ก้าวสู่ปีที่ 81 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง “บิ๊กก้อง” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นายพลหนุ่มไฟแรง เปิดอาณาจักรตำรวจสอบสวนกลาง โชว์ศักยภาพทั้งด้านบริการประชาชน และศูนย์บริหารจัดการเหตุการณ์รุนแรง หรือสถานการณ์วิกฤติ และศูนย์ควบคุมสั่งการวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จัดพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ครบรอบ 81 ปี ณ ที่ตั้งแห่งใหม่ ด้านหลังอาคารกองบังคับการปราบปราม ช่วงเช้าจัดพิธีสงฆ์ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรธิดาตำรวจ บช.ก. ช่วงบ่าย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เดินทางมาเป็นประธานพิธี พร้อมเยี่ยมชมอาณาจักรตำรวจสอบสวนกลางเริ่มจากศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มี 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ที่เปิดรับแจ้งความทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมสาธิตการรับแจ้งความทางออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังแวะทดสอบยิงปืนที่สนามยิงปืนชัยจินดาอีกด้วยสำหรับไฮไลต์การเยี่ยมชมครั้งนี้ อยู่ที่ ศูนย์บริหารจัดการเหตุการณ์รุนแรง หรือสถานการณ์วิกฤติ (Real-Time Crime Center) และศูนย์ควบคุมสั่งการ หรือ Command Control Operations Center (CCOC) แหล่งรวบรวมข้อมูลชั้นสูงทุกด้าน (BIG DATA) พร้อมสาธิตสถานการณ์เหตุอาชญากรรมเสมือนจริงผ่านศูนย์ ccoc แบบเรียลไทม์ ในหลายๆ เหตุการณ์ จน พล.ต.อ.สุวัฒน์ถึงกับเอ่ยปากชมว่าสมกับเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพสูง เป็นที่ศรัทธา ยอมรับของประชาชนทั่วไปโดยแท้ พล.ต.ท.จิรภพเผยว่า เดิมทีอาคาร บช.ก. ตั้งอยู่ที่เมืองทองธานี แต่ได้ทำเรื่องสลับสับเปลี่ยนที่ตั้งกับ บช.สตม.จนได้มาอยู่ที่ด้านหลังกองปราบปราม ด้วยจุดประสงค์หลัก คือ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ทั้งเรื่องการรวมศูนย์แจ้งความ ส่วนใหญ่ผู้แจ้งมาจากหลายๆ ที่ หลายกลุ่มหลายคน แต่เมื่อมาแจ้ง ความแล้วกลับถูกผลักไสให้ไปแจ้งกับหน่วยอื่นซึ่งอยู่คนละสถานที่ ทำให้เสียเวลา เสียกำลังทรัพย์ เกิดความเหนื่อยหน่าย ไม่มั่นใจกับการทำงานของตำรวจ“แต่หลังจากนี้เมื่อ 6 หน่วยงานเฉพาะทาง มารวมอยู่ที่เดียวกันแล้ว การทำงานแบบโยนกันไปมาจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะจะมีรองผู้บังคับการของแต่ละหน่วย คอยสลับเข้าเวรดูแลตัดสินว่า เรื่องที่ประชาชนมาแจ้งเข้าหน้างานของหน่วยไหน จะทำให้ปัญหาไม่รับแจ้งความนี้หมดไป” บิ๊กก้องระบุ อีกเรื่องคือความคล่องตัวในการทำงาน เช่น การรวมกำลังคน หยิบยืมเครื่องมืออาวุธยุทโธปกรณ์ รถลาม้าใช้ ถ้าหน่วยไหนมีคดีสำคัญต้องใช้กำลังคน เครื่องมือ อาวุธ หรือขอ “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หนุมานกองปราบ” ไปสนับสนุน สามารถทำได้เลยไม่ต้องเสียเวลา เพราะทั้งหมดอยู่ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอยู่แล้ว มีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกัน รวมทั้งหลายคดีที่มาแจ้งหน่วยต่างๆ เมื่อตรวจพบว่าคดีมีแตกแยกออกไปตามหน้างานของหน่วยไหน สามารถขยายผลร่วมกันได้ทันที“ต่อไปตำรวจสอบสวนกลางจะเป็นที่พึ่งของประชาชนโดยแท้ ด้วยการทำงานที่ไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ไม่ทำผิดให้เป็นถูก ทำถูกให้เป็นผิด ภายใต้วิสัยทัศน์ “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน” ผบช.ก.ยืนยันหนักแน่น.ทีมข่าวอาชญากรรม