ไลฟ์สไตล์
100 year

"7 ขวบ" สังเวยพายุ บ้านทรุดหนีลงเรือ ถูกคลื่นซัดซํ้าจมนํ้า แม่ลอยคอกอดศพ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
7 พ.ค. 2564 05:18 น.
SHARE

ฤทธิ์พายุคร่าชีวิตไป 3 ศพ ที่ จ.ชุมพร ผัวชวนเมียแล่นเรือออกไปตกหมึกหาปลา ถูกพายุซัดเรือล่มลอยคอเคว้งคว้างกลางทะเล ต่างพยุงร่างกันขึ้นฝั่งแต่สุดยื้อเมียสิ้นลม ระยองเรือประมงไดหมึกถูกพายุงวงช้างซัดล่ม ลูกเรือตาย 1 สูญหายอีก 1 คน สุดรันทดครอบครัวชาวประมงปากอ่าวถูกพายุซัดบ้านทรุดต้องลงเรือหนีตาย กลับถูกคลื่นซัดจม ลูกชายวัย 7 ขวบดับ ขณะที่กรมอุตุฯเตือนบางพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก

พายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนเสียหายหลายพื้นที่ เปิดเผยเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุเรือประมงขนาดเล็กถูกพายุซัดล่มมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ ที่บริเวณริมหาด หมู่ 7 ต.นาทุ่งไปตรวจสอบพร้อมแพทย์โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.จุรีรัตน์ อ่ำศรี อายุ 38 ปี นอนคลุมด้วยผ้าห่อศพอยู่บนโต๊ะสนาม มีนายอุดม ธนบัตร อายุ 43 ปี สามี นั่งกอดศพร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศก แพทย์ตรวจสภาพศพพบกระดูกบริเวณก้านคอซีกขวาหัก

ข่าวแนะนำ

สอบสวนนายอุดมทราบว่า ดึกวันที่ 5 พ.ค. ชวนภรรยานำเรือไฟเบอร์ติดเครื่องยนต์แบบหางยาว เพิ่งซื้อมาใหม่ได้เพียง 3 วัน ออกไปตกหมึกและตกปลา ทอดสมออยู่บริเวณหน้าแหลมไทรย้อยห่างจากฝั่งประมาณ 130 เมตร ต่อมาช่วงตี 3 เกิดพายุฝนตกหนักคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ตนพยายามบังคับเรือหันหัวสู้ ทำให้คลื่นกระแทกเรือล่ม ตนและภรรยาลอยคออยู่กลางทะเล ตนจับเสื้อพยุงตัวภรรยาไว้ว่ายน้ำตะเกียกตะกาย พร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือเรือประมงที่อยู่ใกล้กันอีก 1 ลำ แต่คลื่นแรงมาก ตัดสินใจฮึดสุดท้ายลอยพยุงภรรยาเข้าฝั่ง ขณะนั้นเห็นภรรยาเกิดอาการสำลึกน้ำและอาเจียนเป็นเลือด รีบอุ้มภรรยาปีนโขดหินลัดเลาะมาตามชายฝั่ง และผายปอดช่วยชีวิตแต่สุดยื้อภรรยาสิ้นลม คาดสาเหตุร่างไปกระแทกเรืออย่างแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิต

ขณะที่ พ.ต.ท.สากล คำยิ่งยง สว. (สอบสวน) สภ.เพ จ.ระยอง รับแจ้งเหตุเรือประมงไดหมึกล่ม บริเวณทะเลด้านทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด พร้อมประสานไปยังศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ (ศคท.จ.ระยอง) และกู้ภัยสว่างพรจุดเพ พร้อมเรือประมงใกล้เคียงนำเรือออกไปช่วยกันค้นหา พบชายลอยคอเกาะทุ่นอยู่กลางทะเล 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตขึ้นมาทราบชื่อนายวศิน เจริญพานิช อายุ 57 ปี เป็นไต๋เรือมีอาการอิดโรย

สอบถามนายวศินทราบว่า ช่วงตี 2 แล่นเรือประมงโชควศิน 2 ขนาด 12 ตันเป็นเรือไดหมึกมีลูกเรือ 2 คน ขณะลอยลำหาปลาหมึกเกิดพายุงวงช้างขนาดใหญ่ซัดเรือจมทั้งลำต่างคนต่างว่ายน้ำเอาตัวรอด ตนไปเกาะทุ่นเอาไว้ได้ ส่วนลูกเรืออีก 2 คน ชื่อนายสุทา ทองสร้อย อายุ 21 ปี และนายแพง ลอระลบ อายุ 54 ปี สูญหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปพบศพนายสุทาลอยไปติดชายหาดศาลเจ้าโต๊ะกง ต.แกลง อยู่ระหว่างค้นหาผู้สูญหายอีก 1 ราย

ที่ จ.สมุทรปราการ พ.ต.ท.วุฒิชัย สังวาลทรัพย์ สว. (สอบสวน) สภ.สาขลา จ.สมุทรปราการ ไปตรวจสอบเด็กจมน้ำเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 4 ต.นาเกลือ อ.พระสมุทรเจดีย์ พบศพ ด.ช.สุริยะ สังเวียนอายุ 7 ขวบ อยู่ที่ศาลาริมน้ำ มี น.ส.จงกล สะงางามอายุ 42 ปี แม่ กอดศพร่ำไห้ สอบสวนนายสุรพล เกื่อกล อายุ 52 ปี พ่อเด็ก ทราบว่า มีอาชีพเป็นชาวประมงบ้านอยู่ติดปากอ่าวไทยในทะเล ช่วงตี 3 เกิดพายุแรงทำให้เสาทรุดตัว หลังคาปลิวว่อน ตนและครอบครัวรีบอพยพลงเรือหนีขึ้นฝั่ง ระหว่างทางคลื่นสูงซัดเรือล่ม ทำให้ทุกคนกระเด็นลอยหายไปคนละทิศละทาง เมียและลูกกอดกันลอยคอไปติดไม้ที่กั้นดักปลา ขณะนั้นลูกชายหมดสติแล้ว ตนรีบว่ายน้ำไปช่วยพาขึ้นฝั่งแต่สุดยื้อลูกเสียชีวิตแล้ว

ส่วนพื้นที่ภาคอีสานได้รับผลกระทบจากฤทธิ์พายุหลายจังหวัด ที่บ้านซ้ง ต.หนองแก้ว อ.เมืองร้อยเอ็ด เกิดพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง บ้านเรือนพังเสียหายไปกว่า 190 หลังคาเรือน ต้นไม้โค่นขวางถนนประชาชนได้รับความเดือดร้อน ที่ จ.บุรีรัมย์ พายุซัดต้นไม้โค่นขวางถนนสายบุรีรัมย์-คูเมือง ช่วงหลัก กม.ที่ 17 รอยต่อเขต อ.เมืองกับ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านต้องช่วยกันตัดต้นไม้เพื่อเปิดการจราจร ส่วนที่ถนนคนเดินทางรถไฟ ตัวเมืองบุรีรัมย์ แรงพายุซัดป้ายโฆษณา ร้านจำหน่ายอาหาร และเต็นท์พังเสียหาย

ที่ ต.โคกก่อ อ.เมืองมหาสารคาม ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนทั้งหมด 8 หมู่บ้าน บ้านเรือนชาวบ้านเสียหายกว่า 46 หลัง คอกสัตว์ 20 หลัง และยุ้งข้าว 7 หลัง ต้นมะพอกอายุกว่าร้อยปีเป็นสัญลักษณ์คู่โรงเรียนโคกก่อพิทยาคมโค่นทับรั้วหน้าโรงเรียนเสียหาย พร้อมกันนี้ทางอำเภอเมืองได้รับรายงานความเสียหายอีก 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.บัวค้อ ต.หนองโน ต.ดอนหว่าน และ ต.แก่งเลิงจาน บ้านเรือนเสียหาย 147 ครัวเรือน ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ที่โรงเรียนบ้านจาน ต.หนองม้า อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหายจากพายุ พบอาคารเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับความเสียหาย นายวัฒนาเปิดเผยว่า พายุฝนในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหาย 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กันทรลักษ์ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ และ อ.เมือง ได้รับผลกระทบ 9 ตำบล 18 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 40 หลัง รวมทั้งโรงเรียน คอกสัตว์เลี้ยง และพืชผลทางการเกษตร

นายชัยพฤกษ์ สนธิศิริ นายกเทศมนตรีตำบลแหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด สำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากลมพายุในชุมชนหินสบ๋าย ชุมชนหินกลางและชุมชนยายม่อม เป็นชุมชนอยู่ริมทะเลบ้านเรือนพังถล่ม 1 หลัง เสียหายบางส่วนอีก 9 หลัง ข้าวของปลิวกระจัดกระจายเกลื่อน นอกจากนี้ ยังมีเรือประมงขนาดใหญ่ที่จอดอยู่ปลายสะพานถูกคลื่นซัดจนท้องเรือแตกล่มอีก 3 ลำ

ด้านนายนิติ กลีบเมฆ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บางแสน จ.ชลบุรี แผนกปฏิบัติการและบำรุงรักษาพร้อมกำลัง เข้ารื้อเต็นท์ขนาดใหญ่ของร้านม่านน้ำ ชลบุรี ตั้งอยู่ริมถนนพระยาสัจจา แยกพลับพลา หมู่ 4 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี ถูกพายุพัดปลิวไปค้างบนสายไฟฟ้าแรงสูงระโยงระยาง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯต้องตัดกระแสไฟฟ้าก่อนที่จะนำรถเครนขนาดเล็กขึ้นไปรื้อเต็นท์ลงมา ที่โคนเสาไฟฟ้ามีรอยถูกกระแทกต้องเปลี่ยนเสาไฟฟ้าอีก 1 ต้น ส่วนที่ อ.สัตหีบ พายุซัดเรือประมงพื้นบ้านเขาล้าน ต.แสมสาร จอดริมชายหาดล่ม 11 ลำ

ที่บ้านชายทะเลกาหลง หมู่ 7 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “สะพานสายรุ้ง ชายทะเลกาหลง” และเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่มีบ้านเรือนถูกแรงพายุพังเสียหาย 50 หลังคาเรือน ข้าวของเสียหายเป็นจำนวนมาก ที่ ต.บางแก้ว อ.เมืองสมุทรสาคร เสาไฟฟ้าริมถนนพระราม 2 โค่น 50 ต้น ขวางเส้นทางคู่ขนาน เสาป้ายบอกทางหักหลายต้น เช่นเดียวกับที่ถนนสายนครนายกรังสิต อ.บ้านนา จ.นครนายก พายุซัดต้นไม้ขนาดใหญ่ริมถนนโค่นเกี่ยวสายไฟ ทำให้เสาไฟฟ้าโค่น 112 ต้น ส่งผลให้การจราจรติดขัด

จ.ราชบุรี ฤทธิ์พายุทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน สายไฟฟ้าแรงสูงถูกต้นไม้ใหญ่ล้มทับจนสายไฟฟ้าขาด ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างนานหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ราชบุรี ต้องเร่งออกมาทำการซ่อมแซม ขณะที่นายอนันต์ ฮวดมา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ต้นยางอายุกว่า 200 ปี 6 คนโอบ สูงกว่า 10 เมตร ถูกแรงลมพัดทำให้โค่นทับบ้านเรือนเสียหาย 2 หลัง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่ามีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณประเทศไทยตอนบน และมีลูกเห็บตกบางแห่งในภาคเหนือ ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม บริเวณประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน สำหรับอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีลมตะวันออก และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สังเวยพายุพายุซัดบ้านทรุดเด็กจมน้ำดับกรมอุตุนิยมวิทยาฝนตกหนักพายุซัดข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 08:20 น.