ผมดูข่าวช่อง 3 เช้าวันอังคาร คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้นำเสนอข่าวจากโพสต์ของคุณแม่คนหนึ่ง “ความในใจของแม่”...ว่า เพราะลูกต้องเรียนออนไลน์ แม่เลยแสดงพฤติกรรมที่น่ารังเกียจออกมาให้ลูกเห็น เพราะความเครียด เพราะความกดดัน เพราะเสียดายค่าเทอม...แล้วก็ตบท้ายว่า เรียนออนไลน์คือนรกของพ่อ–แม่–ลูก โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกเล็ก มีคลิปครูพละให้นักเรียนทำการบ้าน “วิชาว่ายน้ำ” เด็กต้องนอนกับพื้นทำท่าว่ายน้ำ เท้าตะกายน้ำ แล้วให้พ่อแม่ถ่ายคลิปส่งครูผมดูแล้วรู้สึกว่า การศึกษาของเด็กไทย ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เปลี่ยนรัฐมนตรีศึกษาฯมาหลายคน กำลังจะบ้ากันไปใหญ่ ไม่เพียงล้มเหลวซ้ำซาก แต่เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ และ นายกฯก็ไม่เคยสนใจลงไปดู ไม่รู้อยากให้เด็กโง่แล้วปกครองง่ายหรือยังไงผมไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผู้นำประเทศ จะรู้หรือไม่ การศึกษาของเด็กไทยที่เป็นอนาคตของชาติในยุคที่ท่านครองอำนาจมายาวนานถึง 8 ปี เลวร้ายลงไปมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับเด็กไทยในยุคนี้ วันศุกร์ที่ 3 ก.ย. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้จัดสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “สำรวจสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในวิกฤติโควิด–19 การศึกษาไทยเดินหน้าอย่างไรไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการเรียนรู้” โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนได้เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 1/2564 พบว่ามีเด็กที่เป็น “เด็กยากจน” และ “เด็กยากจนพิเศษ” รวม 1.9 ล้านคน ถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากจากเด็กทั้งหมดในช่วงการศึกษาภาคบังคับที่มีเด็ก 9 ล้านคนดร.ไกรยส เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด–19 ทำให้รายได้ของครอบครัวเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ลดลงเหลือเฉลี่ยเดือนละ 1,094 บาท (ต่ำกว่าเส้นยากจนถึงสองเท่า) รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐจากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้จำนวน “เด็กยากจนพิเศษ” ที่คัดกรองรอบใหม่ใน ภาคเรียนที่ 1/2564 เพิ่มมากขึ้นเป็น “นิวไฮ” ที่ 1,302,968 คน เพิ่มขึ้น 128,524 คน จากภาคเรียนที่ 2/2563 (เนื่องจากขาดแคลนไฟฟ้าและอุปกรณ์เข้าถึงการเรียนออนไลน์) โดยคาดหวังว่าเด็กที่ยากจนฉับพลันจะเป็นสถานการณ์ชั่วคราว และกลับไปสู่สภาวะปกติได้ในอีกไม่นานธนาคารโลก ได้ประเมินคาดการณ์ว่า หากปิดโรงเรียนต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ เด็กไทยจะมีความรู้ถดถอยไปถึง 1.27 ปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 30% ของจีดีพี หรือ 4.8 ล้านล้านบาท (คิดจากจีดีพีปี 64 ที่ 16.1 ล้านล้านบาท) แต่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ยังไม่เจ็บปวดเท่ากับรัฐบาลทำให้เด็กไทยต้องโง่ไปถึง 1.27 ปี มันโหดร้ายเหลือเกินดร.ไกรยส กล่าวว่า มีความสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่ “เด็กยากจนพิเศษ 1.3 ล้านคน” จะ “หลุดออกไปจากระบบการศึกษา” จากผลกระทบในระยะยาวหรือ Long Covid ทำให้เด็กได้รับผลกระทบทางสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าเศรษฐกิจในระยะยาว ทำให้สูญเสียการพัฒนาทุนมนุษย์ ในวันที่เด็กเกิดน้อยลง แต่มีเด็กจำนวนมากกำลังเสี่ยงที่จะหลุดออกไปจากระบบการศึกษา และยังเผชิญกับเรื่องความรู้ถดถอยทั้งหมดนี้คือ ผลงานการศึกษาอันเลวร้ายของรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านไม่ได้นำไปอภิปรายในสภา เพราะไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง นี่หรือ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีทางการศึกษา” เพียงไม่กี่ปีก็ทำให้เด็กไทยความรู้ถดถอยไป 1.27 ปี ถ้าครบ 20 ปีเมื่อไหร่ ไม่โง่ไปทั้งประเทศหรือผมเห็นด้วยกับ กสศ. ทำอย่างไรจึงจะ Build back equity นำความเสมอภาคทางการศึกษากลับคืนมาให้เด็กๆ ลดความเหลื่อมล้ำลงให้ได้ ที่สำคัญต้องหาทางช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ 1.3 ล้านคนไม่ให้หลุดออกไปจากระบบการศึกษา แต่ปัญหาก็คือ ใครจะไปกล้าบอก รัฐมนตรีศึกษาฯ และ นายกรัฐมนตรี มันว้าเหว่จริงๆ นะครับประเทศไทยยุคนี้.“ลม เปลี่ยนทิศ”