ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ลุ้นผลอีกราย ผับข้าวสารใกล้ดีเจโควิด-19 โยงตัวเลขผู้สัมผัสถึง 708 คน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    กรมควบคุมโรคยังไม่สรุปที่มา ของเชื้อไวรัสมรณะ “โควิด-19” ที่ผู้ต้องขังชายไปติดมา ล่าสุดยอด ผู้สัมผัส ทั้งจากที่พัก-สถานบันเทิง-ราชทัณฑ์ พุ่งไปที่ 708 คน แต่ผลตรวจส่วนใหญ่ยังไม่พบเชื้อลุ้นรายเดียวที่ข้าวสาร ขณะเดียวกัน ไทยยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 7 คน ล้วนเป็นชาวต่างชาติมาจาก 5 ประเทศ เข้าพัก ในสถานกักตัวทางเลือก (ASQ) ส่วนทั่วโลกผู้ติดเชื้อ เพิ่มยังไหลไปเรื่อยๆ “อินเดีย” แชมป์ติดเชื้อรายวัน สูงสุดในโลกวันละกว่า 8.6 หมื่นคน ยอดสะสมทะลุ 4 ล้านคน ด้านองค์การอนามัยโลกยันจะไม่รีบรับรอง วัคซีนจากชาติใด แม้หลายชาติประกาศจะเริ่มใช้ในปีนี้

    หลังจากไทยกลับมาพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ภายในประเทศ 1 ราย เป็นผู้ต้องขังที่ทำงานเป็นดีเจในสถานบันเทิงดังมีผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ที่มาว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวไปติดเชื้อจากไหน

    ผู้สัมผัสผู้ติดโควิด-19 พุ่ง 708 คน

    เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามผู้สัมผัสผู้ต้องขังชายติดเชื้อโควิด-19 ว่า ข้อมูลล่าสุดผู้ป่วยยังไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง อยู่ในการดูแลของ รพ.ราชทัณฑ์ ส่วนการสอบสวนเพิ่มเติมพบผู้สัมผัสเพิ่มขึ้นสะสมอยู่ที่ 708 ราย แบ่งเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 140 ราย สัมผัสเสี่ยงต่ำ 568 ราย ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นรายกลุ่ม แบ่งเป็น 1.ที่พำนักพักที่คอนโด มีผู้สัมผัส 6 ราย ทั้งหมดตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 2.กลุ่มที่ไปศาลเมื่อวันที่ 26 ส.ค.มีผู้สัมผัส 493 ราย แบ่งเป็นเสี่ยงสูง 15 ราย ตรวจแล้ว 11 ราย ไม่พบเชื้อ เสี่ยงต่ำ 478 ราย ตรวจแล้ว 146 ราย ไม่ พบเชื้อ ที่เหลืออยู่ระหว่างรอผลตรวจ และอยู่ระหว่าง เฝ้าระวัง 14 วัน 3.กลุ่ม รพ.ราชทัณฑ์มีผู้สัมผัส 6 ราย มีความเสี่ยงต่ำ อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง 14 วัน 4.กลุ่มทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมระหว่างต้องกัก 36 คน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ รอกักตัวให้ครบตามกำหนด 14 วัน และต้องตรวจซ้ำอีก 2 ครั้ง และอีกกลุ่มที่เป็นเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเรือนจำ มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 24 ราย แยกกักแล้วอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และเสี่ยงต่ำ 52 ราย ให้เฝ้าระวัง 14 วัน โดยปฏิบัติตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

    ส่วนใหญ่ผลตรวจเป็นลบ

    อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าต่อว่า 5.เรือนจำ พิเศษกรุงเทพมหานคร มีผู้สัมผัส 8 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด เป็นผู้ต้องขังที่นั่งรถโดยสารร่วมกัน ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ 6.ที่ทำงานร้าน “3 วัน 2 คืน” สาขาพระราม 3 ซึ่งมีผู้สัมผัส 14 ราย เสี่ยงสูงทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลแล็บ ส่วน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ติดต่อเข้ามารับการคัดกรอง ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือประเมินความเสี่ยงได้ที่แอปพลิเคชัน “BKK COVID19” หากมีความเสี่ยง ทาง กทม.จะประสาน กลับไป ส่วนร้าน “3 วัน 2 คืน” สาขาพระราม 5 มีผู้สัมผัสทั้งหมด 55 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 23 ราย ตรวจแล้ว 22 ราย ไม่พบเชื้อ อีก 1 ราย เป็นแรงงานต่างด้าวที่มีรายงานข่าวว่าหลบหนีนั้นขณะนี้ติดตามตัวได้แล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 32 ราย ต้องเฝ้าระวัง 14 วัน

    ลุ้น 1 คนจาก “เฟิร์ส คาเฟ”

    “ส่วนที่ร้านเฟิร์ส คาเฟ่ ที่ถนนข้าวสาร มีผู้ สัมผัส 14 ราย เสี่ยงสูงทั้งหมด ได้รับการตรวจแล้ว 13 ราย ไม่พบเชื้อ ส่วนอีก 1 ราย พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ PUI ได้นำส่งไปรักษาที่ รพ.กลางแล้ว เพื่อตรวจและดูแลรักษา อยู่ระหว่างรอผล ส่วนผู้มารับบริการอื่นๆ ที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ก็จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ว่าท่านใดที่มีข้อสงสัยหรือคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่ำสามารถมาขอรับบริการหรือว่าสอบถามเข้ามายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

    กำลังสอบสวนติดเชื้อจากไหน

    อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า เชื่อว่าประชาชนมีคำถามคือ 1.ข้อสงสัยว่าติดเชื้อจากที่ไหน อยู่ระหว่างการสอบสวน 2.มีความกังวลว่าผู้ต้องขังรายนี้จะไปแพร่โรคให้ใครหรือไม่ ยืนยันว่ารายนี้มีอาการไม่มาก ประกอบกับเป็นดีเจ ทำงานกลางคืน ไม่ได้ทำงานบริการโดยตรง คนที่สัมผัสโรคมีจำกัดในระดับหนึ่ง และถ้าจะไปไหนคงมีแค่กิจวัตรประจำวันเท่านั้น ความกังวลว่าจะมีการแพร่เชื้อแบบซุปเปอร์สเปรดเดอร์มีไม่มาก 3.เมื่อเราตรวจในส่วนของผู้สัมผัสใกล้ชิด ถ้าจะแพร่โรคให้ใครก็คงเป็นคนในครอบครัวก่อน แต่จากการตรวจคนในครอบครัวทั้งหมดตอนนี้ยังไม่มีใครติดเชื้อ และตามต่อคน ใกล้ชิดคือผู้ต้องขังที่อยู่ร่วมกัน 36 คน ก็ไม่พบเชื้อ ที่ศาล พนักงานที่ทำงานด้วยกันก็ไม่พบเชื้อ นั่น หมายความว่าโอกาสที่จะไปแพร่เชื้อให้คนอื่น หรือผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำโอกาสก็ยิ่งน้อยไปอีก ที่เป็นแบบนี้ได้ส่วนหนึ่งคือมาตรการการควบคุมป้องกันโรคที่เราทำกันอยู่ แม้ว่าจะหละหลวมไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ได้ทำ

    แนะ ปชช.รีบยกการ์ดให้สูง

    อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นคำแนะนำสำหรับประชาชนตอนนี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 คือประชาชนที่คิดว่าตัวเองไปอยู่ในสถานที่ หรือวันเวลาที่ผู้ติดเชื้ออาจจะไปนั้นก็ไม่ต้องตกใจหรือกังวล ให้โทร.สอบถาม 1422 หรือเดินไปขอรับคำปรึกษา ตรวจคัดกรองได้ แต่ต้องมีการให้ประวัติก่อน และถ้าจุดไหนที่มีรถเก็บตัวอย่างเชื้อชีวนิรภัยก็สามารถไปขอรับบริการได้ และปฏิบัติตัวตามมาตรการควบคุมโรคไปก่อน ส่วนกลุ่มที่ 2 คนทั่วไป โอกาสที่จะเจอผู้ติดเชื้อหรือมีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ก็จะเหมือนกับต่างประเทศที่มีการควบคุมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมากับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง หรือผู้ติดเชื้อในชุมชนที่ไม่แสดงอาการหรือมีอาการน้อยๆ แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ ตื่นกลัว

    อันดับแรกคือ คงมาตรการควบคุมป้องกันโรคเข้มข้นเอาไว้ จากที่ ก่อนหน้านี้ คร.ได้สำรวจทุก 14 วัน พบว่าประชาชนการ์ดตก ตอนนี้ก็ขอให้ยกสูง โดยเฉพาะการสวมหน้ากาก การเว้นระยะห่าง และการล้างมือ อีกส่วนหนึ่งคือสถานประกอบการต่างๆ หรือผู้ที่ดำเนินกิจกรรมทาง สังคม ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการหลักและมาตรการเสริมของ ศบค.อย่างเคร่งครัด รวมถึงกำชับผู้ใช้บริการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดีกว่าปล่อยให้เกิดการติดเชื้อหรือระบาด “ขอยืนยันว่าเราพบผู้ติดเชื้อและรายงาน แต่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด และทำมาตรการเชิงรุกให้ครอบคลุม ดังนั้นจะพยายามค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำให้มากและนำมาดูแลตามมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจว่าถึงแม้จะเจอผู้ติดเชื้อ แต่เราจะควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด” นพ.สุวรรณชัยกล่าว

    สาวลาวกลับมากักตัวแล้ว

    ต่อมา นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย รอง สสจ.นนทบุรี เปิดเผยถึงกรณีสาวชาวลาวพนักงานร้านสามวันสองคืน สาขาพระราม 5 ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ ได้ย้อนกลับเข้าบ้านพักเมื่อช่วง 3 ทุ่มวันที่ 4 ก.ย.ผู้ดูแลร้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรับตัวนำส่ง รพ.บางกรวย 2 เพื่อกักตัวแล้ว สาเหตุที่หลบหนีเนื่องมาจากบัตรที่อนุญาตเข้ามาทำงานหมดอายุ เกรงจะมีความผิด รวมพนักงานที่เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับดีเจคนดังกล่าวถูกนำมากักตัวแล้ว 25 คน ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 พบว่ามีจำนวน 20 คนที่ตรวจแล้วไม่พบเชื้อ แต่ยังต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ถ้าไม่มีอาการก็กลับบ้านได้ อีก 5 คน พบว่าบางคนมีไข้แต่ไม่สูงมาก ต้องคัดแยกไว้ต่างหาก เพื่อเฝ้าดูอาการ รวมทั้งจะตรวจรอบสองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

    หาเชื้อที่คอนโดบ้านสวนธนฯ

    อีกด้านหนึ่งที่บริเวณคอนโดบ้านสวนธนพุทธบูชา ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน หมายเลข 13 เข้าให้บริการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการควบคุมโรค หลังพบนักโทษชายในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ติดเชื้อโควิด-19 และพักอาศัยอยู่กับครอบครัวในคอนโดแห่งนี้ ทั้งนี้ นายธนาชิต ชูติกาญจน์ ผอ.เขตทุ่งครุ เปิดเผยว่า มีผู้ลงชื่อเพื่อขอรับการตรวจในเบื้องต้นแล้ว 137 คน สำหรับขั้นตอนในการตรวจ ผู้รับการตรวจจะต้องลงทะเบียนเพื่อรับหมายเลขรหัสการตรวจ ก่อนเข้ากระบวนการคัดกรองข้อมูลและประวัติ จากนั้นจะรับอุปกรณ์ตรวจโควิด-19 เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจหาเชื้อ ส่วนการพ่นยาฆ่าเชื้อทั้ง 6 อาคาร กทม. และสำนักงานเขตทุ่งครุดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

    ต่างชาติเข้าไทยติดเชื้อ 7 คน

    ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย เมื่อวันที่ 5 ก.ย.กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย เป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักตัวที่รัฐกำหนด ทำให้ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 3,438 ราย ใน 68 จังหวัด รักษาหายป่วยแล้ว 3,279 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.38 ของผู้ป่วยทั้งหมด และมีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 101 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย

    ผู้ติดเชื้อมาจาก 5 ประเทศ

    สำหรับผู้ติดเชื้อทั้ง 7 รายประกอบด้วย รายแรกเป็นชาวบราซิล มาจากประเทศอินโดนีเซีย ถึงไทยวันที่ 20 ส.ค.เข้ากักตัวในสถานกักตัวทางเลือก (ASQ) ตรวจเชื้อครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.พบเชื้อ ไม่มีอาการ รายที่สองเป็นนักศึกษาชาวอเมริกัน มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงไทยวันที่ 27 ส.ค. เข้ากักตัวที่ ASQ ตรวจพบเชื้อวันที่ 3 ก.ย. ไม่มีอาการ รายที่ 3 และ 4 เป็นชาวรัสเซียเดินทางมาจากรัสเซีย ถึงไทยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. เข้ากักตัวที่ ASQ ตรวจพบเชื้อวันที่ 3 ก.ย. ไม่มีอาการ รายที่ 5 และ 6 เป็นชาวอินเดียทั้งคู่ เดินทางมาจากอินเดียถึงไทยวันที่ 31 ส.ค. และวันที่ 1 ก.ย. เข้ากักตัวใน ASQ ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ทั้ง 2 คน ไม่มีอาการ และรายที่ 7 เป็นชาวบังกลาเทศ มาจากประเทศบังกลาเทศ ถึงไทยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. เข้ากักตัวใน ASQ ตรวจพบเชื้อวันที่ 3 ก.ย.ไม่มีอาการ

    เมียนมาติดเชื้อตายเพิ่ม 1 คน

    ด้านสถานการณ์โลกในวันนี้อินเดีย มียอดสะสมทะลุ 4 ล้านคน เส้นกราฟผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังคงโค้งขึ้น ล่าสุดรายงานสถิติสูงที่สุดอีกครั้งที่ 87,115 คน คาดว่าอีกไม่เกิน 1 สัปดาห์ อินเดียจะมียอดผู้ติดเชื้อสะสมแซงหน้าบราซิล นอกจากนี้ ฝรั่งเศสรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดของการติดเชื้อ ระลอกสองที่ 8,975 คน นับว่าสูงมากกว่าการติดเชื้อในระลอกแรก ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้น่าจะมาจากการเปิดโรงเรียนเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้ฝรั่งเศสสั่งปิดโรงเรียนกว่า 22 แห่งทั่วประเทศแล้ว ขณะที่สถานการณ์อาเซียนในวันนี้ ฟิลิปปินส์รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดในอาเซียนที่ 3,714 คน มียอดสะสมที่ 232,072 คน รั้งอันดับที่ 1 ในอาเซียนต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 29 อยู่ในเมโทรมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ สถานการณ์ในเมียนมายังน่าเป็นห่วง มีการรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยประมาณ 75 รายต่อวัน ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวม 7 รายแล้ว

    จับจีนลักลอบเข้าเมือง

    ส่วนการสกัดกั้นต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ขณะที่ ร.อ.ศาสวัต สัตย์พงษ์ ผบ.ร้อย ลว.ฉก.ร.4 นำกำลังร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง ลาดตระเวนแนวชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณบ้านท่าอาจ หมู่ 7ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พบชายหญิง 6 คน นั่งเรือพายจากฝั่งเมียนมามาขึ้นฝั่งไทย เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นชายชาวจีน 1 คน ที่เหลือเป็นคนไทย ให้การว่าทำงานอยู่บ่อนกาสิโนฝั่งเมียนมา ช่วงนี้ไม่มีงานทำ ประกอบกับมีข่าวการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างรุนแรงทำให้กลัวจะติดเชื้อ อาศัยจังหวะกลางดึกลอบข้ามกลับเข้าฝั่งไทยเพื่อกลับบ้าน เจ้าหน้าที่นำทั้งหมดไปตรวจคัดกรองก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด ดำเนินคดีโดยแจ้งข้อหาชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองและฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ส่วนคนไทย 5 คน ถูกส่งตัวเข้าสถานที่กักกันตัวดูอาการที่กองร้อย อส.จ.ตาก เป็นเวลา 14 วัน

    ตม.เตือนยื่นขออยู่ต่อแต่เนิ่นๆ

    ที่กองงานโฆษก สตม. พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ โฆษก สตม. พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รองโฆษก สตม. พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองโฆษก สตม.พ.ต.อ.หญิง ทิพวรรณ โยมา เลขานุการกองงานโฆษก สตม. พ.ต.ต.หญิง พัชรี ศรีเผือก ผู้ช่วยเลขานุการกองงานโฆษก สตม. ร่วมกันเปิดเผยว่าพล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. สั่งดำเนินการในการอยู่ต่อในราชอาณาจักรของคนต่างชาติ ที่อยู่และติดค้างในประเทศไทยอันสืบเนื่องมาจากวิกฤติโควิด และตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับล่าสุดจะหมดการอนุญาตให้คนต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ถึงวันที่ 26 ก.ย.นี้ ดังนั้นเพื่อลดความแออัด ควรยื่นการขออยู่ต่อกับ ตม.แต่ละพื้นที่เสียแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 26 ก.ย. โดยการนับวันอนุญาตจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.พร้อมกันหมดทุกประเภท ขอประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติหรือผู้ที่มีชาวต่างชาติทำงานอยู่ด้วยหรือเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงกัน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงกันด้วย เพื่อประโยชน์ของชาวต่างชาติเป็นสำคัญ ทั้งนี้สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง www.immigration.go.th

    ชี้สิ้นปีมะกันตาย 4.1 แสนคน

    วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ใน 213 ประเทศและดินแดนทั่วโลกว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกใกล้ 27 ล้านคน เสียชีวิตใกล้ 8.8 แสนคน รักษาหายแล้วเกือบ 19 ล้านคน โดยสหรัฐอเมริกายังครองแชมป์มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ที่ 6.39 ล้านคน และ 1.92 แสนคนตามลำดับ ขณะที่สถาบันสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้ สหรัฐฯจะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ถึง 410,000 คน สูงกว่ายอดปัจจุบัน 2 เท่า โดยตั้งแต่เดือน ธ.ค.จะมีผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯถึงวันละ 3,000 คน

    อินเดียติดเชื้อทะลุ 4 ล้าน

    ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากอันดับ 2 ของโลกคือบราซิล ที่ 4.1 ล้านคน เสียชีวิตกว่า 1.25 แสนคน ด้านประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล ยังถูกโจมตีอย่างหนัก หลังแถลงทางเฟซบุ๊กว่าจะไม่บังคับให้ประชาชนทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ส่วนประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากอันดับ 3 คือ อินเดีย พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดในโลกคือ 86,432 คน ณ วันที่ 4 ก.ย. ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 4.023 ล้านคน ทะลุ 4 ล้านคนเป็นครั้งแรก และนับเป็นชาติที่ 3 ที่มีผู้ติดเชื้อทะลุ 4 ล้านคน โดยยอดผู้ติดเชื้อในอินเดียเพิ่มขึ้นเร็วมากจาก 3 ล้านคนเป็น 4 ล้านคนภายในเวลาแค่ 13 วัน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรายวันในอินเดียก็เพิ่มขึ้นกว่า 1,000 คน รวมเป็นเกือบ 70,000 คน ขณะที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้ออันดับ 4 และ 5 คือรัสเซียและเปรู

    WHO ไม่คาดหวังฉีดวัคซีนปีนี้

    ด้านนางมาร์กาเรต แฮร์ริส โฆษกองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่าแม้ WHO ยินดีที่วัคซีนหลายตัวอยู่ในขั้นทดลองกับมนุษย์ในขั้นที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายทั่วโลก และรัฐบาลสหรัฐฯคาดหวังจะเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ แต่ดูจากระยะเวลาที่เป็นจริงแล้ว WHO ไม่คาดหวังว่าจะมีวัคซีนพร้อมใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกจนกว่าจะถึงกลางปีหน้า และ WHO จะไม่รีบรับรองวัคซีนใดๆ ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัยได้มาตรฐาน ขณะที่นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO เตือนว่าการใช้นโยบาย “วัคซีนชาตินิยม” ของประเทศต่างๆ รังแต่จะทำให้ความพยายามสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ช้าลง และเรียกร้องให้มีการใช้วัคซีนอย่างยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ

    รัสเซียยันสปุตนิก 5 ได้ผล

    ส่วนรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่ชิงรับรองให้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 “สปุตนิก 5” ได้เป็นชาติแรกในโลกเมื่อเดือน ส.ค.แม้ยังไม่ผ่านการทดลองกับมนุษย์ขั้นที่ 3 ทำให้ทั่วโลกตั้งข้อสงสัยนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ทีมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียเผยแพร่รายงานในวารสารการแพทย์ “แลนเซต” เป็นครั้งแรกระบุว่าจากการทดสอบวัคซีนสปุตนิก 5 ในขั้นต้นกับคน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 38 คน อายุ 18-60 ปี ที่สุขภาพแข็งแรง พบว่าวัคซีนสามารถสร้าง “แอนติบอดี” ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ได้ดี และไม่มีผลกระทบข้างเคียงรุนแรง นอกจากทำให้ปวดศีรษะและปวดตามข้อบ้างเท่านั้น

    อดีตผู้นำเกาะคุกดับเซ่นโควิด

    วันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์แถลงว่า นายโจเซฟ วิลเลียมส์ อดีตนายกรัฐมนตรีของหมู่เกาะคุก ชาติเล็กๆในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ วัย 80 ปีเศษ ได้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ที่เมืองโอ๊คแลนด์ในนิวซีแลนด์ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นเป็น 21 คน ทั้งนี้ นายวิลเลียมส์ เป็นนายกฯของหมู่เกาะคุกช่วงสั้นๆ ในปี 2542 เขาเป็นทั้งแพทย์ นักการเมืองและนักเขียน ในระยะหลัง ได้ย้ายไปพำนักในนิวซีแลนด์ ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ในออสเตรเลีย พบผู้ติดเชื้อรายวันในรัฐวิคตอเรีย รัฐที่มีการแพร่ระบาดหนักที่สุดอีก 76 คน มีผู้เสียชีวิตอีก 11 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ ทั่วออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเป็น 26,208 คน เสียชีวิตรวม 748 คน ตำรวจเมืองเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย ยังจับกุมผู้ประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดกว่า 300 คน เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

    เกาหลีใต้ติดเชื้อใหม่ลดลง

    ที่เกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อรายวันเมื่อวันที่ 4 ก.ย.เพิ่มขึ้น 168 คน ต่ำที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่รัฐบาลบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมสุดเข้มงวดยับยั้งการแพร่ระบาดรอบที่ 2 ซึ่งต้นตอใหญ่มาจากโบสถ์คริสต์ซารัง เจอิล ในกรุงโซล ซึ่งสมาชิกโบสถ์ไปร่วมพิธีทางศาสนาเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อทั่วเกาหลีใต้อยู่ที่ 21,010 คน เสียชีวิต 333 คน

    เตือน รพ.อิรักรับมือไม่ไหว

    ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิรักแถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 5,036 คน เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศอยู่ที่ 252,075 คน มากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และรัฐบาลเตือนว่าโรงพยาบาลต่างๆ อาจควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ภายในไม่กี่วันนี้ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิรักอยู่ที่ 7,359 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า 1โควิด-19COVID-19ดีเจผู้ติดเชื้อตรวจหาเชื้อ

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 21:45 น.