ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2537 นักโบราณคดีชื่อคาร์ล สวิชเชอร์ ได้ระบุอายุของซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลโครงกระดูกที่พบว่ามีอายุประมาณ 1,800,000 ปีก่อน ซึ่งในกรอบเวลานั้นทำให้กลุ่มมนุษย์โฮโม อิเรคตัส (Homo erectus) เป็นสายพันธุ์ที่ปรากฏตัวในทวีปเอเชียมากกว่าทวีปแอฟริกา ตั้งแต่นั้นมาอายุของฟอสซิลนี้กลับกลายเป็นที่ถกเถียงกันในชุมชนการศึกษาโบราณคดีเมื่อเร็วๆนี้ มีความพยายามใหม่ของนักวิจัยจากญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และเยอรมนี เผยว่าอาจยุติการถกเถียงนั้น หลังจากพบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามนุษย์โฮโม อิเรคตัส เดินทางมาถึงเกาะชวาเมื่อประมาณ 300,000 ปี ซึ่งช้ากว่าที่เคยคิดไว้ ทีมวิจัยได้ใช้ 2 เทคนิคในการหาอายุจากเถ้าภูเขาไฟซางีรัน (Sangiran) บนเกาะชวา ในอินโดนีเซีย ที่เป็นแหล่งค้นพบซากฟอสซิลมนุษย์โบราณนับร้อยซาก เทคนิคแรกคือการหาปริมาณยูเรเนียมต่อตะกั่ว (uranium-lead dating) ที่ช่วยวัดอายุการตกผลึกของตัวอย่างดินภูเขาไฟ ส่วนเทคนิคที่ 2 คือการหาอายุจากรอยแบ่งแยกนิวเคลียส (fission track dating) ซึ่งวัดลักษณะของเม็ดเพทายในวัตถุจากภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมา นักวิจัยรายงานว่าทั้ง 2 เทคนิคบ่งบอกว่าซากฟอสซิลมนุษย์โฮโม อิเรคตัสมีอายุ 1,300,000-1,500,000 ปี น้อยกว่าการประเมินของสวิชเชอร์ประมาณ 300,000 ปี ที่สำคัญกว่านั้นคือแสดงให้เห็นว่ามนุษย์โฮโม อิเรคตัสปรากฏตัวครั้งแรกในแอฟริกาจากนั้นก็อพยพมายังเอเชีย ซึ่งการศึกษาก่อนหน้านี้ระบุอายุซากฟอสซิลมนุษย์โฮโม อิเรคตัสในจอร์เจียคือ 1,800,000 ปีและในจีนคือ 1,600,000 ปี.