ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    อว.สร้างงาน 3 แสนคนแก้วิกฤติ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.ค. 2563 05:30 น.
    SHARE

    ทุ่ม 13,500 ล้าน ชู "1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย" รับยุทธศาสตร์ "รวมไทยสร้างชาติ"

    “1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย”

    หรือ โครงการการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

    เป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อสร้างงานให้กับประชาชน บัณฑิตและนักศึกษา จำนวน 3 แสนคน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อว.ได้มีโครงการยุวชนสร้างชาติ ระยะที่ 1 และ 2 สร้างงานให้กับประชาชนจำนวนเกือบ 5 หมื่นคนมาแล้ว

    โดยครั้งนี้มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลการสร้างงานทั้งหมด 7,900 ตำบลทั่วประ เทศ ทั้งนี้ หลัง ครม.อนุมัติ จะเริ่มเฟสแรกใน 3,000 ตำบลก่อน งบประมาณกว่า 13,500 ล้านบาท ซึ่งจะเกิดการจ้างงานจำนวนไม่น้อยกว่า 60,000 คน ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี

    “โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย อว.เสนอของบประมาณใน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้าน เบื้องต้นดำเนินการใน 3,000 ตำบล และขยายไปให้ครบ 7,900 ตำบลในอนาคต มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเข้าไปดูแลแต่ละตำบล โดยการนำองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปช่วยทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ผลิตภัณฑ์ชุมชน คุณภาพชีวิต และสุขภาวะของชุมชน โดยมี วัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ปัญหาความยากจนแบบมีเป้าหมายชัดเจน โดย 1 ตำบล จะมี 1 มหาวิทยาลัย ในพื้นที่ทำหน้าที่ดูแลการจ้างงาน ตำบลละไม่น้อยกว่า 20 คน โดยผู้ที่ได้รับการจ้างงานจะได้รับการพัฒนาทักษะ องค์ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาตนเองและต่อยอดไปสู่ธุรกิจได้” ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ เจ้าของโครงการ เปิดเผยถึงที่มาของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย

    ที่สำคัญโครงการนี้จะช่วยสร้างงาน ทั้งบัณฑิต นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ที่ลงไปทําการพัฒนาพื้นที่ของตนเอง สนับสนุนกิจกรรมการดำเนินการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของสถาบันอุดมศึกษารายตำบลในด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาสินค้าและบริการชุมชน การพัฒนาการตลาดและสิ่งอำนวยความสะดวก การส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงานชุมชน การส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาท้องถิ่นตนเอง การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและอื่นๆ โดยมุ่งเน้นในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานชุมชนสู่บิ๊กดาต้า เพื่อเจาะลึกถึงปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาในแต่ละท้องที่ เพื่อใช้ในการวางแผนการพัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน

    “โครงการนี้จะเป็นมิติใหม่ในการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “รวมไทยสร้างชาติ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้างประเทศแบบนิวนอร์มอล ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสำคัญอย่างมากเพราะบัณฑิตเป็นทรัพยากรของประเทศในการนำพลังและศักยภาพผ่านการจ้างงาน เราจ้างงาน 3 แสนคนในพื้นที่เพื่อก่อให้เกิด “บัณฑิตติดถิ่น” ที่พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่น เราจะปลูกฝังแนวความคิดสู่การพัฒนาทักษะที่จำเป็น อาทิ ภาษาอังกฤษ ดิจิทัล การเงินและอื่นๆ อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดการบูรณาการจะมีการจัดทําระบบการบูรณาการ โครงการต่างๆในอีก 2 ระดับ คือ ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ โดยเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา 9 ภูมิภาคของ อว. ได้แก่ เครือข่ายภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่าง จะทําหน้าที่ในการบูรณาการโครงการต่างๆ ระหว่างชุมชนหรือตำบลในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ทรัพยากรโครงการร่วมกัน แบ่งเป็นองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการเชื่อมต่อกันในห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าและบริการ เช่นการผลิตวัตถุดิบ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การบริโภคสินค้าและบริการการท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ เป็นต้น” ดร.สุวิทย์ กล่าวและว่า

    “ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในรอบ 1-3 เดือนของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย เราจะได้ข้อมูลที่จำ เป็นสำหรับการจัดทำแนวทางการเฝ้าระวังและจัดทำข้อมูลสาธารณสุขตามมาตรการป้องกันโควิด-19 รายตำบล ข้อมูลรายได้ในชุมชน ข้อมูลอาชีพในชุมชน ข้อมูลสภาพทรัพยากรในพื้นที่ ข้อมูลระดับการศึกษาและทักษะของคนในชุมชน ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคในชุมชน ข้อมูลสิ่งแวดล้อม สำหรับการจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ชุมชนหรือบิ๊กดาต้า รวมทั้งได้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการนำไปใช้ในการดำเนินการจัดทำหลักสูตรในการพัฒนาสินค้าและบริการชุมชน พัฒนาฝีมือแรงงานชุมชน เป็นต้น”

    ส่วนผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายใน 12 เดือนของการจ้างงาน คือฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชนที่สะท้อนถึงศักยภาพของชุมชน ข้อมูลภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นดิจิทัล เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการชุมชน การพัฒนาการตลาดและสิ่งอำนวยความสะดวก การส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงานชุมชน การส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูและพัฒนาท้องถิ่นตนเอง การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนและด้านอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของตำบลตามโจทย์และความต้องการรายตำบล

    ที่สำคัญภายใน 1 ปี จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนตำบลเป้าหมายต้องสามารถเป็นตำบลพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 สามารถยกระดับเป็นตำบลไปสู่ความพอเพียง และร้อยละ 25 เป็นตำบลที่อยู่รอดจากความยากลำบาก โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

    “ในทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ ผมคิดว่าหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ คือพลังของเยาวชน ผมมีความเชื่ออยู่เสมอว่าเยาวชนของเรานั้นจะเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศ เป็นคนขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า” ดร.สุวิทย์กล่าว

    “ทีมข่าวอุดมศึกษา” มองว่า โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยนี้ เป็นเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ถึงแม้ว่าเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณเงินกู้ 1 ปี แต่ อว.ได้วางรากฐานการพัฒนาในการพึ่งพาตนเองในท้องถิ่นเพื่อการดำเนินการในระยะยาว ทั้งปรับเปลี่ยนมหาวิทยาลัยไทยให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพื้นที่และใช้โจทย์จากพื้นที่เพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

    ที่สำคัญเป็นการพัฒนาประเทศที่มาจากฐานรากคือชุมชนและประชาชนอย่างแท้จริง.

    ทีมข่าวอุดมศึกษา

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ทีมข่าวอุดมศึกษา1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยบัณฑิตติดถิ่นการจ้างงานอว.จ้างงานพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านสุวิทย์ เมษินทรีย์การศึกษา

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้