ปมเอกสารลับทางความมั่นคงสหรัฐฯรั่วไหล และถูกนำไปเผยแพร่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย. รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯได้ต่อสายหารือกับรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ ชี้แจงถึงเอกสารในส่วนของเกาหลีใต้ที่ระบุว่า สหรัฐฯมีความพยายามกดดันเกาหลีใต้ให้ส่งอาวุธช่วยเหลือยูเครน จนถึงเอกสารที่บ่งชี้ว่าสหรัฐฯอาจสอดแนมชาติพันธมิตรหลังการหารือรัฐมนตรีสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ได้เห็นพ้องต้องกันว่า เอกสารจำนวนมากที่รั่วไหลออกมา มีการดัดแปลงแก้ไข และกระทรวงกลาโหมเพนตากอนอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบหาความชัดเจน ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาว่าสหรัฐฯสอดแนมเป็นเรื่องโกหก เกาหลีใต้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่น และนายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จะเยือนสหรัฐฯในช่วงปลายเดือน เม.ย.อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เชื่อว่าเอกสารจำนวนมากที่รั่วไหลเป็นของจริงและเป็นการรั่วไหลที่สร้างความเสี่ยงอย่างมากแก่ความมั่นคงสหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ที่อาจเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่อเมริกันเอง แต่ก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียในเอกสารลับทางความมั่นคง นอกจากจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสอดแนมพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ และอิสราเอลแล้ว ยังมีการจับตาความเคลื่อนไหวและการตัดสินใจต่างๆของนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนด้วยเช่นกัน อย่างกรณีการแนะนำให้ทำการโจมตีจุดรวมพลกองทัพภายในดินแดนของรัสเซีย ซึ่งทางแหล่งข่าวในรัฐบาลยูเครนระบุว่า ไม่รู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่พอใจ อย่างมากที่เกิดการรั่วไหลของข้อมูลลับและทำให้กองทัพยูเครนตัดสินใจปรับเปลี่ยนแผนการทหารบางอย่างด้านหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ สหรัฐฯยังรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมของเอกสารลับ โดยระบุว่าฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯไม่มั่นใจปฏิบัติการตีโต้ครั้งใหญ่ของกองทัพยูเครนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะได้ผลมากน้อยเพียงใด และการที่กองทัพยูเครนขาดแคลนกระสุนและกำลังพลอาจทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการทวงคืนดินแดน ส่วนหนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล อ้างเอกสารที่ระบุว่า ยูเครนกำลังขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคุ้มครองหน่วยรบระหว่างปฏิบัติการตีโต้.