พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 21 คน เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. ...ว่า ขอทำความเข้าใจเบื้องต้นร่วมกันดังนี้ 1.ผู้นำในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว คือ ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยบวชเรียนและเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จึงมีความคุ้นเคยกับคณะสงฆ์ ทั้งยังมีความเข้าใจ และปรารถนาดีต่อคณะสงฆ์ 2.ทำไมจึงมีแต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เหตุเพราะ ดร.นิยมนั้นสังกัดพรรคการเมืองพรรคนี้ เป็นธรรมดาที่เมื่อ ส.ส.ท่านใดจะเสนอ พ.ร.บ.ในสภาฯจะต้องหาพรรคพวกในพรรคตัวเองเป็นหลัก เพื่อให้ครบตามจำนวนชื่อที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งก็ถือว่าเป็นธรรมชาติแบบนี้ด้วยกันทุกพรรค ไม่มีอะไรแปลกเป็นพิเศษพระเมธีธรรมาจารย์กล่าวต่อไปว่า 3.เป็นการทำให้พระสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะทำความเข้าใจร่วมกัน เพราะการเสนอร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้นหน้าที่ในการเสนอเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ส่วนรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ว่า รูปร่างหน้าตาควรจะออกมาอย่างไรนั้น ควรจะเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์และชาวพุทธที่จะต้องช่วยกันอย่างจริงจัง ไม่เพิกเฉย ดังนั้นพระสงฆ์จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะมีบทบาทสำคัญในส่วนของขั้นตอนนี้ 4.ทิศทางจะเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้เราควรจะทราบว่า เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าชาวพุทธนั้นควรจะมีกฎหมายเกี่ยวกับอุปถัมภ์และส่งเสริมพระพุทธศาสนา แต่ในขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังไม่สมบูรณ์ พวกเราจึงควรจะสนับสนุน ควรจะส่งเสริม เพื่อให้ผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) และผ่านวาระแรกของสภาฯ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อทำการพิจารณา ซึ่งในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการนั้น ใครอยากให้แก้ไขตรงไหน อย่างไร จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางใด จะต้องมาช่วยกันระดมความคิดเห็น ดังนั้นในตอนนี้อย่าเพิ่งมาขัดขากัน ขอให้ผ่านด่านสำคัญไปก่อน และ 5.วาระสำคัญ คือ ก่อนออกมาเป็น พ.ร.บ.ได้ จะต้องผ่านความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ก่อนด้วย.