น้ำหมักฯ..สู้ลัมปี สกิน แถมได้ลดต้นทุนค่าอาหาร

ข่าว

    น้ำหมักฯ..สู้ลัมปี สกิน แถมได้ลดต้นทุนค่าอาหาร

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    1 ก.ย. 2564 07:15 น.

    จากการออกปฏิบัติการลงพื้นที่นำร่องช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4 กอ.รมน.) นำทีมโดย พ.ท.โสมนัส ลพล้ำเลิศ ด้วยการแนะนำให้เกษตรกรทดลองใช้ น้ำหมักพิทักษ์โลก (น้ำหมักจากสารสกัดจุลินทรีย์ชีวภาพ) ฉีดพ่นพื้นคอกสัตว์ ฉีดพ่นผิวหนัง พ่นใส่แผลโดยตรง และน้ำหมักไปฝาก ผสมน้ำให้สัตว์ที่มีอาการป่วยหนักกิน

    ผลการดำเนินการในพื้นที่ไม่ซ้ำซ้อนกับพื้นที่ปศุสัตว์ดำเนินการอยู่ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรได้ 1,130 ราย สัตว์ 45,853 ตัว พ้นภัยลัมปี สกิน ไปได้ น้ำหมักพิทักษ์โลกยังให้ผลพลอยได้ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคแม่พันธุ์ลดต้นทุนค่าอาหารได้อีกต่างหาก

    ลดต้นทุนค่าอาหารไปได้ไม่ใช่น้อย...ลดได้ถึง 66% เลยทีเดียว

    “ตอนแรกไม่เชื่อหรอกว่าน้ำหมักพิทักษ์โลกของ กอ.รมน.จะช่วยได้จริง ผมเลี้ยงวัวแม่พันธุ์ 20 ตัว เพื่อผสมพันธุ์ไว้ขายลูก ตอนที่เริ่มระบาด วัวผมป่วยเป็นลัมปี สกิน 3 ตัว เลยจัดแจงหาหยูกยามาฉีดรักษา ตอนนั้นใครบอกว่าอะไรดีผมเอาหมดทุกอย่าง ทั้งยา ทั้งสมุนไพร ผมเอาหมด เพราะตอนนั้นอารมณ์เหมือนคนป่วยเป็นมะเร็ง ใครแนะนำอะไรมา ทดลองหมด น้ำหมักนี่ก็เหมือนกัน ถึงจะไม่เชื่อก็อยากลองดู เมื่อลองใช้แล้ววัวอาการดีขึ้นจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำหมัก หรือยาที่ปศุสัตว์มาฉีดให้ เพราะใช้หลายตัวมาก

    แต่ก่อนที่จะใช้น้ำหมัก ในกลุ่มของผมมีวัวที่ขึ้นทะเบียนเลี้ยงป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 130 ตัว ตายไป 26 ตัว แต่หลังจากใช้น้ำหมักมา พวกเราไม่เจอปัญหาโรคลัมปี สกินอีกเลย”

    นายทนิคม ราชพลแสน ผู้จัดการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนน้ำอ้อม อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด หนึ่งในกลุ่มผู้เลี้ยงโคแม่พันธุ์ เล่าถึงประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมา...แม้จะไม่มั่นใจว่าวัวที่เลี้ยงไว้รอดจากลัมปี สกิน เพราะน้ำหมัก หรือยาตัวไหนกันแน่

    แต่ที่เชื่อแน่ๆ น้ำหมักช่วยลดต้นทุนค่าอาหารเลี้ยงวัวได้จริง

    “ก่อนหน้านี้เลี้ยงวัวแม่พันธุ์ ผมจะหมดค่าอาหารตัวละ 45 บาทต่อวัน ไม่รวมค่าฟางหญ้าคิดเฉพาะค่าอาหารข้นผสมกับรำ ที่ให้วันละ 2 ครั้ง เช้ากับเย็น ให้ครั้งละ 3 กก.ต่อตัว แต่พอมาเอาอาหารข้นกับรำมาหมัก 3 วัน ให้วัวกินแค่วันละมื้อ มื้อละ 1 กก. เฉพาะตอนเย็น ต้นทุนค่าอาหารลดลงไปเหลือแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น แต่วัวยังคงสมบูรณ์แข็งแรง แถมยังอารมณ์ดีกว่าเดิม แม้แต่หมอปศุสัตว์ยังบอกว่าวัวเริ่มอ้วนแล้วนะ”

    นายทนิคม บอกถึงสิ่งที่สังเกตได้ว่า การให้วัวกินอาหารน้อยลงแต่วัวยังสมบูรณ์นั่นคือ ขนของวัวยังคงเป็นมันวาว และเวลานำไปปล่อยให้เล็มหญ้าในทุ่ง วัวจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ดีกว่าเดิมมาก เห็นได้จากวัวจะมีอาการกระโดดโลดเต้น ตกเย็นต้อนกลับคอกแล้วไม่ยอมกลับ ผิดกับก่อนหน้านี้อาการกระโดดโลดเต้นไม่ค่อยมี และเมื่อถึงเวลาต้อนกลับจะรีบเดินเข้าคอกเพื่อไปกินอาหาร

    ข้อสังเกตอีกอย่าง การผสมพันธุ์ติดลูกดี โดยเฉพาะวัวแม่พันธุ์บราห์มัน ปกติกว่าจะผสมติดลูกได้ต้องผสมพันธุ์ 2-3 ครั้ง หลังจากให้กินอาหารสูตรน้ำหมัก ผสมครั้งเดียวก็ติดลูกแล้ว

    แต่กระนั้น ทนิคม บอกว่า ข้อมูลนี้ยังเชื่อไม่ค่อยได้สักเท่าไร เพราะเพิ่งจะผสมแม่พันธุ์บราห์มันได้แค่ตัวเดียวเท่านั้นเอง...ต้องทดลองผสมพันธุ์ให้มากครั้งกว่านี้ถึงจะสรุปได้ว่า อาหารสูตรน้ำหมักพิทักษ์โลกใช้ได้ผลในเรื่องนี้จริง

    สำหรับการทำอาหารเลี้ยงวัวสูตรน้ำหมักไม่มีอะไรมาก วัตถุดิบมีเพียงอาหารข้น 1 กระสอบ รำ 2 กระสอบ น้ำหมักพิทักษ์โลก 1 ขัน (ครึ่งลิตร) และน้ำ 16 ลิตร ผสมให้เข้ากันใส่ถังปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 3 วัน...เพียงเท่านี้สามารถตักไปให้วัวกินได้แล้ว.

    ชาติชาย ศิริพัฒน์

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 เวลา 19:10 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์