สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมเจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระโอรสและพระ ธิดา 4 พระองค์ ของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงประกอบพิธี “เฝ้าหีบพระบรมศพ” ตามโบราณราชประเพณี ณ มหาวิหารเซนต์ไจลส์ กรุงเอดินเบอระ นับเป็นครั้งแรกที่มีสมาชิกพระราชวงศ์สตรีพระองค์แรกเข้าประกอบพิธี พสกนิกรชาวสกอตแลนด์สุดเศร้าอาลัย หลั่งไหลมาถวายความเคารพพระบรมศพเนืองแน่น โดยยืนเข้าคิวรอกันนานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนอัญเชิญพระบรมศพขึ้นเครื่องบินกลับกรุงลอนดอนมายังพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม แล้วอัญเชิญพระบรมศพโดยขบวนรถม้านำมาประดิษฐาน ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ เตรียมจัดพระราชพิธีพระบรมศพในวันที่ 19 ก.ย. พสกนิกรชาวอังกฤษรวมถึงพลเมืองของประเทศในเครือจักรภพและชาวโลกยังคงเศร้าอาลัยเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรและรัฐบาลอังกฤษได้จัดพระราชพิธีพระบรมศพอย่างยิ่งใหญ่ เป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุด รวม 10 วัน และเมื่อเย็นวันที่ 12 ก.ย. มีการอัญเชิญพระบรมศพจากพระราชวังโฮลีรูดเฮาส์ มาประดิษฐาน ณ มหาวิหารเซนต์ไจลส์ กรุงเอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาตามธรรมเนียมของสกอต มีทหารจากกองร้อยธนูรักษาพระองค์ 4 นาย ยืนเฝ้า อารักขาพระบรมศพภายในมหาวิหารทั้งนี้ ในการอัญเชิญพระบรมศพ “ควีนเอลิซาเบธ ที่ 2” จากพระราชวังโฮลีรูดเฮาส์ ไปยังมหาวิหารเซนต์ไจลส์ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วย เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เจ้าชาย เอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ พระโอรสและพระธิดาทั้ง 4 พระองค์ ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้เสด็จพระดำเนินตามขบวนอัญเชิญพระบรมศพ เป็นระยะทาง 1.12 กม. โดยหีบพระบรมศพคลุมด้วย ธงสัญลักษณ์ของอธิปไตยแห่งสหราชอาณาจักรและมหามงกุฎแห่งสกอตแลนด์ หนึ่งในเครื่องราชกกุธ ภัณฑ์แห่งสกอตแลนด์วางบนหีบพระบรมศพจากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 เจ้าหญิง แอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ ทรงร่วมประกอบพิธี “การเฝ้ายามแห่งเจ้าชาย” โดยทั้ง 4 พระองค์ ประทับยืนเฝ้าหีบพระบรมศพเป็นเวลา 10 นาที เป็นการแสดงความอาลัยแด่พระราชมารดาตามราชประเพณี โดยพิธีนี้มีขึ้นครั้งสุดท้ายในพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี หรือ “ควีนมัม” พระราชมารดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ณ อาคารเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ เมื่อปี 2545สำหรับเจ้าหญิงแอนน์ ทรงเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่เป็นสตรีพระองค์แรกที่เข้าประกอบพิธีการเฝ้ายามแห่งเจ้าชาย จากราชธรรมเนียมเดิมที่กำหนดให้ผู้เข้าประกอบพิธี เป็นสมาชิกราชวงศ์ที่เป็นบุรุษเท่านั้น ขณะที่สมเด็จพระราชินีคามิลลา โซฟี เคาน์เตส แห่งเวสเซกซ์ พระชายาในเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด กับเซอร์ ทิโมธี ลอเรนซ์ พระสวามีในเจ้าหญิงแอนน์ ร่วมแสดง ความอาลัยภายในพระมหาวิหารด้วย ขณะที่พสกนิกรเดินผ่านเข้ามาถวายความเคารพพระบรมศพขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีรายงานบรรยากาศการถวายความเคารพพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ที่มหาวิหารเซนต์ไจลส์ ว่า มีพสกนิกรจำนวนมากหลั่งไหลมาเข้าแถวรอเข้าถวายความเคารพพระบรมศพกันนานกว่า 7 ชั่วโมง โดยมีผู้ชาย จำนวนหนึ่งสวมชุดประจำชาติสกอตแลนด์เพื่อแสดงความเคารพสูงสุด ผู้มาถวายความเคารพพระบรมศพรายหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า มากับครอบครัวเข้าแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และร่วมเฉลิมฉลองการทรงราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่เซอร์แจ็คกี้ สจ๊วต วัย 83 ปี อดีตนักแข่งรถฟอร์มูลาวันชาวสกอตแลนด์ที่มีดีกรีเป็นเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย หนึ่งในพระสหายใกล้ชิดกับสมเด็จ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่เดินทางมาร่วมถวายความเคารพพระบรมศพ “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” ณ มหาวิหารเซนต์ไจลส์ กล่าวด้วยความเศร้าเสียใจกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า ตลอดชีวิตพบการสูญเสียผู้เป็นที่รักมากมาย ทั้งสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งเพื่อนฝูงในวงการกีฬา แต่ไม่มีการสูญเสียครั้งใดยิ่งใหญ่เท่ากับการสูญเสีย “ควีนเอลิซาเบธที่ 2” ที่สร้างความเสียใจจนยากจะหาคำใดมาบรรยายได้ พระองค์ทรงเป็นที่รักของพสกนิกรมาตลอด 70 ปี แห่งรัชสมัย และสวรรคตอย่างสงบท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์ใกล้ชิดที่รักพระองค์อย่างยิ่ง ณ ปราสาทบัลมอรัล สถานที่ที่ควีนทรงโปรดมากที่สุดในโลก ตนในฐานะสหายและพสกนิกรชาวสกอตแลนด์ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ย. สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จฯ ไปยังไอร์แลนด์เหนือ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯให้นายคริส ฮีตัน-แฮร์ริส รัฐมนตรีไอร์แลนด์เหนือ และผู้นำการเมือง เข้าเฝ้าฯ ณ ปราสาทฮิลส์โบโรห์ ในไอร์แลนด์เหนือ จากนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จฯไป ทอดพระเนตรดอกไม้ที่ประชาชนนำมาวางที่หน้าปราสาทฮิลส์โบโรห์ถวายอาลัยและทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเหล่าพสกนิกรที่ด้านหน้าปราสาท เสร็จแล้วเสด็จฯไปร่วมพิธีถวายอาลัยพระบรมศพ ณ มหาวิหารเซนต์แอนน์ ในเมืองเบลฟาสต์ ก่อนเสด็จฯกลับกรุงลอนดอน ต่อมาเวลา 17.00 น. หรือตรงกับเวลา 23.00 น. ตามเวลาไทย เจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จากมหาวิหารเซนต์ไจลส์ ไปยังสนามบินเอดินเบอระ สกอตแลนด์ นำขึ้นเครื่องบินซี-17 โกลบมาสเตอร์ของกองทัพอากาศอังกฤษ ออกเดินทางจากกรุงเอดินเบอระในเวลา 18.00 น. หรือเวลา 00.00 น. วันที่ 14 ก.ย.ตามเวลาไทย มาถึงฐานทัพอากาศนอร์ทโฮลท์ กรุงลอนดอน เวลา 19.00 น. ตรงกับเวลา 01.00 น. ของไทย โดยมีเจ้าหญิงแอนน์ ทรงร่วมเสด็จฯ มาด้วย โดยพระบรมศพถูกอัญเชิญมาประดิษฐานบนราชรถอัญเชิญไปยังพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม กรุงลอนดอน ในการนี้สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 สมเด็จพระราชินีคามิลลา พร้อมด้วยพระบรม วงศานุวงศ์ ทรงเฝ้ารอรับพระบรมศพที่พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม พลทหารปี่สกอตบรรเลงเพลงถวายอาลัยระหว่างกองทหารเฉลิมพระเกียรติแห่งกองทหารรักษาพระองค์ อัญเชิญพระบรมศพจากราชรถไปประดิษฐานยังห้องโถงโบว์รูม ที่อยู่ใจกลางอาคารฝั่งตะวันตกของพระราชวังบั๊กกิ้งแฮมในเวลา 14.22 น. หรือ 20.22 น. วันที่ 14 ก.ย. ตามเวลาไทย เจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญพระบรมศพจากห้องโถงโบว์รูมไปประดิษฐานบนขบวนรถม้า มุ่งหน้าไปยังพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ ผ่านใจกลางกรุงลอนดอนและสถานที่สำคัญ อาทิ อุทยานควีนส์ การ์เดนส์ ถนนเดอะมอลล์ อาคารฮอสการ์ดและฮอสการ์ดอาร์ค ที่เป็นโรงทหารม้ารักษาพระองค์ จากนั้นผ่านถนนไวท์ฮอลล์ หนึ่งในถนนสำคัญย่านอาคารรัฐบาลของกรุงลอนดอน ผ่านถนนทำเนียบรัฐบาล แยกทำเนียบรัฐบาลและสวนนิวพาเลซ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ร่วมเสด็จฯตามขบวนพระบรมศพ ระหว่างนั้นกองทหารยิงปืนเฉลิมพระเกียรติที่อุทยานไฮด์ปาร์กและตีระฆังหอนาฬิกาบิ๊กเบน กระทั่งพระบรมศพถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ อาคารเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์และจะประดิษฐานพระบรมศพ ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์เป็นเวลา 4 วัน ก่อนจัดพระราชพิธีพระ บรมศพในวันที่ 19 ก.ย.