วัดพระเชตุวันอยู่ห่างจากประตูเมืองสาวัตถี ไป 1,200 ก้าว...แต่พระเจ้าปเสนทิ พระราชาแห่งแคว้นโกศล ซึ่งในพุทธกาลมีเรื่องราวกล่าวขานมากมาย ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทบจะนับครั้งได้จนถึงวันวัย 80 ปี วันนั้นพระเจ้าปเสนทิตามไปขอเฝ้าไกลถึงกุลนิคม แห่งแคว้นศากยราช (เกิดครั้งพุทธกาล ตามรอยพุทธประวัติ ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2551)แม้เป็นพระราชา ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่เมื่อจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าระดับพระอินทร์ยังได้คิวยาก ต้องวานเทพปัญจสิขรนำร่อง พระเจ้าปเสนทิรู้คิวแล้วยังต้องแต่งตัวใหม่...ถอดเครื่องทรงองค์เจ้า...อาจารย์ ส.พลายน้อย ท่านใช้คำ “เครื่องราชกกุธภัณฑ์” ถ้าเป็นขนบเขมร ก็คงเป็น “วางพระขรรค์ไชยศรี”มอบให้ทีฆการายนะอำมาตย์รักษาไว้ขีดเส้นใต้ชื่อ“ทีฆการายนะ”...นี่คือหลานพันธุลเสนาบดี จอมยุทธ ไร้เทียมทานเพื่อนสำนักตักกศิลา หนีแรงอิจฉามัลลกษัตริย์มารับใช้ แต่ถูกขุนนางเลวยุแยงตะแคงรั่ว พระเจ้าปเสนทิวางแผนฆ่าหมู่ทั้งพ่อทั้งลูกแต่เมื่อทรงสำนึกผิด ก็รับหลานรับใช้ใกล้ตัว โดยไม่รู้ว่าเป็นหอกข้างแคร่พระเจ้าปเสนทิทรงพระดำเนินไปยังพระวิหาร ประตูปิดอยู่ ทรงกระแอมแล้วเคาะประตู พระพุทธองค์ทรงเปิดประตูรับ พระเจ้าปเสนทิทรงหมอบแทบพระบาท...ทรงจุมพิตพระบาทด้วยพระโอษฐ์ ทรงนวดฟั้นฝ่าพระบาทด้วยพระหัตถ์“แสดงความเคารพถึงเยี่ยงนี้ ทรงเห็นประโยชน์อย่างไรหรือ?” พระพุทธองค์ทรงถาม“ด้วยเห็นประจักษ์ในเหตุ 10 ประการ” พระเจ้าปเสนทิตรัสตอบแล้วทูลต่อไม่เคยเห็นพรหมจรรย์อื่นบริสุทธิ์สมบูรณ์เท่าพรหมจรรย์นี้ได้เห็นภิกษุทั้งหลายมีความเคารพพร้อมเพรียง ไม่วิวาท เข้ากันได้ดี ได้เห็นภิกษุทั้งหลายมีความรื่นเริงยินดีมีอินทรีย์แช่มชื่นพระสาวกเตือนกัน ไม่ไอจามขณะทรงแสดงธรรม ประจักษ์ชัดทรงฝึกบริษัทได้ดี ไม่ต้องใช้อาชญาและศัตราวุธ ได้รู้ว่ามีกษัตริย์ พราหมณ์ คฤหบดี สมณ ตั้งปัญหาเพื่อเอาชนะ แต่ทุกคนกลายเป็นสาวกช่างไม้ชื่ออิสีทันตะ กับปุราณะ ทั้งสองกินข้าวใช้ยานพาหนะ มียศศักดิ์ อยู่ด้วยเบี้ยเลี้ยงชีพของหม่อมฉัน ครั้งหนึ่งเห็นเขานอนสนทนาธรรมกันค่อนรุ่ง หันศีรษะไปหาพระผู้มีพระภาค เหยียดเท้ามาทางหม่อมฉัน“พระองค์ผู้เจริญ เรื่องอย่างนี้ไม่เคยมีมาก่อน หม่อมฉันรู้ว่า อัศจรรย์จริง”ข้อสุดท้าย พระพุทธองค์และหม่อมฉันเป็นกษัตริย์เหมือนกัน อายุ 80 เท่ากัน เหตุเหล่านี้หม่อมฉันจึงแสดงความเคารพยิ่งต่อพระองค์ภัททสาลชาดกเล่าต่อเหตุการณ์นี้ว่า ทีฆการายนะ ซึ่งรอโอกาสนี้มานาน ได้โอกาสก็นำบริวารกลับนครสาวัตถี นำเครื่องราชกกุธภัณฑ์ถวายพระเจ้าวิฑูฑภะ พระรัชทายาทพระเจ้าวิฑูฑภะก็แต่งเครื่องทรงองค์กษัตริย์ ยึดอำนาจแคว้นโกศลพระเจ้าปเสนทิกลับจากเฝ้าพระพุทธเจ้า ออกมาก็เจอหญิงชราและม้าตัวเดียวที่ทีฆการายนะทิ้งไว้ ทรงรู้ว่าถูกยึดอำนาจไปแล้ว ก็แข็งพระทัย ขี่ม้ามุ่งหน้าไปกรุงราชคฤห์หวังให้พระเจ้าอชาตศัตรู ผู้เป็นทั้งหลาน เป็นทั้งพระราชบุตรเขยช่วยไปถึงเมืองราชคฤห์ เวลาค่ำประตูเมืองปิดเข้าไม่ได้ ทรงพักบรรทมและสิ้นพระชนม์ในศาลาหน้าเมือง ปิดตำนานพระเจ้าปเสนทิ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นโกศลไว้เพียงนั้นเข้าพรรษาแล้ว ทั้งวันโกนวันพระผมเห็นนายกฯ เห็นรัฐมนตรี วุ่นอยู่กับภารกิจการเมือง จนพอเข้าใจได้ ไม่มีเวลาเข้าวัดฟังธรรม จึงตั้งอกตั้งใจเปิดหนังสือพุทธประวัติมาอ่านเตือนใจอย่างน้อยเรื่องพระเจ้าปเสนทิก็สอนให้รู้ว่า ศัตรูที่น่ากลัวและต้องระวังยิ่งกว่า ไม่ใช่คนไกล แต่เป็นคนใกล้ตัว.กิเลน ประลองเชิง