ไลฟ์สไตล์
100 year

อาถรรพณ์ศาลเทพารักษ์ สมเด็จกรมพระราชวังบวร

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
7 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

“ชาวกรุง” หรือ “ภูธร” ที่เคยผ่านถนนเศรษฐสิริ เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งเชื่อมถนนเลียบทางรถไฟ สถานีรถไฟสามเสนกับถนนเลียบคลองเปรมประชากร ย่านราชวัตร คงคุ้นตากับ...“ศาลเทพารักษ์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล” ทุกรัชกาล ที่ตั้งอยู่ภายในกรมสรรพาวุธทหารบก

ศาลนี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานดวงพระวิญญาณสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล 5 พระองค์ คือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) พระอนุชารัชกาลที่ 1 กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ในรัชกาลที่ 2 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ในรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศมหิเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอนุชารัชกาลที่ 4 กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ พระราชโอรสสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ

ข่าวแนะนำ

เดิมเป็นศาลอยู่ในคลังแสงสรรพาวุธทหารบก เขตพระราชฐาน ต.ท่าพระจันทร์ กระทั่งปีเปลี่ยนการปกครอง พุทธศักราช 2475 จึงยกที่ดินนี้ให้สร้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง

แล้วก็ย้ายศาลมาตั้งยังกองคลังยุทโธปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบกปัจจุบันนั่นเอง

ศาลเทพารักษ์แห่งนี้เป็นศาลาเรือนไม้ชั้นเดียว ด้านหน้าเป็นระเบียงโถงถัดไปกั้นฝาเป็นห้องประดิษฐานพระรูปจำลองกรมพระราชวังบวร 5 พระองค์อยู่เบื้องซ้าย...ตรงกลางตั้งแท่นบูชาศาลเทพารักษ์ที่มีอยู่ก่อน ส่วนเบื้องขวาเป็นภาพจำลองหลวงปู่เทพพระครูโลกอุดร

ภายนอกอาคารด้านขวาเป็นศาลหลังเก่าที่ถูกย้ายมา ด้านหลังเป็นรูปปั้น “แม่ศรีไพรวัลย์” แต่งเครื่องไทยแบบนางไม้สถิตอยู่คู่ตะเคียนยักษ์ที่ล้มไปแล้ว ชาวบ้านเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาองค์นี้ และเคยดลใจให้ใครหลายคนสมหวังได้รับรางวัลใหญ่เป็นที่โจษระบือกันทั่ว

อัครเดช พ่วงพุ่ม หรือ “โอ๋” ลูกจ้างประจำกรมสรรพาวุธทหารบก ผู้ได้รับมอบหมายให้มาดูแลศาล กับอำนวยความสะดวกผู้มาสักการะและจัดดอกไม้ธูปเทียนบูชานานร่วม 20 ปี เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งที่เคยเกิดกับศาลเทพารักษ์กรมพระราชวังบวรฯเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา

“คืนนั้นช่วงตี 2 ขณะชุมชนทหารซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ศาลกำลังหลับสนิท อยู่ๆก็เกิดไฟไหม้อย่างไม่มีใครรู้ตัว ทำเอาใครต่อใครลุกขึ้นตื่นหนีไฟกันอลหม่าน” โอ๋เล่าอย่างออกอาการตื่นเต้นต่อไปว่า ...“ทุกคนแปลกใจกรณีไฟเผาบ้านเรือน แต่ทำไมไม่ลามไปเผาศาลเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนเกิดอาถรรพณ์ปาฏิหาริย์ที่มี...ลมพัดกลับลำ พัดพาเอาพระเพลิงไปทิศทางอื่น ศาลถึงรอดปลอดภัยมาได้อย่างน่าอัศจรรย์”...

โอ๋กับคนในชุมชนน่าจะทุกคนเชื่อตรงกันว่า ...น่าจะมาจากพลังอันแกร่งกล้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) ที่คอยคุ้มครองป้องกันศาลไว้ ด้วยพระราชประวัติเจ้านายพระองค์นี้ประสูติมาเพื่อเป็นชายชาติทหาร สวมวิญญาณนักรบผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรแห่งแผ่นดินสยาม

สามารถปราบข้าศึกผู้รุกรานและก่อกบฏแข็งข้อได้อย่างราบคาบ ทั้งหัวเมืองเหนือใต้ รวมถึงทัพต่างแดนจากพม่า กัมพูชาและลาว ตั้งแต่มีพระชนมายุวัยฉกรรจ์ 24 พรรษา เมื่อปี 2310 ถึงปี 2345 จึงเสด็จสวรรคตขณะพระชนมายุ 60 พรรษา เท่ากับทรงกรำศึกนานนับ 35 ปี

ระหว่างทรงพระชนม์ชีพเคยยกทัพรับศึกถึง 24 ครั้ง เหนือมนุษย์จะพึงกระทำกันได้ง่ายๆ...ด้วยพระปรีชาสามารถนี่เอง ส่งผลให้บรรดาไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินต่างยกย่องบูชาในบุญคุณอันเปี่ยมล้นต่อสยามประเทศ แม้ร่างกายและวิญญาณจะสถิตต่างภพต่างชาติแล้วก็ตาม

ทว่า...หัวใจผู้คนแต่ละยุคสมัยที่ผ่านมาก็มิได้ขาดจิตปฏิสัมพันธ์เทิดทูนบูชา โอ๋บอกว่า...

ทุกวันจะมีผู้เลื่อมใสศรัทธาพากันมากราบไหว้ อธิษฐานขอพรด้วยความประสงค์ต่างๆนานา มีทั้งขอความคุ้มครองและเสริมสิริมงคลกับตนเองไปถึงครอบครัว...คนคิดขายบ้าน ที่ดิน ต้องการ

มีบุตร สอบบรรจุเป็นข้าราชการ และไขว่คว้าหาความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร และพลเรือน โดยเฉพาะผู้กำลังจะเดินทางไปปฏิบัติงานพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ หรือบนป่าเขาดงดอยตามแนวเขตพรมแดน

การบนบานจะมีเครื่องบูชาประกอบด้วย เหล้าขาว หมากพลู มวนยา ผลไม้ ได้แก่ มะพร้าว ลางสาด หรือลองกอง มะม่วง แก้วมังกร พวงมาลัยดอกไม้สด ธูป 9 ดอกพร้อมเทียน โดยมีคาถา...

“อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ ลัม ทะ กะ สะ อุ อา คะ มะ สะอาติ พุทธามะหาสุระสิงหะนาทะ นาเมติ วิสสุตา ระตะนัต ตะยานุภาเวนะ มะหาเตชา มะหาปัญญา มะหัพพะลา มะหาลาภา มะหายะสา มะหา ปะสังสะ มะหาสุขะภูตา ภะวันตุเม”

คำอธิษฐานขอพรจากผู้มีใจบริสุทธิ์ ไม่เป็นอมิตรกับผู้ใด ผู้นั้นมักจะได้ตามประสงค์ แต่หากเป็นผู้ใจบาปหยาบช้าไร้ซึ่งคุณธรรมอันดีงาม ก็จะประสบกับความผิดหวังคืนกลับมา...โอ๋สารภาพความจริงว่า ถึงตนจะอยู่ดูแลและใกล้ชิดกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) ในโลกต่างมิติ ก็เคยขอความเมตตาจากพระองค์เพียงสองครั้งสองคราเท่านั้น “ครั้งแรกขอให้คนใกล้ตัวสอบบรรจุเป็นข้าราชการ แต่ไม่ผ่านตกไป 1 คะแนน จึงจุดธูปเทียนถวายขอให้ช่วยลูกด้วย ปรากฏว่าการสอบคราวนั้นถูกประกาศเป็นโมฆะให้สอบใหม่แล้วถึงสอบได้ จึงเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีพ่อกรมพระราชวังบวรฯแท้ๆ”

อีกครั้งโอ๋ไปปากคลองตลาดเพื่อหาซื้อดอกมะลิมาร้อยมาลัย เกิดทำเงินหล่นหาย 500 บาท ซึ่งมันก็มากอยู่สำหรับคนทำมาหากิน จึงกลับมายังศาลแล้วขอพึ่งบารมีพ่อท่านทันที “เชื่อมั้ย...พออธิษฐานเสร็จ แค่นั่งลงร้อยมาลัยครู่เดียวเท่านั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งมาซื้อมาลัยเพื่อใช้บูชา ควักเงินสด 500 บาท ยื่นให้บอกไม่ต้องทอน โอ๋ขนลุกซู่ไม่เชื่อว่าจะเป็นจริง!”

ปาฏิหาริย์ที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่สามารถตอบสนองให้ได้ในยามมีทุกข์โอ๋ยืนยันทุกวันนี้พ่อกรมพระราชวังบวรฯ ยังคงวนเวียนผูกพันอยู่กับศาลหลังนี้ ด้วยเคยเห็นชายร่างสูงใหญ่คับประตูศาลบ่อยครั้ง สวมเสื้อคอกลมลำลอง ผิวคล้ำ ดูบึกบึน สักครู่ค่อยจางหายไปกับรูปจำลองบนแท่นประดิษฐาน

“ช่วงค่ำเคยมีคนเห็นสิงโตเดินวนรอบศาล เชื่อว่าน่าจะเป็นวิญญาณทหารที่เคยสู้ศึกมาด้วยกัน ปรากฏกายเฝ้าถวายอารักขาพระองค์ท่านด้วยความจงรักภักดี”...

“ศรัทธา” นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” เชื่อไม่เชื่ออย่างไรโปรดอย่าได้ “ลบหลู่”.

รัก-ยม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลังแสงสรรพาวุธทหารบกศาลเทพารักษ์เหนือฟ้าใต้บาดาลรัก-ยมศาลเทพารักษ์ สมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 06:38 น.