ปี 2544 อัฟกานิสถานถูกกองทัพสหรัฐฯ เข้าโจมตี จากกรณีเหตุฟาดงวงฟาดงา เนื่อง ด้วยโศกนาฏกรรมตึกแฝดเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ นครนิวยอร์ก ถูกเครื่องบินพุ่งชน มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 คนจนเป็นเหตุให้รัฐบาล “ตาลีบัน” ถูกโค่นจากอำนาจ กระจัดกระจายไปตั้งกองกำลังกลุ่มต่างๆในพื้นที่ชนบท และต่อสู้กับ “ผู้รุกราน” มาเป็นเวลากว่าสองทศวรรษ สงครามในภูมิภาคเอเชียกลางครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 241,000 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือนกว่า 71,000 คน และอาจเพิ่มขึ้นอีกช่วงเข้าสู่สงครามปีที่ 17 หรือในปี 2561 ฝ่ายการเมืองกลุ่มตาลีบันได้มีการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯเป็นครั้งแรก และอีกสองปีต่อมาช่วงเดือน ก.พ.2563 จึงมีการทำข้อตกลงกันที่กรุงโดฮา กาตาร์ มีเนื้อหาว่า สหรัฐฯจะถอนกำลังพล และตาลีบันจะไม่ทำการโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ไปจนถึงตาลีบันจะไม่อนุญาตให้กลุ่มก่อการร้ายสากลอย่าง “อัลเคดา” เข้ามาปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน พร้อมเปิดเจรจากับรัฐบาลอัฟกันการดำเนินการหลังจากนั้นก็ไม่หลุดกรอบข้อตกลงแต่อย่างใด กองกำลังตาลีบันได้ทำการโจมตีกองทัพอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ยุ่งกับทหารสหรัฐฯ และสามารถเข้าควบคุมฐานที่มั่นในชนบท ยึดครองป้อมค่าย เมืองเล็กๆ และหมู่บ้านต่างๆ เพื่อรอเวลาอย่างเงียบๆจนกระทั่ง โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 11 ก.ย. วันครบรอบ 20 ปีโศกนาฏกรรมเวิลด์ เทรด เซ็นเตอร์ ตามด้วยการเร่งกำหนดเวลาถอนกำลังรบให้เสร็จก่อนวันที่ 31 ส.ค. ที่เปรียบเหมือนสัญญาณนกหวีด ให้กลุ่มตาลีบันเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในที่สุดสถานการณ์การรบพลิกผันอย่างรวดเร็ว กองทัพรัฐบาลอัฟกานิสถานพากันหนีตาย เข้าไปในพรมแดนประเทศเพื่อนบ้าน หรือยอมวางอาวุธ ท่ามกลางรายงานข่าวว่ามีผู้ที่ยอมจำนนถูกสังหารทิ้งจำนวนมากบัดนี้กองกำลังตาลีบันยึดเมืองเอกตามจังหวัดต่างๆคืนหมดแล้ว เหลือเพียง “กรุงคาบูล” เพียงแห่งเดียว ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ส.ค. มีรายงานว่านักรบตาลีบันทยอยเข้ามาสแตนด์บาย ปิดล้อมคาบูลอย่างสมบูรณ์ผู้บัญชาการกลุ่มตาลีบันมักให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตกว่า “พวกคุณใช้นาฬิกา แต่สำหรับเราใช้เวลา” คำพูดนี้กำลังจะเป็นจริงในไม่ช้า หลังจาก 20 ปีผ่านไป อำนาจก็หวนคืนสู่ตาลีบัน.ตุ๊ ปากเกร็ด