การดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยทั่วไปยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลักการสำคัญ มากกว่าการยึดอุดมการณ์ หรือความถูกต้อง แต่ในการออกเสียงลงมติในสหประชาชาติเกี่ยวกับสงครามรัสเซียบุกยูเครน หลายประเทศอาจยึดทั้งผลประโยชน์ของชาติ และอุดมการณ์ โดยแบ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตย กับคอมมิวนิสต์ในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม สมาชิกลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 141 ต่อ 5 ประณามการบุกยูเครนของรัสเซีย และเรียกร้องให้กองทัพออกโดยเร็ว มีงดออกเสียง 35 ชาติ รวมทั้งจีน อินเดีย ลาว และเวียดนาม ส่วนไทยอยู่ในเสียงข้างมาก ท่ีสนับสนุนให้ยุติความขัดแย้งโดยสันติการประชุมครั้งที่ 2 ของสมัชชาใหญ่ เมื่อวันที่ 5 เมษายน หลังจากที่มีรายงานข่าวพลเรือนชาวยูเครน ถูกสังหารนอนตายเกลื่อนตามท้องถนน ที่เมืองบูชา ที่ประชุมลงมติด้วยคะแนนเสียง 93 ต่อ 24 ให้ขับรัสเซียออกจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ งดออกเสียง 58 ชาติ ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มงดออกเสียงในบรรดาประเทศที่คัดค้านข้อมติ 24 ประเทศ มี จีน คิวบา เกาหลีเหนือ ลาว และเวียดนาม รวมอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็นการออกเสียงตามแนวอุดมการณ์ของประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ เป็นการออกเสียงสนับสนุนรัสเซีย ทั้งๆที่ขณะนี้ รัสเซียก็ไม่เรียกตัวเองว่าเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากลาวแต่กัมพูชาซึ่งเป็นประเทศในอินโดจีน เช่นเดียวกับลาวและเวียดนาม แต่ไม่ได้ออกเสียงสนับสนุนรัสเซีย เป็นกรณีที่อาจถือว่าเป็นการดำเนินนโยบายต่างประเทศตามแนวทางอุดมการณ์ แม้ทั้งสามประเทศจะเคยเป็นคอมมิวนิสต์ด้วยกันมา แต่กัมพูชาเป็นคอมมิวนิสต์สายจีน ส่วนเวียดนามกับลาวเป็นสายโซเวียตส่วนรัฐบาลไทยประกาศตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง แม้นักวิชาการบางส่วนจะเสนอแนะให้ใช้นโยบายเป็นกลางที่มีจุดยืนอยู่กับสห ประชาชาติ เช่น ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติเป็นหลัก นั่นก็คือการเคารพเอกราช อธิปไตย บูรณภาพของดินแดน และการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติแม้จะดำเนินนโยบายอย่างไร ก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า ถ้าหากสงครามยืดเยื้อเป็นแรมปี เศรษฐกิจของไทยจะเสียหายกว่า 244 แสนล้านบาท จีดีพีจะโตลดลงเหลือ 2-3% จากที่เคยประเมินว่าจะโตประมาณ 3-4.5% ผลกระทบที่หนักสุดคือน้ำมันราคาแพง จากผลของสงคราม และการคว่ำบาตรของโลกตะวันตก.