ASF ช่วยอุ้มหมูไทย รัฐไม่หลงทิศกดดันตลาด

Share :
line-share-logo

นอกจากจะเป็นตลาดใหญ่ที่มีการบริโภคเนื้อหมูมากที่สุดในโลก จีนยังเป็นแหล่งผลิตเนื้อหมูรายใหญ่ที่สุดของโลกเช่นกัน...แต่เมื่อต้องประสบปัญหาการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) อย่างหนัก สุกรถูกจับทำลายไปเป็นจำนวนมากเกือบล้านตัว ส่งผลกระทบต่อปริมาณหมูไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค

เป็นธรรมดาของกลไกตลาด ราคาหมูในประเทศจีนจึงถีบตัวสูงขึ้น...คาดว่าอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 78% ในปีหน้า และกว่าจีนจะฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติ น่าจะต้องกินเวลาไปถึงปี 2564–2565

ไม่เพียงแต่จีนเท่านั้น ASF ยังระบาดไปยังเวียดนาม กัมพูชา ยิ่งทำให้เกิดเนื้อหมูในภูมิภาคนี้ขาดแคลน ภาวะเช่นนี้จะดันราคาเนื้อหมูในภูมิภาคและในตลาดโลกให้พุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก

กลับมาที่บ้านเรา...ด้วยมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยทางอาหารอันเป็นที่ยอมรับ ผนวกกับการที่ประเทศ ไทย โดยกรมปศุสัตว์และผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศได้จับมือกันป้องกัน ASF อย่างเข้มแข็ง กระทั่งปัจจุบันยังไม่พบการระบาดของ ASF จึงกลายเป็นความได้เปรียบของประเทศไทย และทำให้หมูของไทยเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ

ถือเป็นผลงานล้ำค่าของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ...ประเทศไทยไม่ต้องประสบภาวะขาดแคลนหมู ผู้บริโภคคนไทยยังคงมีหมูบริโภคได้อย่างเพียงพอเช่นเดิม

ขณะที่ภาวะ ASF ดันราคาหมูทั่วโลกสูงขึ้น แนวโน้มราคาของหมูไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่มั่นใจได้ว่าจะไม่แพงสุดโต่งเหมือนในประเทศที่ต้องประสบภาวะขาด แคลนเนื้อหมู ภายใต้การทำงานของ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชน ที่วันนี้ต้องยอมรับ มีการทำงานแบบบูรณาการ มองตลาดในประเทศควบคู่กับทิศทางตลาดโลก

สามารถดูแลราคาหมูให้อยู่ในระดับไม่กดดันให้ผู้เลี้ยงเร่งส่งหมูออกไปชายแดน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ปริมาณหมูในประเทศหายออกไปจากระบบ จนเกิดความไม่สมดุลของระดับอุปสงค์–อุปทานในประเทศ

ขณะเดียวกันไม่ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องเดือดร้อนกับราคาที่สูงเกินไป เพราะได้มีการหารือผู้เลี้ยงสุกร วางมาตรการดูแลสุกรหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกิโลกรัมละ 75 บาท ราคาเนื้อสุกรชำแหละไม่เกินกิโลกรัมละ 150 บาท

นับเป็นการดูแลระดับราคาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และย้ำไปที่ปลายน้ำอย่างร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยว่า ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา

เพราะถ้าอาหารเหล่านี้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว มักจะไม่ลดราคาเหมือนราคาเนื้อหมูที่ปรับขึ้นและลงตามกลไกตลาด

นับเป็นสัญญาณดีที่สองหน่วยงานของประเทศทำงานเรื่องของหมูได้สอดคล้องต้องกัน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน เป็นมิติใหม่ win-win ด้วยกันทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร พ่อค้าเขียงหมู แม่ค้าอาหารตามสั่ง ผู้บริโภค ทำให้ทุกอย่างขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมหมูและส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

อ่านเพิ่มเติม...