ลุ้น 29 เสียงคณะกรรมการวัตถุอันตรายชี้ชะตาใช้ 3 สาร พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และ ไกลโฟเซต แบนไม่แบน ทันไม่ทัน 1 ธ.ค.62 รู้ผลแน่ ด้าน “สุริยะ” ขอไม่ชี้นำ อุบความเห็นขอรอข้อมูล ผลกระทบเยียวยาเกษตรกร “อนุทิน” พร้อมรับฟัง ม็อบเกษตรชุดดำค้านแบน 3 สาร “มนัญญา” ชี้ม็อบกดดันไม่มีผลกับการแบนสารเคมีการเกษตร กร้าวไม่รู้เห็นประชาพิจารณ์ประชาชนไม่เห็นด้วยแบน 3 สารความคืบหน้าเรื่องการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต และการคัดค้านการแบน 3 สารเคมีการเกษตรดังกล่าว ที่ยังอลวนอลเวง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 9 องค์กรเกษตรกร แต่งชุดดำยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม คัดค้านการแบน 3 สาร โดยให้กลับไปใช้มติเดิมว่า ไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งอะไร เรื่อง 3 สารเคมียังเป็นไปตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายชัดเจนแล้วว่าทั้ง 3 สารจะต้องหยุดใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนคณะกรรมการดังกล่าว โดยมี รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธาน ไม่ทราบว่ามีการเรียกประชุมเมื่อใด ส่วนกระทรวงสาธารณสุขต้องมีจุดยืนในมติของสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหลักนายอนุทินกล่าวอีกว่า ต้องรับฟังทุกฝ่ายและมาประเมินว่าควรจะทำอย่างไรให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด ตนรับผิดชอบกระทรวงสาธารณสุข นโยบายคืออะไรก็ตามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผ่อนผันให้ไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม เรียกประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาแบน 3 สารเคมี ในวันที่ 27 พ.ย. ถ้ามีการเปลี่ยนมติจากเดิมสามารถทำได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยออกมาประกาศว่าหากคณะกรรมการฯโหวตสวนแนวทางพรรค รัฐมนตรี 7 คนในส่วนของพรรคจะลาออก นายอนุทินกล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ และเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ใช่เรื่องของพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ หรือพลังประชารัฐ แต่เป็นเรื่องสุขภาพของประชาชน อย่าเอา การเมืองมาแลกกับชีวิตของประชาชนโหดร้ายเกินไปด้าน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อสรุปเรื่องการแบน 3 สารพิษที่ล่าสุดมีกลุ่มเกษตรกรออกมาคัดค้านว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 27 พ.ย. แล้วจะดำเนินการอย่างไร เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ส่วนเรื่องม็อบคัดค้านการแบนสารพิษมากดดัน ไม่มีผลต่อการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมายและตามมติของคณะกรรมการก่อนหน้านี้ เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย เรายื่นสุดมือแล้ว ขอให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการฯที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหนน.ส.มนัญญากล่าวอีกว่า ความจริงการลด ละ เลิกใช้สารเคมี ก็เป็นนโยบายของนายกฯอยู่แล้ว เราทำตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างเลย เรื่องนี้ความจริงไม่ได้เกิดในสมัยนี้ แต่เกิดมานานแล้ว เรามาสานต่อให้เป็นรูปธรรม หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้เมื่อถามอีกว่า การที่มติคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้เลิกใช้สารเคมีเหล่านี้ แล้วมีสารอะไรจะมาทดแทนหรือยัง รมช.เกษตรฯตอบว่า ที่จะนำเข้ามาเพื่อทดแทน 3 สารเคมีเหล่านี้ไม่มีแน่นอน ในส่วนของสหกรณ์อาจปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องจักรแทน ผู้สื่อข่าวถามถึงการทำประชาพิจารณ์คนส่วนใหญ่ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่อยากให้มีการแบน 3 สารพิษ น.ส.มนัญญากล่าวว่า ประชาพิจารณ์นี้ไม่ทราบว่าไปเอามาจากไหน มีคำสั่งมาหรือเปล่า ทุกอย่างต้องมีลายลักษณ์อักษร ไม่เห็นจึงไม่สามารถตอบได้ เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้น่าจะมีอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ ถึงได้มีการเสนอให้มีการยืดมติออกไปอีก 6 เดือน หรือให้มีการทบทวนมติใหม่ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า อาจจะมีอะไรก็ได้ ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีอะไรต่อไป คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลโดยรวมวันเดียวกัน เวลา 12.00 น. กลุ่มเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการแบน 3 สารเคมีทางเกษตร รวม 7 เครือข่าย นั่งรถบัสมาที่กระทรวงอุตสาหกรรม หลังจากเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว โดยตัวแทนได้เข้ายื่นหนังสือกับนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการฯ ในวันที่ 27 พ.ย. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานครั้งแรก หลังจากใช้พระราชบัญญัติ วัตถุอันตรายฉบับใหม่ พ.ศ.2562นายประกอบกล่าวภายหลังรับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มเกษตรกรฯว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้รับหนังสือเกี่ยวกับการพิจารณาการใช้ 3 สารมาจากกรมวิชาการเกษตรบางส่วนแล้วคือ ร่างประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ในการยกระดับวัตถุอันตรายจากชนิดที่ 3 เป็นชนิดที่ 4 (ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ห้ามจำหน่าย ห้ามครอบครอง) และผลการประชาพิจารณ์จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องส่วนใหญ่คัดค้านการแบน 3 สาร แต่ยังไม่มีผลมาตรการรองรับเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสารที่จะนำมาทดแทนการใช้ 3 สารเข้ามาตามที่คณะกรรมการฯ มีมติให้กรมวิชาการเกษตรได้จัดทำมาตั้งแต่การประชุมในวันที่ 22 ต.ค. คาดว่าจะนำมาเสนอในที่ประชุมในวันที่ 27 พ.ย. เพื่อให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 29 คน ได้พิจารณาร่วมกันว่าจะมีแนวทางอย่างไร สำหรับข้อมูลที่กรมวิชาการเกษตรเสนอมาไม่มีข้อที่ระบุว่าให้ยืดระยะเวลาการแบน 3 สารออกไป มีมาแค่บางส่วน เช่น ร่างประกาศที่ได้จัดทำและผลการประชาพิจารณ์ ต้องมาดูว่า ในที่ประชุมจะมีการนำเสนอข้อมูลอะไรเพิ่มเติมบ้างผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังแยกย้ายการชุมนุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เดินทางกลับจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาถึงกระทรวง จึงได้ให้สัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนร่วมรับฟัง และเข้ายื่นหนังสือ นายสุริยะกล่าวหลังรับหนังสือว่า ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายในการประชุมวันที่ 27 พ.ย. ไม่สามารถชี้นำผลการประชุมได้ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายจากทุกฝ่ายรับฟังข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร เจ้าของต้นเรื่องก่อนว่า มีข้อมูลมานำเสนออย่างไรบ้าง เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาข้อมูลร่วมกัน การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะยืนมติแบน หรือไม่แบน หรือแบนแต่ยืดระยะเวลา หรือแบน แล้วยึดตามเวลาเดิมวันที่ 1 ธ.ค.นายสุริยะกล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ชัดเจนว่า ความเห็นของกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีแนวคิดในเรื่องนี้อย่างไร ต้องรอดูข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรเสนอมาก่อน คณะกรรมการฯ ทุกคนจะมีการรับฟังแล้วค่อยมาตัดสินใจว่า แต่ละคนมีความเห็นในการดำเนินการอย่างไร คาดว่าจะใช้วิธีการโหวตความเห็นของคณะกรรมการแต่ละรายเช่นเดิม ถ้าไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อ ก็ไม่สามารถเปิดเผยผลโหวตแต่ละคนได้ ตอนนี้ความเห็นแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย บางฝ่ายเห็นด้วยให้แบนการใช้ 3 สาร เพราะมองถึงผลกระทบทางด้านสุขภาพ บางฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าจะกระทบหลายอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อาหารสัตว์ผู้สื่อถามข่าวถามว่า ได้หารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ที่คัดค้านการยืดเวลาแบน 3 สารหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกัน ส่วนการหารือร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตรและสหกรณ์ระบุสั้นๆว่า จะให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เข้าร่วมประชุมอีกด้าน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนหลายเครือข่าย อาทิ เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา เครือข่ายเยาวชนนักขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ฯลฯ กว่า 40 คนเดินทางมาที่กระทรวงสาธารณสุข ยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข แสดงจุดยืนสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลที่เดินหน้าแบน 3 สารเคมีการเกษตร ก่อนยื่นหนังสือเครือข่ายฯ ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยนำปิ่นโตใส่อาหารมาร่วมกันทานหน้ากระทรวง สื่อถึงความต้องการอาหารที่ปลอดจากสารเคมีให้เด็กเยาวชนได้เติบโตอย่างปลอดภัย มีคุณภาพที่ดี หลังพบข้อมูลสารเคมีทางการเกษตรทำเด็กสมองฝ่อ มีปัญหาด้านพัฒนาการ เสี่ยงออทิสติกนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้รับมอบหนังสือ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงมีจุดยืนที่ชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับสารเคมีโดยตรง พบการเสียชีวิตเฉียบพลัน ขณะที่ผู้บริโภคก็ได้รับอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ สะสมในร่างกายและกระทบต่อสุขภาพระยะยาว จะเดินหน้าเสนอต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาต่อไป