เปิดประวัติ "กินเจ" หลากแหล่งที่มา เหตุผลแท้จริงให้อะไรกับเรา

ข่าว

เปิดประวัติ "กินเจ" หลากแหล่งที่มา เหตุผลแท้จริงให้อะไรกับเรา

ไทยรัฐออนไลน์

28 ก.ย. 2562 09:40 น.

เทศกาลกินเจ หรือ เทศกาลถือศีลกินผัก วนมาถึงอีกครั้งแล้ว ปีนี้ตรงกับวันที่ 28 ก.ย. - 7 ต.ค. 2562 ก่อนหน้านี้เคยทานกันมาอย่างไร แต่วันนี้อยากให้คนที่กำลังจะกินเจทุกคนลองปรับเปลี่ยน จากที่เคยคิดว่ากินแล้วอ้วน มีแต่มัน มีแต่ของทอด จะกินเจอย่างไรให้สุขภาพดี แถมมีบุญเป็นผลพลอยได้...

คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ นักสะสมความรู้เรื่องจีน ผู้ที่กินเจมากกว่า 20 ปี ได้บอกเล่าเรื่องราวการ กินเจ ว่า การกินเจในประเทศไทยนั้นมี 2 สาย คือ พุทธมหายาน และลัทธิเต๋า ซึ่งทั้ง 2 สายต้องไหว้ เจ้าแม่ปั๊กเต๋าบ้อ (เจ้าแม่มารดาของเทพเจ้าดาวเหนือ) และเทพเจ้า 9 องค์ รวมถึงครูงิ้ว ซึ่งประวัติการกินเจก็มีหลายที่มา ทางจีนโบราณที่ปักกิ่ง ว่า พวกเล่นงิ้วต้องกินเจเพื่อล้างท้องและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติถวายครูงิ้ว ช่วงวันที่ 1-9 เดือน 9 อีกทั้งลัทธิเต๋ามีความเชื่อว่าวันที่ 9 เดือน 9 เป็นวันเกิดเจ้าแม่ปั๊กเต๋าบ้อ (เจ้าแม่มารดาของเทพเจ้าดาวเหนือ) และคนจีนโบราณมีความเชื่อว่าดาวเหนือมีพลังมากที่สุด เพราะอยู่กับที่และไม่ถูกแรงดึงดูดจากดาวอื่นๆ ทำให้เคลื่อนไป

แต่อีกหนึ่งที่มาของการกินเจที่น่าสนใจ คุณจิตรา บอกว่า เป็นเรื่องจากทางการแพทย์จีน เนื่องจากก่อนที่สัตว์จะถูกฆ่านั้นมีความเครียดทำให้มีการหลั่งสารพิษออกมา ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็สะสมสารพิษจากเนื้อสัตว์ที่กินเข้าไปตลอดทั้งปี ทางการแพทย์จีนเชื่อว่าหากหยุดกินเนื้อสัตว์สัก 9-10 วันต่อปีได้ จะช่วยได้สลายสารพิษเหล่านี้ออกไปบ้าง และทำให้อายุยืนขึ้น แต่ทั้งนี้ การแพทย์จีนก็ยังมีการศึกษาลึกลงไปอีกว่า ร่างกายอาจขาดสารอาหารบางอย่าง แม้การกินเจกินแต่ผักก็จริง แต่ต้องไม่กินผักกลิ่นฉุนอย่าง กระเทียม หอม กุยช่าย หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) และใบยาสูบ อาจเป็นได้ว่าช่วงที่ร่างกายขาดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ สารบางอย่างในผักกลิ่นฉุนทั้ง 5 อย่างนี้อาจมีผลเสียต่อร่างกาย ไม่เพียงเท่านั้นจากการเปรียบเทียบด้วยตัวเองช่วงที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ทำให้ขับถ่ายได้ดีมากขึ้นด้วย

ในการกินเจ มีอีกสิ่งที่สำคัญคือการไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นและเปิดในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งศาลเจ้าเหล่านี้จะมีการทำปริมณฑลพลัง ไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปปักธูป บางแห่งมีการคัดเลือกผู้ชายมาคอยรับธูปไปปักที่กระถางเจ้าแม่แทน ส่วนการไหว้เจ้าก็เปรียบเสมือนการเสริมดวง ปีๆ หนึ่งคนจีนและไทยเชื้อสายจีนจะมีการไหว้เจ้าและบรรพบุรุษ 8-9 ครั้งที่บ้าน แต่การกินเจพิเศษมากกว่านั้น เป็นการเน้นไปไหว้ที่ศาลเจ้าพร้อมกับการกินเจ 9 วัน เพื่อให้ได้มาซึ่งบุญ 5 ประการ คือ “ทรัพย์ โชค อายุยืนยาว การทำความดี เวลาตายขอให้ตายดี” และการจะมีสิ่งเหล่านี้ต้องมาจากการ “ไหว้เป็น ไหว้ถูกที่” จะเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ไม่ใช่ไหว้ไปด้วยความงมงาย และต้องเป็นคนที่ “รู้ครบ รู้แม่น รู้แน่นลึก และเป็นคนสะอาด” คนสะอาดในทีนี้คือ 1. ไม่ทำผิดศีลธรรมจรรยา 2. ไม่มีพลังลบติดตัว เช่น สัมภเวสีตามมาจากงานศพ ทำให้เรามีพลังลบ

การเสริมดวงเหมือนการกินอาหาร เพราะอาหารต้องมีโภชนาการต่างๆ ที่ต้องทานให้ครบ หากเปรียบการไหว้เจ้าในเทศกาลอื่นๆ เป็นโปรตีน ก็ยังขาดคาร์โบไฮเดรต, เกลือแร่, วิตามิน และไขมัน จึงนิยมไปไหว้เจ้าในศาลเจ้าที่สร้างสำหรับเทศกาลกินเจโดยเฉพาะ ซึ่งในสถานที่นี้คนโบราณจะมีขั้นตอนในการตั้งเจ้า มีการทำปริมณฑล เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลเดียวที่ต้องไปไหว้ให้ถูกศาลเจ้า ต้องสวมชุดขาว ห้ามผู้หญิงเข้าไปปักธูป แม้จะไหว้เจ้าเพื่อขอให้อายุยืนยาว เราก็ต้องไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท และการมีคุณธรรมศีลธรรมเชื่อว่าเจ้าจะคุ้มครอง

ปัจจุบัน คนส่วนมากกินเจแบบฉาบฉวย กินตามกันไปโดยไม่ทราบว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงว่ามุ่งไปในด้านสุขภาพควบคู่ไปกับการได้บุญ “กินเอาสุขภาพและบุญเป็นของแถมดีกว่าไหม” เพราะการกินเจก็เพื่อต้องการให้ดีท็อกซ์ล้างพิษออกจากร่างกาย ส่วนตัวคุณจิตราจึงไม่กินเกาลัดเพราะคอเลสเตอรอลสูง ไม่กินของมัน ทอด แป้ง โปรตีนเกษตร หมี่กึ่ง อาหารที่ชอบมากและแนะนำ อาทิ กระเพาะปลาเจ ทำจากเยื่อไผ่ หูฉลามเจ ทำจากวุ้นเส้น ข้าวต้มลูกเดือย ขนมจีนน้ำยาเห็ดเจ เป็นต้น ส่วนตัวรู้สึกมีความสุขมากในการกินเจ แต่ที่จะมีปัญหาคือหิวบ่อย สำหรับร้านที่ขายราคาถูกก็มักจะหนักแป้ง เราต้องเลือกกินเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ การกินเจที่ถูกอาหารต้องมีรสชาติสะอาด แต่ก็อยากให้ถามตัวเองว่าทำดีที่สุดได้หรือไม่ ทำได้ก็ทำ ดีกว่าไม่ได้ทำ คุณจิตรา เผยด้วยว่า ปกติกินเจสัปดาห์ละ 2 วัน กินเจจริงจังมา 22 ปี ตั้งแต่ปี 2540 ก่อนหน้านี้ก็กินเจมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้จริงจัง

“ทุกวันนี้ ศาลเจ้าเขาจะประชันฝีมือแม่ครัวกัน ศาลเจ้าไหนอร่อยคนจะไปกินเจเยอะ กินเจที่ฮ่องกงก็ไม่เหมือนเมืองไทย เขากินไข่ กินหอยนางรม แต่ที่กินทั่วบ้านทั่วเมืองมีแต่ที่ไทย ส่วนที่สิงคโปร์ มาเลเซีย จะกินกันเฉพาะกลุ่มเล็กๆ ในอนาคตอยากเห็นเทศกาลกินเจในไทยเป็นวาระการท่องเที่ยวระดับโลก”

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มกินเจก็ถือเป็นเรื่องดี กินเท่าที่เรามีความตั้งใจก็ได้ ดีกว่าไม่ได้เริ่ม คนที่กินเจแล้วไม่ได้มีโอกาสไปไหว้ศาลเจ้าก็ไม่ใช่ไม่ดี เอาตามที่เราสะดวก แต่มีความตั้งใจแล้วได้ทำบ้างถือว่าเป็นเรื่องดี ส่วนเรื่องชื่ออาหารที่เหมือนอาหารปกติที่มีเนื้อสัตว์นั้น คุณจิตรา บอกกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า ชื่อเหล่านี้เพื่อให้คนกินไม่เป็น ได้รู้จักว่าเลียนแบบมาจากเมนูอะไร คนจะได้นึกภาพออก แต่เชื่อว่าไม่ได้ทำให้ยึดติดหรือละเนื้อสัตว์ไม่ได้ อยู่ที่คนคิดบวกหรือลบ อยากให้บอกตัวเองว่าปีนี้ไม่ได้เต็มที่ไม่เป็นไร ปีต่อๆ ไปยังมี และเชื่อว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาอาหารเจที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นด้วย.

อ่านเพิ่มเติม รายงานพิเศษ "กินเจ" พลังศรัทธา อิ่มใจได้สุขภาพ


   • ความเชื่อกินเจแบบไทยๆ หรือแค่แฟชั่น ทำไมม้าทรงต้องสำแดงอิทธิฤทธิ์
   • "กินเจ" 9 วัน 9 คืน สุขภาพดี ถือศีลอิ่มบุญ ไม่อ้วน ไม่โทรม
   • ปักหมุด จุดกินเจทั่วไทย ถือศีล-กินฟรี-ประเพณีสุดอะเมซิ่ง
   • เทศกาลกินมังสวิรัติในต่างแดน คึกคัก เทรนด์กินพืชผักกำลังมา
   • อาหารแพง "กินเจ" แค่บางมื้อ แห่ซื้อปรุงสำเร็จ เงินสะพัดหมื่นล้าน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กินเจเทศกาลกินเจกินเจ 2562ประวัติกินเจที่มากินเจถือศีลกินผักอาหารเจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันพฤหัสที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 15:17 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์