“โจ ไบเดน” จ่อนำชัย หลังมีความได้เปรียบจากผลการนับคะแนนดิบใน 4 รัฐ ที่ชี้ชะตาว่าใครจะได้ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 ขณะที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” อาละวาดฟาดงวงฟาดงาหลังส่อสัญญาณความพ่ายแพ้ ออกแถลงการณ์ด่วนที่ทำเนียบขาว กล่าวหามีการโกงเลือกตั้ง ระบุเรื่องนี้ต้องจบที่ศาล ทำให้กลุ่มสถานีโทรทัศน์ช่องหลักต้องตัดสัญญาณการแพร่ภาพสด แต่ทรัมป์ยังไม่ยอมแพ้ ระดมโพสต์ทวิตเตอร์ต่อเนื่องว่าให้ “หยุดโกง” ชาวอเมริกันยังชุมนุมต่อเนื่องที่ศูนย์เลือกตั้งในรัฐที่ยังไม่มีการสรุปผลคะแนนทั่วโลกเฝ้ารอผลการนับคะแนนชี้ชะตาศึกเลือกตั้งผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่ชิงชัยกันระหว่างนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครัฐบาลรีพับลิกัน กับนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคฝ่ายค้านเดโมแครต ซึ่งทิศทางการนับบัตรเลือกตั้งที่ส่งทางไปรษณีย์ใน 4 รัฐชี้วัดที่เหลือ ทั้งเนวาดา เพนซิลเวเนีย จอร์เจีย และนอร์ทแคโรไลนา ยังคงเอนเอียงไปทางนายไบเดนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลรวมเสียงคณะผู้เลือกตั้งให้ได้ตามเกณฑ์ 270 เสียงจากทั้งหมด 538 เสียง นายไบเดนต้องการเพียงแค่ 6 เสียง หมายความว่าคว้าชัยเพียง 1 รัฐที่เหลืออยู่ก็ชนะ ส่วนนายทรัมป์ยังขาดอยู่ถึง 56 เสียง ต้องได้รับชัยชนะในรัฐที่เหลือทั้งหมด 4 รัฐความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สัญญาณความพ่ายแพ้ของนายทรัมป์เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังเจ้าตัวออกแถลงการณ์กะทันหัน ที่ทำเนียบขาวกรุงวอชิงตัน ดีซี.แบบไม่มีการชี้แจงรายละเอียดเนื้อหาของคำพูดให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและแกนนำอาวุโสของพรรครีพับลิกันทราบ พร้อมกล่าวหาอย่างไร้หลักฐานว่า หากนับบัตรเลือกตั้งที่ถูกกฎหมายผมก็ชนะสบาย แต่พวกเขานับบัตรเลือกตั้งที่ผิดกฎหมายนับสิบล้านใบ เขาพยายามขโมยชัยชนะไปจากผม คะแนนของไบเดนที่เพิ่มขึ้นมาโกง จะเป็นไปได้อย่างไรที่บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์จะเป็นของนายไบเดนฝ่ายเดียว ขณะที่ศูนย์การเลือกตั้งก็ไม่มีผู้สังเกตการณ์ เป็นกระบวนการนับคะแนนที่ไม่ยุติธรรม สื่อก็แทรกแซงการเลือกตั้ง เรื่องนี้ต้องจบที่ศาลแถลงการณ์ที่มีการถ่ายทอดสดของนายทรัมป์ครั้งนี้ ทำให้กลุ่มสถานีโทรทัศน์ช่องหลักของสหรัฐฯ ไม่ว่าเอ็มเอสเอ็นบีซี ซีเอ็นบีซี เอ็นบีซี เอบีซี ตัดสินใจตัดสัญญาณเสียงพูดของนายทรัมป์ ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยบรรดาพิธีกรโทรทัศน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่า ถือเป็นห้วงเวลาที่พิเศษ เพราะเราไม่เพียงขัดจังหวะประธานาธิบดี แต่เราต้องมาแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องด้วย สิ่งที่นายทรัมป์พูดไม่เป็นความจริง ไม่มีหลักฐานใดๆมารับรอง และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายสำหรับประเทศชาติ ซึ่งต่อมาทรัมป์ยังทำการโพสต์ทวิตเตอร์อย่างต่อเนื่อง ว่าให้หยุดการโกงสำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกรีพับลิกันบางส่วน เริ่มตีตัวออกห่างนายทรัมป์ โดยต่างระบุว่าคะแนนทุกเสียง มีความสำคัญต้องนับให้ครบ การนับคะแนนช้าไม่ใช่การโกง รวมทั้งวิจารณ์นายทรัมป์ว่าทำลายศรัทธาของกระบวนการประชาธิปไตย ขณะที่บรรยากาศทีมหาเสียงของนายทรัมป์ในทำเนียบขาว ต่างเริ่มแสดงอาการถอดใจผลการเลือกตั้ง มีการพูดคุยเรื่องการหางานทำใหม่ต่อมาทีมหาเสียงพรรคเดโมแครตมองว่า คำแถลงของนายทรัมป์ ถือเป็นการส่งสัญญาณความพ่ายแพ้ ขณะที่นายไบเดนได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้นายทรัมป์ว่าไม่มีใครพรากประชาธิปไตยไปจากเราได้ ไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้า บัตรคะแนนเสียงทุกใบมีความศักดิ์สิทธิ์ ต้องนับให้ครบถ้วน ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกเราทุกคน และปกป้องความสัตย์จริง พร้อมเขียนผ่านทวิตเตอร์ว่า นายทรัมป์พยายามจะหยุดกระบวนการนับคะแนนผ่านศาล พวกเราต้องระดมพลออกมาปกป้องการเลือกตั้ง ด้วยเหตุนี้จึงขอตั้งเว็บไซต์ระดมทุนไบเดน ไฟต์ ฟันด์ เพื่อนำเงินไปใช้ต่อสู้ทางกฎหมาย ทั้งมีรายงานในวันเดียวกันว่าศาลรัฐบาลกลางในรัฐเพนซิลเวเนีย ไม่รับฟ้องข้อเรียกร้องให้ยุติการนับคะแนนของทีมกฎหมายนายทรัมป์ ขณะที่บรรยากาศบริเวณศูนย์การนับคะแนน ในรัฐที่ยังไม่สรุปผล มีประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมากมารวมตัวชุมนุมอย่างเนืองแน่น โดยผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ยังคงเรียกร้องให้ยุติการนับคะแนนที่เหลือ พร้อมกล่าวหาการโกงเลือกตั้ง ส่วนผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตต่างเรียกร้องการนับบัตรลงคะแนนให้ครบทุกใบ แต่ที่รัฐเพนซิลเวเนีย เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 1 คน พร้อมยึดอาวุธปืนไม่ระบุรุ่น หลังได้รับรายงานว่า จะมีการก่อเหตุที่ศูนย์นับคะแนนเลือกตั้งในรัฐนี้อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็นวันเดียวกัน ตามเวลาประเทศไทย ผลการนับคะแนนดิบใน 4 รัฐที่รอชี้ชะตา ปรากฏว่านายไบเดนมีความได้เปรียบแล้วอย่างชัดเจน และมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐอเมริกาในเร็วๆนี้ โดยที่รัฐจอร์เจีย คะแนนดิบบ่งชี้ว่านายไบเดนพลิกกลับมานำนายทรัมป์ 917 คะแนน หลังเหลือบัตรเลือกตั้งไม่ถึง 10,000 ใบ หากทิศทางยังเป็นเช่นนี้ จะทำให้นายไบเดนคว้าคณะผู้เลือกตั้งรัฐจอร์เจีย 16 เสียง และมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งรวมอยู่ที่ 280 เสียงเกินเกณฑ์นอกจากนี้ ที่รัฐตัวแปรเพนซิลเวเนีย คณะผู้เลือกตั้ง 20 เสียงยังปรากฏด้วยว่า จากที่นายทรัมป์มีคะแนนนำอยู่หลักแสน กลับกลายเป็นว่าถูกนายไบเดนไล่ตาม จากการนับคะแนนทางไปรษณีย์ ส่งผลให้นายทรัมป์นำอยู่เพียง 18,042 คะแนนเท่านั้น โดยเหลือบัตรเลือกตั้งยังไม่ได้นับกว่า 200,000 ใบและมีโอกาสที่นายไบเดนจะคว้าชัยเพิ่มอีกรัฐ ขณะที่รัฐเนวาดา นายไบเดนมีคะแนนนำนายทรัมป์ 11,438 เสียง เหลือบัตรยังไม่ได้นับกว่า 250,000 ใบ แต่ที่รัฐอริโซนา ซึ่งสื่อหลายสำนักกำหนดทิศทางให้นายไบเดนชนะไปแล้วนั้น ปรากฏว่าผลการนับคะแนนครบ 90% นายทรัมป์มีคะแนนตีตื้นขึ้นมา ตามหลังนายไบเดนอยู่เพียง 46,257 คะแนนเท่านั้นจากทิศทางนี้ หากนายไบเดนครองทั้งรัฐจอร์เจียและเพนซิลเวเนีย จะทำให้ครองคณะผู้เลือกตั้ง 300 เสียง และถึงจะสถานการณ์พลิกจนสูญเสียรัฐอริโซนา 11 เสียง ก็จะยังอยู่ในเกณฑ์กำหนด ส่วนนายทรัมป์อาจไม่เหลือความหวังแล้ว นอกจากการนับคะแนนที่เหลือจะพลิกกลับมาฝ่ายตัวเองทั้งหมด แต่สื่อสหรัฐฯระบุว่า บัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ส่วนใหญ่เป็นของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต ที่เลือกส่งคะแนนทางจดหมายเพราะกังวลไวรัสโควิด-19 และช่วงหาเสียง นายทรัมป์ได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนไปลงคะแนนด้วยตัวเอง พร้อมโจมตีอย่างไร้มูลมาตลอดว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์จะทำให้มีการโกงเกิดขึ้นทั้งนี้ ระเบียบการเลือกตั้งสหรัฐฯ กำหนดให้แต่ละรัฐนับคะแนนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 17 พ.ย. และส่งข้อมูลสรุปว่าผู้สมัครคนใดครองเสียงคณะผู้เลือกตั้งประจำรัฐ ภายในวันที่ 8 ธ.ค. พรรคที่ต้องการคัดค้านการนับคะแนน สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐได้ต่อเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้ว เหมือนกรณีเหตุการณ์เมื่อปี 2543 ที่ศาลรัฐบาลกลางรัฐฟลอริดา อนุญาตให้มีการนับคะแนนใหม่ตามข้อเรียกร้องของนายอัล กอร์ ตัวแทนพรรคเดโมแครต แต่ปรากฏถูกนายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน ยื่นคัดค้านคำตัดสินของศาลประจำรัฐต่อศาลฎีกา ทำให้ศาลฎีกาพิพากษายุติการนับคะแนนในทันที จนส่งผลให้นายบุชเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งต่อมา 21.00 น. วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย ผลการนับคะแนนดิบในรัฐตัวแปรจอร์เจียพบว่า นายไบเดนมีคะแนนนำห่างนายทรัมป์ 1,097 คะแนน เหลือบัตรยังไม่ได้นับประมาณ 10,000 ใบ จะได้ข้อสรุปในช่วงเที่ยงคืนวันเดียวกัน ขณะที่ผลในรัฐตัวแปรนอร์ทแคโรไลนา นายทรัมป์นำห่างนายไบเดน 76,701 คะแนน เหลือบัตรยังไม่ได้นับประมาณ 300,000 ใบ ส่วนที่รัฐตัวแปรเพนซิลเวเนีย คะแนนได้พลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังนายไบเดนมีคะแนนนำนายทรัมป์เป็นครั้งแรก อยู่ที่ 5,594 คะแนน เหลือบัตรยังไม่ได้นับประมาณ 150,000 ใบ หากทิศทางเป็นเช่นนี้จนนับคะแนนครบถ้วน จะทำให้นายไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่อย่างแน่นอน พร้อมทั้งปิดโอกาสของนายทรัมป์อย่างสมบูรณ์อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรู้จัก โจ ไบเดน ‘ล้มช้าง’ โค่นทรัมป์ คว้าชัย ว่าที่ปธน.ใหม่สหรัฐฯรู้ผลแล้ว ‘โจ ไบเดน’ ชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 เกาะติดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา