อยากมีโซ่ทองคล้องใจ...ทำไมไม่ท้องสักทีจากสถิติคู่สมรสที่มีอายุมากขึ้นทำให้มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์น้อยลง ขณะที่ความปรารถนาสูงสุดของคู่แต่งงาน คือการได้มีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ เป็นโซ่ทองคล้องใจและสายใยรักแห่งครอบครัวมีคู่สามีภรรยาจำนวนมากที่แต่งงานมานานหลายปี พยายามที่จะมีลูก แต่ก็ไม่สามารถจะมีได้ ซึ่งก็มีหลายสาเหตุที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ นพ.สันธา ศรีสุภาพ ผอ.ด้านการแพทย์ “อินสไปร์ ไอวีเอฟ” (Inspire IVF) และผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยาก อธิบายว่า การตั้งครรภ์มีอยู่ 2 ขั้นตอน ขั้นแรกคือ การปฏิสนธิ หรือการที่อสุจิผสมกับไข่แล้วทำให้เกิดชีวิตใหม่ที่เรียกว่า ตัวอ่อน ขึ้นมา ส่วนขั้นที่ 2 คือการที่ ตัวอ่อน เข้าไปฝังตัวอยู่ในมดลูกจนเกิดการตั้งครรภ์และคุณแม่ก็จะอุ้มท้องจนลูกมีความสมบูรณ์มากพอจึงคลอดออกมาเป็นทารกน้อยๆ ที่เป็นสายใยแห่งความรักและความผูกพันของพ่อแม่“การไม่มีบุตรอาจจะเกิดจากความไม่ปกติในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนมากจะสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในขั้นตอนแรก อาจเป็นเพราะไม่มีตัวอ่อน โดยมีสาเหตุมาจากไข่ หรืออสุจิ เช่น ไข่ไม่ตก หรือตกแต่สภาพไม่สมบูรณ์ ทำให้อสุจิไม่สามารถที่จะไปผสมกับไข่ได้ หรืออสุจิไม่แข็งแรงและมีจำนวนไม่มากพอ หรือเส้นทางที่อสุจิจะต้องเดินทางผ่านไปมีการอุดตัน” คุณหมอสันธาบอก ผอ.ด้านการแพทย์ “อินสไปร์ ไอวีเอฟ” (Inspire IVF) บอกว่า หากเกิดในขั้นตอนที่ 2 คือ มีตัวอ่อนแล้วแต่ไม่สามารถฝังตัวได้ หรือตัวอ่อนมีการฝังตัวแล้วแต่มีการแท้งหรือการคลอด ก่อนกำหนดในขณะที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะสภาพภายในมดลูกในร่างกายแม่หรือตัวอ่อนเองผิดปกติ เมื่อเจริญเติบโตไปได้สักระยะก็หยุดโต หรืออีกกรณีหนึ่งอาจเกิดจากได้รับการตรวจระหว่างการตั้งครรภ์แล้วพบว่ามีความผิดปกติรุนแรงจนต้องมีการยุติการตั้งครรภ์“การที่จะใช้เทคนิคทางการแพทย์เข้าไปช่วยให้มีบุตร ต้องมีการตรวจหาสาเหตุเสียก่อนว่าเกิดขึ้นในขั้นตอนแรกหรือขั้นตอนที่ 2 และแก้ไขตามสาเหตุ เพื่อจะได้แก้ไขให้ตรงจุด” คุณหมอสันธา ให้ข้อมูลว่า วิธีทางการแพทย์ที่นิยมในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 4 เทคนิควิธีการ คือ 1.การมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ไข่ตก การหาวันไข่ตกมีหลายวิธี เช่น จากประวัติประจำเดือน การตรวจเลือดร่วมกับการตรวจอัลตราซาวนด์ ในบางรายที่การตกไข่ไม่สม่ำเสมออาจจะให้ยาบำรุงรังไข่ เมื่อไข่โตเต็มที่ก็จะมีการฉีดยาให้ไข่ตก และให้มีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลานั้น ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่ายๆ ค่าใช้จ่ายไม่สูงและได้ผลพอสมควร แต่เหมาะสำหรับคู่รักที่อายุไม่มากและมีความสมบูรณ์ทั้งสามีและภรรยา2.การฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกในเวลาที่ไข่ตก (Intrauterine insemination หรือ IUI) เป็นวิธีที่นิยมใช้กัน คือ ให้ยาบำรุงรังไข่ชนิดรับประทาน หรือชนิดฉีด หรือใช้ทั้งรับประทานและฉีดร่วมกัน เมื่อไข่โตเต็มที่ก็จะมีการฉีดยาให้ไข่ตก โดยไม่ต้องรอกระบวนการทางธรรมชาติ และในวันที่ไข่ตกก็จะนำน้ำเชื้อมาล้างทำความสะอาด ร่วมกับการคัดแยกตัวอสุจิที่สมบูรณ์และแข็งแรง หลังจากนั้นแพทย์จะฉีดอสุจิที่คัดเลือกมาแล้วเข้าไปในโพรงมดลูก วิธีการนี้จะช่วยให้ตัวอสุจิมีโอกาสเข้าไปใกล้ไข่มากขึ้น เมื่อเทียบกับการมีเพศสัมพันธ์โดยธรรมชาติ เพราะเมื่อเทียบขนาดตัวอสุจิเท่ากับคนแล้ว ระยะทางที่อสุจิจะต้องเดินทางประมาณ 20 กิโลเมตร“สำหรับวิธีนี้ การฉีดเชื้อจะย่นระยะทางที่อสุจิต้องไปพบไข่ลงประมาณครึ่งหนึ่ง แต่หลังจากฉีดเชื้อแล้วการรักษาก็เสร็จสิ้น ไม่สามารถจะทราบว่าอสุจิจะไปผสมกับไข่หรือไม่ หรือถ้าผสมกันจนเกิดเป็นตัวอ่อนแล้ว ตัวอ่อนจะมีการฝังตัวหรือไม่ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นภายในร่างกาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านมีบุตรยากบอกและว่า วิธีการนี้มีความยุ่งยาก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับวิธีแรก แต่มีโอกาสสำเร็จ ถ้าการตอบสนองต่อการรักษาดีทุกขั้นตอน ความสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 15-25% 3.ใช้เทคนิคการทำกิฟต์ (Gamete intrafallopian transfer, GIFT) จากข้อจำกัดของการฉีดเชื้อที่อสุจิยังอยู่ห่างไกลจากไข่ จึงมีการรักษาอีกวิธีหนึ่ง คือ การทำกิฟต์ วิธีการนี้จะนำตัวอสุจิที่ผ่านการคัดเลือก เช่นเดียวกับการฉีดเชื้อไปปล่อยอยู่รอบๆไข่ อสุจิมีหน้าที่แค่เจาะเปลือกไข่แล้วผสมได้เลย โอกาสสำเร็จจากวิธีนี้จึงสูงกว่าการฉีดเชื้อ แต่การทำกิฟต์มีความยุ่งยากซับซ้อน มีค่าใช้จ่าย มีอันตรายมาก เพราะต้องมีการผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อดูดเอาไข่ออกมาผสมกับอสุจิแล้วใส่ส่วนผสมของไข่และอสุจิกลับเข้าไปในปีกมดลูก แต่วิธีนี้ก็ยังมีข้อจำกัดเช่นเดียวกับการฉีดเชื้อคือ ไม่ทราบว่ามีตัวอ่อนเกิดขึ้นหรือตัวอ่อนจะมีการฝังตัวหรือไม่ ปัจจุบันวิธีนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก ประกอบกับความรู้เทคนิคในการปฏิสนธิ การเลี้ยงตัวอ่อนนอกร่างกายได้พัฒนาขึ้นไปมาก โดยเฉพาะเทคนิคการทำเด็กหลอดแก้ว4.เทคนิคการทำเด็กหลอดแก้ว (In vitro fertilization, IVF) การทำเด็กหลอดแก้ว ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ได้รับความนิยมและค่อนข้างมีความแม่นยำ มีหลักการคล้ายกับการทำกิฟต์แต่ต่างกันคือ มีการนำไข่และอสุจิออกมาปฏิสนธินอกร่างกาย จึงสามารถยืนยันได้ว่ามีตัวอ่อนเกิดขึ้น หลังจากนั้นก็เลี้ยงตัวอ่อนไปจนถึงระยะเวลาที่เหมาะสม จึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูก ตัวอ่อนก็จะไปปรับตัวและพัฒนาต่ออีกระยะหนึ่งในร่างกายแม่ และพร้อมที่จะฝังตัวเพื่อตั้งครรภ์ต่อไป“การทำเด็กหลอดแก้วมีโอกาสของความสำเร็จสูงกว่าวิธีอื่น เนื่องจากมีการช่วยกระบวนการทางธรรมชาติ คือ มีตัวอ่อนและตัวอ่อนมีการย้ายกลับไปอยู่ในโพรงมดลูก แต่มีข้อจำกัดคือมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า” ผอ.ด้านการแพทย์ “อินสไปร์ ไอวีเอฟ” (Inspire IVF) ให้ความมั่นใจและย้ำว่า ถึงแม้การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการรักษาจะไม่ได้เป็นกระบวนการทางธรรมชาติทั้งหมด แต่เด็กที่เกิดจากการช่วยให้ตั้งครรภ์จะมีความสมบูรณ์ทางร่างกาย พัฒนาการ และสติปัญญาไม่ต่างจากเด็กที่เกิดตามธรรมชาติ ส่วนการจะเลือกใช้วิธีไหน ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของสามีและภรรยา ถ้าทั้งสองฝ่ายอายุไม่มาก ไม่มีความผิดปกติอื่น การรักษาก็มักจะเริ่มจากวิธีที่ 1 ตามลำดับ แต่ถ้ามีข้อบ่งชี้หรือผ่านการรักษามาบ้างแล้ว เช่น ฉีดเชื้อมาหลายครั้งแต่ไม่ได้ผล แพทย์ก็อาจจะแนะนำให้ทำเด็กหลอดแก้ว การวางแผนการรักษาระหว่างแพทย์และคู่สมรสจึงมีความสำคัญผู้ที่มีปัญหาเรื่องมีบุตรยากสามารถปรึกษาคุณหมอได้ที่ “อินสไปร์ ไอวีเอฟ” (Inspire IVF) คลินิกเพื่อการเจริญพันธุ์และการวางแผนครอบครัว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.inspireivf.com , Facebook : Inspire IVF, IG : @Inspireivf หรือโทร. 0-2251-8666.