เป็นคำถามในหลากหลายแคมเปญรณรงค์เรื่องการใช้รถจักรยานยนต์ในหลายๆรัฐของสหรัฐอเมริกา ที่ทั้งทวงถามและเรียกร้องถึงความปลอดภัยของเด็กๆในการซ้อนท้ายหรือโดยสารรถจักรยานยนต์กับพ่อแม่ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ขับขี่ปีที่ผ่านมา รอน สมิธ ทนายความและนักขี่มอเตอร์ไซค์ที่ต่อสู้เรื่องของการยกเลิกกฎหมายหมวกกันน็อกในฟลอริดา และหนึ่งในสมาชิกของ American Bikers Aimed Toward Education (Abate) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนที่สนับสนุนกฎหมายหมวกกันน็อกตั้งแต่ปี 2001 ที่มีการเปลี่ยนกฎหมาย ให้ทุกคนที่อายุเกิน 21 ปีไม่จำเป็นต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขี่มอเตอร์ไซค์อีกต่อไป หากพวกเขามีประกันคุ้มครองอุบัติเหตุมากกว่า 10,000 ดอลลาร์ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์พร้อมภรรยา บนทางหลวงของฟลอริดา ทำให้เรื่องราวของการต่อสู้เรื่องหมวกกันน็อกกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อกฎหมายเรื่องการบังคับการสวมหมวกกันน็อกถูกยกเลิกมีการศึกษาพบว่า จำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะพุ่งสูงขึ้นถึง 82% ในช่วงสองปีครึ่งหลังการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ในอเมริกามีการศึกษาพบว่า การบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญระดับโลก ส่วนหนึ่งของการศึกษามีการประเมินผลของการสวมหมวกนิรภัยต่ออัตราการเสียชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในระดับโลก โดยเก็บข้อมูลผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จาก 70 ประเทศ โดยมีข้อสังเกตอันหนึ่งว่า การใช้หมวกนิรภัยที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% จะสามารถช่วยชีวิตหนึ่งชีวิตต่อประชากร 100,000 คนต่อปีได้ และเปอร์เซ็นต์ของการไม่ใช้หมวกนิรภัยเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และการสวมหมวกนิรภัยช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนทั้งนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์ถือเป็นการขนส่งประเภทหนึ่งที่อันตรายที่สุด แม้จะใช้ความระมัด ระวังอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บหากถูกรถยนต์คันอื่นหรือยานพาหนะบนท้องถนนชน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือความปลอดภัยในการใช้รถจักรยานยนต์เมื่อขับขี่กับเด็ก จริงอยู่ที่เด็กทุกวัยสามารถโดยสารรถจักรยานยนต์และเป็นผู้โดยสารได้ตามกฎหมาย แต่เรื่องของความปลอดภัย ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวกัน ข้อมูลจาก McNabola & Associates, LLC ในชิคาโก มีคำแนะนำสั้นๆสำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีเด็กโดยสารไปด้วย ภายใต้แคมเปญชื่อว่า “Let my Child ride with me”หากคุณกำลังวางแผนที่จะพาลูกไปเที่ยวนอกบ้าน นี่อาจจะเป็นคำแนะนำบางประการที่ควรพิจารณา อย่างแรกตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขามีหมวก กันน็อกที่พอดี ซื้ออุปกรณ์ป้องกันคุณภาพสูงที่ครอบคลุมผิวหนัง ใช้เข็มขัดหรือสายรัดพิเศษที่ทำขึ้นสำหรับผู้โดยสารเด็กโดยเฉพาะ เริ่มต้นด้วยการเดินทางด้วยความเร็วต่ำในบริเวณที่มีการจราจรเบาบาง ปฏิบัติตามขีดจำกัดความเร็ว ป้ายบอกทาง และตื่นตัวอยู่เสมอทั้งนี้ สิ่งเดียวที่แย่กว่าการได้รับบาดเจ็บคือการเห็นคนที่คุณรักหรือลูกได้รับบาดเจ็บเช่นกัน หากคุณถูกรถคันอื่นชนขณะขี่รถจักรยานยนต์กับลูก สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถิติการเสียชีวิตของเด็กอายุ 1-14 ปี จากอุบัติเหตุและความรุนแรงมีจำนวนถึง 32,297 ราย โดยสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กมาจากการโดยสารรถจักรยานยนต์เราอาจจะเคยชินกับการเห็นเด็กอายุ 9-10 ขวบ ขี่มอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะในชนบท แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดและไม่ควรเกิดขึ้นแม้แต่เพียงความคิด และทุกๆปี ไทยต้องสูญเสียเด็กอายุก่อน 15 ปี มากถึง 700 คน จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ และเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีสถิติการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวันอุบัติเหตุ 1 ใน 3 ของเด็กมักเกิดขึ้นในรัศมีเพียงแค่ 1 กิโลเมตรจากบ้านหรือบ้านพัก และส่วนใหญ่เด็กเป็นผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ และส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกกันน็อกรายงานจากมูลนิธิไทยโรดส์พบว่า ในกลุ่มผู้โดยสารเด็ก มีเด็กเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวก กันน็อก ส่วนที่เหลืออีก 93% นั้นมีความเสี่ยงอันตรายจากการโดยสารรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น ไม่แปลกถ้าพ่อแม่จะบอกว่ามีศักยภาพในการซื้อพาหนะเพื่อการขนส่งลูกหลานไปโรงเรียนเพียงแค่รถจักรยานยนต์ แต่คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างเช่นหมวกกันน็อกให้ลูกต้องให้เด็กไทยตายอีกกี่ศพ เราถึงจะพบทางออกของการแก้ไขปัญหาการบาดเจ็บและตายจากรถจักรยานยนต์หรือจะให้ศพสุดท้ายกลายเป็นลูกหลานหรือคนที่คุณรัก เราจึงจะตระหนักถึงการป้องกันอันตรายจากการใช้รถจักรยานยนต์.