ศุกร์วันนี้ 13.00-16.00 น. ม.ธรรมศาสตร์ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “การสร้างทุนมนุษย์ด้วยการศึกษาของโลกตะวันตก” ที่ชั้น 5 โรงแรมเอเซียแอร์พอร์ต (เซียร์ รังสิต) จ.ปทุมธานีเรื่องสาธารณรัฐโซเวียตจีน (ต่อมาเรียก “สาธารณรัฐกรรมกรชาวนา” พอถึง ค.ศ.1935 เรียกว่าสาธารณรัฐประชาชน ซึ่งปัจจุบันใช้ “สาธารณรัฐประชาชนจีน”) มีหลายองค์การที่ประเทศอื่นไม่มี เช่น กว๋ออู้ย่วน หรือคณะมุขมนตรี ทำให้หลายท่านอาจจะหงุดหงิดเมื่ออ่านข่าวจีนตั้งแต่ 5 มีนาคม 2566 เป็นเวลา 2 สัปดาห์ มีการประชุมเหริญหมินไต้ เปี่ยวต้าฮุ่ย หรือสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดของรัฐ เมื่อวานผมรับใช้เรื่องสภาผู้แทนฯไปแล้ว วันนี้ขอมาว่ากันต่อครับสภาผู้แทนฯมีวาระ 5 ปี มีการประชุมในสมัยสามัญปีละ 1 ครั้งในเดือนมีนาคม ถามว่าสภาผู้แทนฯของจีนทำหน้าที่อะไรบ้าง ตอบ-มีอำนาจในการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ อำนาจในการควบคุมและบังคับใช้รัฐธรรมนูญ อำนาจในทางนิติบัญญัติและอำนาจอื่นๆ เช่นอำนาจในการตั้งองค์กรรัฐระดับสูงอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ปีหนึ่งมีการประชุมครั้งเดียว งานจะสำเร็จราบรื่นนั้นเป็นไปได้ยาก ในระหว่างปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนฯ จึงต้องมีอีก 2 องค์กรมาทำหน้าที่แทน คือเฉีว์ยนกว๋อเหญินหมินไต้เปี่ยวต้าฮุ่ยฉางอู้เหว่ยหยวนฮุ่น ที่เลือกมาจากสมาชิกสภาผู้แทนฯ ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนฯ และจวนเหมินเหว่ยหยวนฮุ่ย ตั้งมาเพื่อช่วยพิจารณากลั่นกรองกฎหมายและกิจการต่างๆ ของสภาผู้แทนฯการกระดิกพลิกตัวใหญ่ๆ และสำคัญมาจาก 9 องค์กรย่อยของคณะกรรมการพิเศษอย่างเช่น คณะกรรมการการคลังและเศรษฐกิจ คณะกรรมการกิจการชนชาติพันธุ์ คณะกรรมการกฎหมาย คณะกรรมการกิจการภายในและตุลาการ คณะกรรมการการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรมและสาธารณสุข คณะกรรมการกิจการต่างประเทศ คณะกรรมการกิจการชาวจีนโพ้นทะเล คณะกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแหล่งทรัพยากร และคณะกรรมการกิจการเกษตรและชนบทรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ.1954 กำหนดให้อายุของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองจะต้องไม่ต่ำกว่า 35 ปี แต่ตอนนี้มีการกำหนดใหม่ว่าต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี วาระของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรคือ 5 ปี เดิมเป็นได้ไม่เกิน 2 วาระ แต่ตอนนี้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นได้เกิน 2 วาระ ทำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ต่อหน้าที่หลักของประธานาธิบดีจีนคือให้ทำงานตามมติของที่ประชุมสภาผู้แทนฯและคณะกรรมการประจำสภาผู้แทนฯ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศใช้กฎหมาย การแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มุขมนตรีของคณะมุขมนตรี รัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการชุดต่างๆ หัวหน้าผู้ตรวจเงินแผ่นดิน และเลขาธิการคณะรัฐมนตรีออกคำสั่งนิรโทษกรรม ประกาศกฎอัยการศึก ประกาศภาวะสงครามประธานาธิบดีเป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดในนามของรัฐ แต่ต้องขึ้นต่อคณะกรรมการสภาผู้แทนฯ หรือสภาผู้แทนฯ ตั้งแต่ ค.ศ.1993 เป็นต้นมา คนที่มาเป็นประธานาธิบดีจะดำรงตำแหน่งสูงของพรรคด้วย เช่น เป็นเลขาธิการพรรค ประธานคณะกรรมาธิการกลางการทหารแห่งศูนย์การพรรค คนที่เป็นประธานาธิบดีและดำรงตำแหน่งสูงในพรรคด้วยคนแรกคือ นายเจียงเจ๋อหมิน ตามด้วยนายหูจิ่นเทา และประธานาธิบดีคนปัจจุบันคือ นายสี จิ้นผิงอีกองค์กรหนึ่งซึ่งน่าสนใจและในประเทศอื่นไม่มีก็คือ กว๋ออู้ย่วน หรือคณะมุขมนตรีที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า the State Council เป็นองค์กรที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีฐานะพิเศษตอนที่ยึดอำนาจได้ใน ค.ศ.1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งรัฐบาลคณะหนึ่งที่เรียกว่ารัฐบาลประชาชนกลาง หรือ Central People’s Govemment เพื่อทำหน้าที่บริหารประเทศ มีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งคอยกำกับการทำงานอีกชั้นหนึ่งของรัฐบาลประชาชนกลาง คณะกรรมการชุดนั้นคือ คณะกรรมการรัฐบาลประชาชนกลาง ต่อมาคณะกรรมการชุดนี้มาเป็นสภาบริหารรัฐบาล กระทั่ง ค.ศ.1954 จึงมาเป็น “คณะมุขมนตรี” ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบันทุกครั้งที่มีชื่อของนายหวังอี้ ปรากฏเป็นข่าวโดยบอกว่าหวังอี้เป็นมนตรีแห่งรัฐหลายท่านจะงง วันหน้า ผมจะมารับใช้ถึงตำแหน่งพวกนี้กันใหม่ครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com