอนตาย”“ตายแล้วก็แล้วกัน ต้องไปคิดเตรียมอะไรด้วย” “อ้าว ก็ตระเตรียมเอาไว้ให้ลูกหลาน” “ชื่อเสียงมีประโยชน์ให้ลูกหลานยังไง?” “ทำให้ลูกหลานได้รับความเคารพนับถือ”ถามตอบกันมาถึงตอนนี้ หยางจูก็แนะวิธีการมีชื่อเสียง “ภายนอกต้องดูสมถะ ไม่โลภมาก ฉะนั้นก็จึงดูยากจน แล้วก็จะได้ชื่อเสียงในแง่สมถะมักน้อย”“ผู้แสวงชื่อเสียงต้องน้อมใจถ่อมถอย จึงอยู่อย่างต่ำต้อย เพราะอยู่อย่างต่ำต้อย จึงมีชื่อเสียง ในแง่ถ่อมตัวไม่ทะเยอทะยาน”หยางจูยกตัวอย่าง เมื่อก่วนจงเป็นสมุหนายกแคว้นฉีองค์ราชากับสมุหนายกมีนิสัยคล้ายกันคือฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยาน แคว้นฉีจึงเติบใหญ่เข้มแข็งเป็นประมุขเหนือแคว้นต่างๆแต่ครั้นตายไป เขาก็เหลือแต่ชื่อเสียงอันว่างเปล่าจอมปลอมเมื่อเถียนเหิงเป็นสมุหนายกแคว้นฉีนั้น องค์ราชันหยิ่งผยอง แต่เถียนเหิงถ่อมถอย องค์ราชันรีดนาทาเร้นจากราษฎร แต่เถียนเหิงเผื่อแผ่บุญคุณช่วยเหลือราษฎร ราษฎรจึงจงรักภักดีเถียนเหิงลูกหลานวงศ์ตระกูลจึงได้รับความเคารพรักจากคำสอนนี้ หยางจูนำไปสู่คำสอนข้อใหม่ “คนร่ำรวยที่แท้จริง ดูภายนอกจะเหมือนยากจน ส่วนคนที่ภายนอกดูร่ำรวยนั้น ที่แท้ช่างแสนยากจน ของจริงไม่มีชื่อเสียง มีชื่อเสียงไม่ใช่ของจริง”ชื่อเสียงเป็นเพียงเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น“พระเจ้าเหยา” แกล้งกล่าวมอบแผ่นดินนี้ให้สวี่โหยว (สี่อิ้วล้างหู) ดูราวกับว่า พระเจ้าเหยาได้ชื่อเสียงดีเหลือเกินทั้งๆที่ท่านไม่ได้เสียแผ่นดินไปซักกะหน่อยเลยกูจู๋จวิ่นยกราชสมบัติให้ป๋ออี๋กับซูฉี สองคนนั้นจึงหลบหนีไป แล้วในที่สุดก็ต้องอดตายอยู่แถบดอยโส่วหยาง ทั้งสองมิได้คิดดอกว่าจะได้ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ในภายหลังคุยกันมายืดยาว ในที่สุดหยางจูผู้ปราชญ์ ก็มีบทสรุปให้คนแซ่เหมิง “จะจำแนกจริงแท้ จอมปลอม ต้องมองอย่างนี้...”“โลกนี้ไม่มีเรื่องใดพร้อมสมบูรณ์ทุกด้าน เมื่อมีส่วนได้รับก็ต้องมีส่วนหนึ่งเสียไป ปรารถนาจะเข้าถึงแก่นเที่ยงแท้ ก็อย่าหลงชื่อเสียงหากต้องการชื่อเสียง ก็ต้องยอมสูญเสียความผาสุกที่แท้แห่งแก่นสัจธรรม”อ่านเรื่องนี้จบ ผมขอสารภาพ อ่านเรื่องของผู้รู้จีนระดับ “จื่อ” มาก็มากมายหลายคน เพิ่งเจอเรื่องของ “หยางจู” เรื่องเดียว...ทั้งอึ้งทั้งทึ่งทั้งซึ้ง จนตั้งใจจะหามาเล่าต่อไปทุกครั้งที่อ่านเจอ.กิเลน ประลองเชิง