วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยถึงเทศกาลอาหารตุรกีกันหน่อยนะครับ วันก่อนคุณแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย เชิญสื่อมวลชน ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่การทูตไทยที่เคยไปประจำที่ตุรกี ไปชิมอาหารเนื่องในโอกาส “สัปดาห์เทศกาลอาหารตุรกี Turkish Cuisine Week” ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 21–27 พ.ค.นี้เมนูที่รังสรรค์มาให้ชิมประกอบด้วย Stuffed Vine Leaves (ห่อหมกใบเถา) Artichokes Braised in Olive Oil (อาร์ติโชคหมักน้ำมันมะกอก) Braised Fish Vegetables (ปลาอบซอสโบราณ) Lamb Stew with Velvety Eggplant Puree (สตูว์แกะ) และ Oven Baked Rice Pudding (พุดดิ้งข้าว) เรียกได้ว่าใครเคยมีประสบการณ์เที่ยวตุรกีจะคิดถึงบรรยากาศ East Meets West ช่องแคบบอสฟอรัส และดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิออตโตมันขึ้นมาทันที จุดเด่นของอาหารตุรกีอยู่ที่มีประวัติสืบทอดมายาวนาน คงวัฒนธรรมการปรุงแบบดั้งเดิม เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกวัตถุดิบและกระบวนการปรุงอาหารแทบจะไม่มีส่วนที่เหลือทิ้งให้เสียเปล่าคุณเมลิแคน เออเซ็น เลขานุการโท เล่าให้ฟังว่า “สัปดาห์เทศกาลอาหารตุรกี” เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมการกิน อัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาหาร และเน้นย้ำความเป็นมิตรต่อสุขภาพ เรียกว่าทำเรื่องการเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหารควบคู่กับเรื่องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน เหมาะเจาะกับวันที่ 5 มิ.ย.เป็น วันสิ่งแวดล้อมโลก ทำให้ชูความโดดเด่นพิเศษของอาหารตุรกีได้พอดี คุณเมลิแคนบอกด้วยว่า การจัดกิจกรรมสัปดาห์เทศกาลอาหารตุรกีมีขึ้นพร้อมกันในหลายประเทศ เช่น ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หรือกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการจัดงานเลี้ยงรับรองแขกเพื่อประชาสัมพันธ์อาหารตุรกี และต่อไปจะมีการจัดสัปดาห์เทศกาลอาหารตุรกีอย่างนี้ทุกปีเมื่อตอนต้นปี ตุรกีได้จัดพิมพ์หนังสือ Turkish Cuisine with Timeless Recipes หนังสือเกี่ยวกับ ศาสตร์การทำอาหาร 218 สูตรอาหารตุรกี ด้วยการริเริ่มสนับสนุนของ คุณเอมีน แอร์โดอัน ภริยาของประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน เพื่อส่งให้สถานทูตตุรกีทั่วโลกเผยแพร่ผ่านรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ตุรกีก็เหมือนทุกประเทศที่ต้องการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว การโปรโมตอาหารและวัฒนธรรมเป็นสิ่งแรกๆที่แต่ละประเทศจะหยิบมาเป็นตัวชูโรง ตุรกีตั้งเป้าจะเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักท่องเที่ยวสายกินเลยทีเดียว และช่วงปลายปีนี้ตุรกีมีแผนจะให้ “มิชลินไกด์” ไปสำรวจแนะนำ ร้านอาหารในเมืองอิสตันบูล ก็ยิ่งเป็นสีสันสร้างความคึกคักให้แก่บรรดาสายกินมากขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับตุรกีนับว่ายาวนานพอสมควร โดยครบรอบ 60 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไปเมื่อปี 2561 ในปีนั้น คุณชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ผอ.กองตะวันออกกลาง กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง อัครราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงอังการา ได้นำคณะสื่อมวลชนตุรกีมาเยือนไทย พาไปชมชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชิมอาหารพื้นถิ่น เยี่ยมค่ายมวยไทย ช็อปสินค้า OTOP จนกลายเป็นข่าวคราวส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในสื่อหลายสำนักของตุรกีอยู่หลายวัน นอกจากนี้ คุณพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้จัดงานวันชาติ 5 ธ.ค.2562 ภายใต้ธีม Thai Food, Thai Fruits and Thai Silk Fashion Show เสิร์ฟเมนู ข้าวเหนียวมะม่วง ในงาน แขกเหรื่อติดใจไปตามๆกัน อีกทั้งมีการเปิดตัว SBACNATS หรือ ฝอยทอง สแบคแนทส์ ดีไลท์ (Foi Thong Sbacnats Delight) ขนมลูกครึ่งไทย-ตุรกี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์สองประเทศด้วยอันที่จริงช่วงก่อนเกิดโควิด สถานทูตไทยหลายแห่งได้ปูทางโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องอาหารไทยนั้นไม่ต้องสาธยายกันมาก รัฐบาลน่าจะรื้อฟื้นต่อยอดให้เกิดประโยชน์ครับ.ลมกรด