โควิดพลิกชีวิตเซียนไก่ชน ทิ้งสังเวียน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์

ข่าว

โควิดพลิกชีวิตเซียนไก่ชน ทิ้งสังเวียน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

12 พ.ค. 2564 07:01 น.

วงการไก่ชน น้อยคนจะไม่รู้จัก “ตี๋” พานทอง เจ้าของฟาร์มไก่ชนระดับเงินล้าน มีไก่ชนป้อนเข้าสังเวียนนับร้อยชีวิต แต่วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ชีวิตเซียนไก่ชนอย่างเขาเปลี่ยนไป

จากกูรูไก่ชนสู่วงการผลิตดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ แม้จะได้เงินน้อยไปบ้าง แต่ก็มีความสุขกับธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อขายชีวิต อันเสมือนการสร้างบาปให้ตัวเองอีกต่อไป

“อยู่ในวงการไก่ชนมากว่า 30 ปี ญาติพี่น้องมาขอร้องให้เลิกหลายครั้ง เพราะมันเหมือนการซื้อขายชีวิต คิดอยู่นานรู้สึกว่าจริงของเขา ต้นปีที่แล้ว ช่วงโควิดระบาดรอบแรก มีการแพร่เชื้อจากสนามไก่ชน จนทางการสั่งระงับการตีไก่ จึงสบโอกาสวางมือทิ้งสังเวียน หันมาใช้ชีวิตจากธรรมชาติ ใช้วัตถุดิบที่หาได้เยอะในพื้นที่ มาผลิตดินผสมปุ๋ยอินทรีย์ตั้งแต่นั้นมา”

ณัฐพงศ์ รอดพิรุณ หรือ ตี๋ พานทอง วัย 59 ปี ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี เล่าถึงสาเหตุที่ล้างมือจากสังเวียนไก่ชน...หลังจากตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เอาไก่ชนนับร้อยชีวิตไปแจกเพื่อนบ้านจนหมด ตอนแรกยังไม่รู้จะทำอะไร แต่ด้วยพื้นที่แถวบ้านมีแกลบ ขุยมะพร้าว ต้นก้ามปูค่อนข้างเยอะ ประกอบกับเคยทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ก้ามปูมาก่อน และโรงงานผลิตแถบนี้ก็มีหลายแห่ง

“ที่สำคัญช่วงหลังหันมาปลูกต้นไม้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น เลยต้องใช้ดินปลูกและปุ๋ยเยอะ ไปซื้อดินมาปลูก 7 ถุง 100 บาท กลับได้แต่ดินกับแกลบเผา ต้นไม้ไม่ค่อยได้ธาตุอาหาร เลยคิดว่าน่าจะทำดินผสมปุ๋ยหมักอินทรีย์ให้ชาวบ้านได้ดินและปุ๋ยที่มีธาตุอาหารจริง จึงตัดสินใจรวบรวมเอาองค์ความรู้ที่จบมาจากวิทยาลัยเกษตรบ้านบึง รุ่น 1 มาผสมผสานกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ ประยุกต์เป็นดินผสมปุ๋ยหมักสูตรของตัวเอง เริ่มแรกใช้ในต้นไม้ที่ปลูกเองก่อน เมื่อเห็นว่าต้นไม้โตดี จึงเริ่มทำขาย”

ตี๋ พานทอง อธิบายถึงวิธีการทำ...เริ่มจากการหมักขี้วัวและขี้ไก่ทิ้งไว้ 6-10 เดือน จากนั้นนำปุ๋ยที่หมักไว้มาผสมกับดิน แกลบเผา ขุยมะพร้าว ใบและเศษกิ่งต้นก้ามปูหั่นละเอียด ในเครื่องผสมปุ๋ย เปิดเดินเครื่องให้วัตถุดิบทั้งหมดคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน ก่อนจะเติมน้ำหมักอีเอ็มของกรมพัฒนาที่ดิน จากนั้นตามด้วยการเติมเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อป้องกันโรครากเน่า และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ต้นไม้ ผสมลงไปในขั้นตอนสุดท้าย

เมื่อคลุกเคล้าให้วัตถุดิบทั้งหมดเข้ากันแล้ว จะนำออกจากเครื่องมาบรรจุลงถุง ถุงละ 5 กก. แล้วออกวางจำหน่ายในท้องตลาดราคา 6 ถุง 100 บาท แม้กำไรไม่มากมายนัก แต่ชาวบ้าน ชาวสวน ชาวไร่ ได้ใช้ปุ๋ยคุณภาพดี ราคาไม่แพง

“ก่อนที่จะออกมาวางขาย ได้ทดลองนำไปปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ พบว่าเจริญงอกงามดี และเมื่อนำไปทดสอบทางห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พบว่ามีคุณสมบัติช่วยให้ต้นไม้แข็งแรง โตดี เพราะมีเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า เป็นตัวช่วยให้ปมรากต้นไม้ทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการจัดเก็บ ที่ต้องเก็บในที่ไม่ถูกแสงแดดจัด และไม่โดนฝน เพราะเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าจะเสื่อมสภาพไปโดยง่าย อีกทั้งยังมีข้อจำกัด เก็บไว้ได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น”

สนใจไปเยี่ยมชมโรงงาน หรือชมขั้นตอนการผลิตติดต่อไปได้ที่ 08-1781-8747 ไม่เว้นแม้วันหยุดราชการ.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปุ๋ยอินทรีย์เซียนไก่ชนเปลี่ยนอาชีพโควิด-19ผลกระทบโควิดณัฐพงศ์ รอดพิรุณตี๋ พานทองไชยรัตน์ ส้มฉุนเกษตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 19:49 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์