ข่าว
100 year

“ยาก” ติดเอชไอวีผ่านถุงยางใช้แล้ว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 มิ.ย. 2562 08:51 น.
SHARE

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีพบถุงยางอนามัยลอยเกลื่อนคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งโรงแรมระบุว่ามีการจ้างเอกชนมาจัดเก็บแต่ไม่รู้นำไปทิ้งแบบไหน ว่า ถุงยางอนามัยเข้าข่ายเป็นขยะติดเชื้อ เนื่องจากการใช้งานมีการสัมผัสทั้งภายนอกและภายใน คือภายในสัมผัสกับอวัยวะเพศชาย ส่วนภายนอกสัมผัสกับคู่นอน มีการปนเปื้อนสารคัดหลั่ง คือ น้ำอสุจิ ซึ่งบางคนอาจติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อเอชไอวี เป็นต้น แต่โอกาสการติดเชื้อโดยการสัมผัสถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วเป็นไปได้ยาก เพราะการติดเชื้อเอชไอวีจะเป็นการติดต่อโดยตรงจากคนสู่คน เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือรับเชื้อถ่ายทอดผ่านเลือด เป็นต้น ดังนั้นการพบถุงยางอนามัยในลำรางสาธารณะจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการติดเชื้อเพราะเชื้อไวรัสไม่ทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอก

“การกำจัดถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ควรห่อด้วยกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว หรือกระดาษทิชชู เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนกับขยะอื่นสามารถทิ้งได้ตามถังขยะทั่วไปหรือจะทิ้งเป็นขยะติดเชื้อก็ได้ ซึ่งคิดว่าโรงแรมจะมีระบบการคัดแยกขยะอยู่แล้ว ส่วนการส่งไปกำจัดหรือบำบัด ก็จะนำส่งทางท้องถิ่นดำเนินการ เช่น กรุงเทพฯ โดยขยะทั่วไปก็อาจนำไปฝังกลบหรือนำไปเผาในส่วนของเตาเผาขยะทั่วไป โดยถุงยางอนามัยนั้นทำจากยางพารา แม้จะใช้เวลานานในการย่อยสลายแต่ก็น้อยกว่าถุงพลาสติก หรือหากทิ้งเป็นขยะติดเชื้อก็จะถูกส่งไปยังเตาเผาขยะติดเชื้อการทิ้งถุงยาง อนามัย ไม่ควรทิ้งลงไปในระบบของห้องน้ำหรือระบบสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะชักโครก เพราะจะทำให้เกิดการอุดตัน” นพ.ดนัยกล่าวและว่า การทิ้งขยะลงในสิ่งแวดล้อมมีกฎหมายหลายฉบับควบคุมทั้ง พ.ร.บ.อาคาร พ.ร.บ.การสาธารณสุข รวมถึง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งขึ้นกับทางท้องถิ่นที่ดูแลว่าเหตุการณ์แบบใดจะใช้กฎหมายตัวใด.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดนัย ธีวันดาถุงยางอนามัยขยะติดเชื้อน้ำอสุจิเชื้อไวรัสเชื้อเอชไอวีเอชไอวีสุขภาพ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้