ข่าว
100 year

ลิเซียนทัส..กุหลาบไร้หนาม ไม้ดอกสุดฮิต 1 ใน 10 ของโลก

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ธ.ค. 2562 07:15 น.
SHARE

ดอกลิเซียนทัส หรือกุหลาบไร้หนาม แต่ละปีประเทศญี่ปุ่นสามารถส่งออกลิเซียนทัสได้ไม่ต่ำกว่า 120 ล้านช่อ

จากแนวโน้มความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น ไทยจึงร่วมกับญี่ปุ่นส่งเสริมให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ปลูกเป็นไม้ตัดดอก และในปี 2561 ทีมวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้นำเทคโนโลยีไปส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย ปลูกเป็นไม้ดอกขายทั้งกระถาง

“เกษตรกร อ.ภูเรือ จ.เลย ยึดอาชีพปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นจำนวนมาก แต่เป็นพันธุ์ไม้ชนิดเดิมๆ ระยะเวลาการปลูกเลี้ยงยาวนาน แถมราคาจำหน่ายยังตกต่ำ”

นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. บอกว่า จากปัญหาดังกล่าวศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมการเกษตรสร้างสรรค์ วว. จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นำองค์ความรู้ไปส่งเสริมพัฒนาการปลูกลิเซียน-ทัสให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างสินค้าเกษตรชนิดใหม่ตามศักยภาพในพื้นที่ โดยเลือกนำร่องกลุ่มเกษตรกรชุมชนต้นแบบเกษตรกร แปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ ต.สานตม อ.ภูเรือ จ.เลย

ดร.อนันต์ พิริยะภัทรกิจ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ระยะแรกๆเกษตรกรยังไม่มีความรู้ จึงอบรมการจัดการดูแลพื้นที่ปลูกให้มีอุณหภูมิ 19-21 ํ c แสงแดดรำไร ปลูกด้วยวิธีเพาะเมล็ด ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ ส.ค.กระทั่งต้นอายุได้ 4-5 เดือน ต้องสเปรย์ให้น้ำวันละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้ดินปลูกมีความชื้น ลิเซียนทัสจะออกดอกระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. ตรงกับช่วงราคาไม้ดอกมีราคา

ดอกลิเซียนทัสจะเหมือนกุหลาบ ไม่มีกลิ่นหอมและไร้หนาม แต่ละช่อมีดอก 8-10 ดอก ในกระถางหนึ่งจะทยอยออกดอกนาน 1 เดือน หลังกลีบดอกร่วงโรยสามารถเลี้ยงเป็นไม้ใบได้อีก 3 เดือน จากนั้นจะเริ่มยืนต้นตาย เป็นไม้ดอกติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ราคาซื้อขายในไทย พื้นที่ภาคเหนือกระถางละ 120 บาท ในพื้นที่ภาคกลางราคา 150-200 บาท

ในขณะที่ต้นทุนการปลูกแต่ละกระถางมีราคาแค่ 20–25 บาทเท่านั้นเอง.

เพ็ญพิชญา เตียว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกลิเซียนทัสดอกกุหลาบไร้หนามลิเซียนทัสกุหลาบไม้ดอกไม้ประดับเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้