จากตอนที่แล้ว นายสีสุพัน สิลิวง ประธาน สภาอุตสาหกรรมและการค้า แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บอกเล่าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแขวงบ่อแก้วทั้ง 7 ด้าน ทั้งนี้ นายสีสุพันยังมองว่า การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเสาหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของลาวเพราะเมื่อมีการพัฒนาการท่องเที่ยวก็จะพัวพัน (ภาษาลาว แปลว่า สัมพันธ์) กับการพัฒนาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและเป็นมิตรกับธรรมชาติ จึงมีแบบแผนนโยบายการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องไปกับการพัฒนาการคมนาคม การผลิตสินค้าและบริการ รวมถึงสร้างงาน สร้างรายได้ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวลาว อีกทั้งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของบุคคล องค์กรทั้งในและต่างประเทศที่ลงทุนในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวขณะเดียวกันก็มีกลไกความร่วมมือและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะแขวงทางภาคเหนือของลาว และบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ในส่วนของความร่วมมือกับต่างประเทศที่มีชายแดนร่วมกับลาว ก็มีความจำเป็นในการร่วมพัฒนาจุดท่องเที่ยวข้ามแดนให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยมีความร่วมมือและ ความสัมพันธ์อันดีกับ 4 จังหวัดของไทย ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และพะเยา อีกทั้งแขวงบ่อแก้วยังจับมือทำงานร่วมกับหอการค้าเชียงใหม่ เชียงราย และอุตรดิตถ์เช่นกันในส่วนของการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวทางบก ใช้เส้นทางยุทธศาสตร์ R3A (เชื่อมต่อระหว่างไทย-ลาว-จีน) เช่น เส้นทางจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ต่อไปที่แขวงหลวงน้ำทา เข้าเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ไปสู่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานของจีน ขณะที่ทางน้ำ ใช้เส้นทางแม่น้ำโขงตอนเหนือสำหรับการขนส่งสินค้าภายในและต่างประเทศ รวมถึงมีบริการเดินเรือ “ท่องเที่ยวแม่น้ำล้านช้าง” ส่วนทางอากาศ ก็มีสนามบินนานาชาติบ่อแก้ว ที่กำลังเปิดทดลองให้ใช้บริการแค่ภายในประเทศปัจจุบันแขวงบ่อแก้วมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 77 แห่ง ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อาทิ ป่าสงวนแห่งชาติน้ำก่าน วัดพระธาตุสุวรรณผ้าคำ เกาะดอนซาว นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนสองฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่แขวงบ่อแก้ว เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ ไปจนถึงแขวงหลวงพระบาง.ญาทิตา เอราวรรณคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม