ไลฟ์สไตล์
100 year

วิเคราะห์ฟัน ไขความกระจ่างอาหารกิ้งก่าและงู

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
26 มี.ค. 2564 09:01 น.
SHARE

วิเคราะห์ฟัน ไขความกระจ่างอาหารกิ้งก่าและงู

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

26 มี.ค. 2564 09:01 น.

ปัจจุบันนี้มีกิ้งก่าและงูประมาณ 10,000 ชนิด จัดอยู่ในอันดับสควอเมต (Squamates) คือสัตว์เลื้อยคลานที่ยังคงสืบเผ่าพันธุ์มาถึงทุกวันนี้ เดิมเข้าใจกันว่าความหลากหลายและยิ่งใหญ่ของพวกมันได้มาหลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ แต่การค้นพบล่าสุดของทีมวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐในเม็กซิโกนำโดย ดร.ยอร์เก แฮร์เรราฟลอเรส และ ดร.ทอม สตับบ์ส จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ในอังกฤษ แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่าสควอเมตมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารอย่างก้าวหน้ากว่าที่เคยคิดไว้เมื่อ 100 ล้านปีก่อน

จากการศึกษาซากดึกดำบรรพ์สควอเมตจากมหายุคมีโซโซอิก 220 ตัว มีทั้งกิ้งก่า งู โมซาซอร์ ที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ทีมวิจัยได้วัดขนาดกรามและฟันของพวกมันรวมถึงจัดแบ่งหมวดหมู่ของอาหาร โดยเปรียบเทียบกับรูปแบบสมัยใหม่ สัตว์บางชนิดมีฟันยาวเหมือนหมุดและกินแมลง บางชนิดมีฟันแบนที่ใช้สับอาหารที่เป็นพืช บางชนิดเป็นนักล่ามีฟันแหลมคม ส่วนงูจะมีฟันงุ้มเพื่อจับเหยื่อของพวกมัน

ข่าวแนะนำ

ทีมวิจัยเผยว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่ากลุ่มสควอเมตในยุคครีเตเชียส มีความหลากหลายเพียงใด แต่การศึกษาฟันและกรามได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับความหลากหลายของอาหารและระบบนิเวศ และให้ความเข้าใจที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสควอเมตในอดีต ทั้งนี้ วัฏจักรบนบกในยุคครีเตเชียสทำให้ป่าไม้มีความซับซ้อนมากขึ้น พืชดอกชนิดใหม่เปิดโอกาสให้แมลงและสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆเข้ามากินใบไม้ เกสรดอกไม้ และน้ำหวาน รวมถึงใช้เป็นที่ซ่อนตัว เป็นไปได้ว่าการเพิ่มขึ้นของความหลากหลายนี้จะกระตุ้นให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสควอเมต มีความหลากหลายตามมาเช่นกัน พวกมันอาจกินแมลง แมงมุม รวมถึงพืชชนิดใหม่ๆด้วย.

Credit : Jorge Herrera Flores

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซากดึกดำบรรพ์กิ้งก่างูยุคครีเตเชียสกลุ่มสควอเมตสัตว์เลื้อยคลานข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:49 น.