การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตือนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ให้ระวังโรคที่จะตามมาสร้างความเสียหายต่อยางพาราในช่วงฤดูฝนโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา ระยะแรกใบจะเป็นรอยสีเหลืองกลม ต่อมาจะเป็นลักษณะช้ำดำกลมขนาดใหญ่ และเนื้อเยื่อเปลี่ยนเป็นแห้งสีน้ำตาลซีด แผลเรียบโครงสร้างเนื้อเยื่อใบที่เป็นแผลแห้งยังคงสมบูรณ์ รอบแผลไม่มีสีเหลืองล้อมรอบ ใบเหลืองและร่วงอย่างรวดเร็ว และใบยางที่ร่วงแห้งอยู่บนพื้นดิน จะเห็นลักษณะแผลกลมซีดขาวขนาดใหญ่ โรคนี้ทำลายใบแก่ทุกช่วงอายุยาง หากเป็นต้นยางเล็กที่เป็นรุนแรงอาจทำให้ต้นยางตายอย่างรวดเร็วหากพบโรคนี้ ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กยท. แนะนำ...กรณีต้นยางเล็กให้รีบกำจัดใบที่เป็นโรค เก็บใส่ถุง นำไป เผาในถังปิด และฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน เช่น โพรพิโคนาโซล+ไดฟิโนโคนาโซล, โพรพิโนโคนาโซล, เฮกซะโคนาโซล หรือคาร์เบนดาซิม อย่างน้อยทุก 15-30 วันกรณียางต้นใหญ่ให้ใช้สารดังกล่าวฉีดพ่นด้วยเครื่องฉีดพ่นแรงดันสูง โดรน หรือแอร์บล๊าส ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน อย่างน้อยทุก 1-1.5 เดือน และหมั่นกำจัดวัชพืชในสวนยางให้เตียนโล่งอยู่เสมอเพื่อลดแหล่งแพร่เชื้อ พร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงสวนยางสม่ำเสมอเพื่อให้ต้นยางเจริญแข็งแรงโรครากขาว เกิดได้ตั้งแต่เริ่มปลูก มีอาการใบเหลืองและทิ้งใบคล้ายโรคใบร่วง แต่ถ้าขุดลงไปที่ราก จะเห็นเป็นสีขาว หากไม่มีการจัดการจะทำให้ต้นยางตายเพิ่มขึ้น การจัดการช่วงเตรียมแปลงปลูก ควรกำจัดตอไม้/รากไม้ออกจากแปลงปลูกให้มากที่สุด ไถหน้าดินตากแดดเพื่อให้แหล่งเชื้อย่อยสลาย และลดเชื้อที่อยู่ในดินสวนยางเก่าเคยเป็นโรคชนิดนี้มาก่อน ก่อนปลูกใหม่ให้ผสมกำมะถันผง 100-200 กรัมกับดินปลูก ต่อ 1 หลุมปลูก ทิ้งไว้ในหลุมก่อนปลูกอย่างน้อย 15 วัน หรือใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ผสมดินในอัตรา 200-300 กรัม โรยและกลบรอบต้นตามแนวทรงพุ่ม 4 เดือน/ครั้ง ในช่วงที่มีความชื้น 1-3 ปีแรกการจัดการโรครากขาวหลังการปลูก ควรตรวจสอบต้นยางสม่ำเสมอ หากพบต้นเป็นโรคให้กำจัดออกหรือรักษาตามอาการ ต้นที่เป็นอาการใบเหลืองและตายให้ตัดต้นขุดรากออก ต้นยางที่แสดงอาการเล็กน้อยและต้นใกล้เคียงต้นเป็นโรคใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรากลุ่มไตรอะโซลส์ (triazoles) ผสมน้ำราดบริเวณโคนต้น หรือในคูที่ขุดล้อมบริเวณที่เป็นโรค.สะ–เล–เต