ต้องถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อ Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จีนประกาศเมื่อวันพุธ จะเข้ามาลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลใหม่ (new data center) ในประเทศไทย และ เกาหลีใต้ ในปีหน้า 2022 เพื่อขยายธุรกิจคลาวน์ในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เพื่อแข่งกับบริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐฯอย่าง Amezon Microsoft งานนี้ผมเชื่อว่า ผู้นำจีนกำลังขยายสงครามการค้าและเทคโนโลยีจากรัฐบาลต่อรัฐบาลไปสู่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่เอกชน ที่พอฟัดพอเหวี่ยงกันมีการวิเคราะห์กันว่า ในอนาคตสงครามเทคโนโลยีระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯ อาจส่งผลให้เกิด มาตรฐานเทคโนโลยี 2 ระบบขึ้นในโลก ก็เป็นไปได้วันเดียวกับที่อาลีบาบาประกาศจะเปิดดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ในไทยและเกาหลีใต้ (พุธ 18 ต.ค.) ก็มีข่าวการปรากฏตัวของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba Group ที่ถูก ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำจีนเล่นงานเสียงอมพระราม เพราะไปวิจารณ์นโยบายการเงินของจีนว่าล้าหลัง เดินทางไปพักผ่อนที่สเปน พร้อมเพื่อนมหาเศรษฐีชาวจีนในวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ นสพ.เซ้าท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ของอาลีบาบา ได้รายงานในวันเดียวกันว่า หม่าไปสเปน เพื่อศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการเกษตร ไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนการปรากฏตัวของ แจ็ค หม่า ครั้งนี้ส่งผลให้ ราคาหุ้นอาลีบาบา ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก พุ่งขึ้นไปกว่า 9% ปิดที่ราคาหุ้นละ 177 ดอลลาร์ ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ราคาหุ้นอาลีบาบาเพิ่มขึ้นไปถึง 30% แล้ว แต่ก็ยังตํ่ากว่าราคาสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วถึง 35% มาร์เกตแคปอาลีบาบาวันนี้อยู่ที่ 411,118 ล้านดอลลาร์ 15.87 ล้านล้านบาท เกือบเท่าจีดีพีประเทศไทยก่อนที่ แจ็ค หม่า จะปรากฏตัวหนึ่งวัน อาลีบาบาได้เปิดตัวชิปประมวลผลตัวใหม่ ชื่อ Yitian 710 เพื่อนำไปใช้กับเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ Panjiu ในธุรกิจ Cloud Computing ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรมหาศาลให้กับ กูเกิล ไมโครซอฟต์ และ อะเมซอน ของสหรัฐฯ เซิร์ฟเวอร์รุ่นล่าสุดของอาลีบาบาตัวนี้ถูกออกแบบให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการบริหารจัดเก็บข้อมูลและบริการต่างๆการเปิดตัว ชิปปัญญาประดิษฐ์ของอาลีบาบา ครั้งนี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกับ หัวเว่ย ที่ได้ออกแบบ ชิปสมาร์ทโฟนของตัวเอง หลังจากที่ถูกต่อต้านจากสหรัฐฯอย่างหนัก บริษัทไป่ตู้ ของจีนก็ได้มีการระดมทุนเพื่อ ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ของตัวเอง แยกตัวออกไปจากไป่ตู้ เพื่อให้จีนสามารถพึ่งพาเทคโนโลยีของตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯก่อนที่อาลีบาบาจะเปิดตัวชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ อาลีบาบา ได้เปิดตัว “ฟีเจอร์ภาษาไทย” เพิ่มใน Alibaba.com เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น โดยเพิ่มฟีเจอร์ภาษาไทยใน Dashboard ที่เรียกว่า My Alibaba บนเว็บไซต์ Alibaba.com เพื่อให้ผู้ขายสินค้าบนเว็บไซต์อาลีบาบาสามารถบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์ได้เอง และ เพิ่มภาษาไทยบนแอปพลิเคชัน Alisupplier บนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ขายไทยสามารถจัดการธุรกิจบนแพลตฟอร์มได้เอง เช่น การโพสต์สินค้า การตอบคำถามลูกค้า การขอใบสั่งซื้อ การสื่อสารแบบเรียลไทม์กับผู้ซื้อ ฯลฯการมาเปิด Data Center ในเมืองไทยของ Alibaba Group ในปีหน้าต้องยกให้เป็นผลงานของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ที่เชื้อเชิญให้ แจ็ค หม่า เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสร้างสมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ขึ้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซีช่วงนี้ดูเหมือน อาลีบาบา จะให้ความสนใจลงทุนในไทยเป็นพิเศษ ก็อยู่ที่ รัฐบาลไทยจะมีวิสัยทัศน์สูงพอที่จะกอบโกยประโยชน์จากเทคโนโลยีอาลีบาบาให้กับประเทศได้หรือไม่ หรือ จะถูกอาลีบาบากินหัวกินหางกินทั้งระบบ เพราะ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาลีบาบา อ่านความคิดนักการเมืองไทยได้ทะลุปรุโปร่ง เหมือนอ่านใจผู้ซื้อในเว็บอาลีบาบา.“ลม เปลี่ยนทิศ”