นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้หารือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่นำโดย พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. และผู้ให้บริการมือถือทุกราย ได้แก่ เอไอเอส ทรู ดีแทค และ NT เกี่ยวกับแนวทางการป้องกันปัญหาคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยที่ประชุมได้หารือถึงวิธีการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ว่ามีการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต (โทรผ่าน VoIP) จากต่างประเทศเข้ามายังที่เบอร์โทรศัพท์ของประชาชนในประเทศไทย ด้วยวิธีการดังกล่าวมิจฉาชีพสามารถเลือกได้เลยว่าจะให้เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอผู้รับขึ้นเป็นเบอร์อะไร ส่วนใหญ่จะตั้งให้เป็นเบอร์โทรของหน่วยงานภาครัฐ เช่น สถานีตำรวจ ปปส. DSI เพื่อให้ผู้รับเข้าใจผิดและหลงเชื่อ ให้ข้อมูลหรือโอนเงินตามคำหลอกลวงนั้น“สำนักงาน กสทช.ได้กำชับให้ผู้ให้บริการมือถือต่อสาย VoIP ไปยังปลายทาง (Call Termination) ตรวจสอบการโทร.ที่มาจากต่างประเทศ หากเบอร์ที่โทร.มานั้นมีรูปแบบเป็นเบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์พิเศษ 3 หลัก หรือเบอร์พิเศษ 4 หลักของประเทศไทย ให้ตัดสายเพื่อไม่ให้ส่งต่อการโทร.นั้นไปยังปลายทางในประเทศไทย และให้ผู้ให้บริการต่อสาย VoIP ไปยังปลายทาง (Call Termination) ให้ต้องแสดงเบอร์โครงข่ายของตนเองหรือโครงข่ายที่ตนเองเช่าใช้เท่านั้น รวมทั้งหากพบว่ามีการโทร.เข้าโดยส่งเบอร์แปลกปลอมที่ไม่ใช่เบอร์ของตนเองเข้ามาให้ตัดสายนั้นทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการปลอมแปลงเบอร์โทรเข้ามา ขณะเดียวกันก็อยากขอให้ประชาชนระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโทรศัพท์ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน”.