“กระสุนนัดเดียวเปลี่ยนโลก”...บรรดานักวิเคราะห์การเมืองโลกให้ความเห็นสอดคล้องกันหลังจากที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งรีพับลิกัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้ท้าชิงผู้นำสหรัฐฯอีกครั้งถูกลอบยิงระหว่างการหาเสียงแต่รอดตายหวุดหวิด กระสุนถากใบหูเท่านั้น นับว่าเป็นโชคดีที่ชายวัย 78 ปีผู้นี้ยังสามารถโลดแล่นทางการเมืองต่อไปได้กระสุนนัดนั้นไม่อาจปลิดชีวิตเขาได้ตรงกันข้ามกลับสร้างคะแนนนิยมให้เขาอย่างล้นหลามเนื่องจากได้รับความเห็นใจตรงกันข้าม “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบันวัย 81 ปี ที่ประกาศลงเลือกตั้งรักษาเก้าอี้ต่อไปในนามพรรคเดโมแครตการดีเบตระหว่าง 2 ผู้สมัครครั้งแรก ปรากฏว่า “ทรัมป์” เหนือกว่า ได้รับความนิยมดีจนเกิดกระแสกดดันให้ “ไบเดน” ถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครอ้างถึงสุขภาพสังขารที่ไม่เอื้ออำนวยและคะแนนนิยมสู้อีกฝ่ายไม่ได้แต่ “ไบเดน” ยืนยันว่าจะไม่ถอนตัวพร้อมสู้ในสนามเลือกตั้งต่อไปท่ามกลางแรงกดดันที่ขยายตัวกว้างขวางขึ้น ไม่ใช่คนในพรรคเท่านั้น แต่บรรดาอดีตประธานาธิบดีหลายคนก็มีความเห็นสอดคล้องกันแม้กระทั่งสื่อมวลชนที่มีอิทธิพลก็แนะนำอย่างนั้นแต่เขาก็ยังไม่ยอม...จนกระทั่งเขาป่วยโควิดอาการค่อนข้างหนักพอสมควรยิ่งสูงวัยอย่างนี้ร่างกายเลยดูทรุดต้องพักรักษาตัวหลังจากอาการดีขึ้นจึงออกมาประกาศ “ถอนตัว” จากผู้สมัครและให้การสนับสนุน “กมลา แฮร์ริส” รองประธานาธิบดีเป็นผู้สมัครแทนเขา ปรากฏว่าพลันที่ประกาศอย่างนี้นายทุนผู้สนับสนุนประกาศเทเงินช่วยหาเสียง 1,200 ล้านให้ทันทีแต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคเดโมแครตว่าจะเห็นชอบให้ใครเป็นตัวแทนพรรค ซึ่งคงอีกไม่นานนี้น่าจะรู้ผลว่าไปแล้วในสถานการณ์อย่างนี้ “กมลา” หากได้รับความไว้วางใจจากพรรคถือเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งเพราะความเป็น “ผู้หญิง” อาจเอาชนะได้!ว่ากันว่าการที่ “ไบเดน” ต้องประกาศถอนตัวคงเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะวัยและสังขารที่ไม่เอื้ออำนวยและการหยั่งเสียงเบื้องต้นก็สู้ไม่ได้ยิ่ง “ทรัมป์” ถูกลอบยิงยิ่งทำให้คะแนนนิยมสูงขึ้นการที่รู้แพ้แล้วยังส่งลงสมัครอีกก็ไม่ต่างไปจาก “แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง” แล้วการส่งผู้สมัครคนใหม่น่าจะมีโอกาสมากกว่าเพียงแต่จะเลือกใครมาแทนเท่านั้นหากได้คนที่ได้รับการยอมรับยังมีโอกาสที่จะพลิกกลับจากแพ้เป็นชนะได้เพราะยังมีเวลาอีกพอสมควรที่จะทำแคมเปญหาเสียงประกาศนโยบายให้คนอเมริกันสนับสนุนความเป็นไปในการเลือกตั้งผู้นำใหม่ของประเทศอภิมหาอำนาจใหญ่อย่างสหรัฐฯย่อมได้รับความสนใจของชาวโลกอย่างแน่นอนเพราะสามารถที่จะเปลี่ยนโลกไปทางใดทางหนึ่งก็ได้โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ 2 ฝ่ายที่เกิดปัญหาความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน แต่ถึงที่สุดแล้วสหรัฐฯก็ยังคงเป็นสหรัฐฯไม่เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นอย่างที่ “ทรัมป์” ประกาศว่าจะทำให้สหรัฐฯกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง...นั่นแหละคือคำตอบ!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม