มนุษย์ทุกคนมีอารมณ์ มีความรู้สึกแต่จะให้มาครอบงำความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อันนี้มันก็ไม่ไหว?เคราะห์หามยามซวย ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ แค่ขับรถไม่ถูกใจกัน ทำให้คนดีๆกลายเป็นผู้ต้องหาติดคุกติดตะรางมาแล้วก็เยอะดูอย่างกรณี นายภาสกร รอยอินทรัตน์ อายุ 37 ปี มีตำแหน่งเป็นถึง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ป.ป.ส. ประจำสนามบินดอนเมืองขับรถยนต์ส่วนตัวไปชนท้ายรถ จยย.ของ นายเก่ง ไกรสร อายุ 42 ปี ที่มี นายต๋อง แซ่หุ้น อายุ 40 ปีนั่งซ้อนมาจนกลิ้งโค่โล่กลางถนนบาดเจ็บหัวร้างข้างแตก!กลับเดินลงรถมาพร้อมปืนและดิ้ว (กระบองสไลด์) ในมือ ข่มขู่ทำร้ายคู่กรณี!หารู้ไม่ว่า มีคนถ่ายคลิปไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตเท่านั้นแหละ กระแสมันก็แรงตามพฤติกรรมที่เห็นในภาพ ไม่มีใครสนใจต้นสายปลายเหตุที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่หลังจากนายภาสกรเข้ามอบตัวตำรวจแล้ว พยายามอธิบายว่า สาเหตุมาจากถูกรถจยย.ขี่ปาดหน้า?อันนี้ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ไม่มีใครยืนยันว่ามันเป็นข้อเท็จจริง ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดีประกอบด้วย ข้อหามีและพกพาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ข่มขู่ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นทั้งหมดเป็นคดีอาญาล้วนๆ ไม่สามารถเป่าให้หายไปได้...ทั้งที่ผู้เสียหายที่บาดเจ็บทั้ง 2 คน หลังได้รับการขอโทษขอโพยก็ให้อภัย พร้อมรับเงินปลอบขวัญและค่ารักษาพยาบาลจนกว่าจะหายจากอาการบาดเจ็บและด้วยความที่เป็นข้าราชการ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. สั่งให้เข้ามาประจำส่วนกลาง พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการทางวินัย!ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการที่ต้องตระหนัก คนธรรมดาก็ดูไว้เป็นตัวอย่างได้?สหบาท