ข่าว
100 year

ฝูงโดรนถล่มโรงกลั่นยักษ์ซาอุดีอาระเบีย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.ย. 2562 05:15 น.
SHARE

บ่อนํ้ามันดิบด้วย เพลิงไหม้รุนแรง ฝีมือ ‘กบฏเยเมน’

โลกระอุ! กลุ่มกบฏฮูธิในเยเมน ประกาศผลงานใช้โดรน 10 ลำ บินถล่มโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และบ่อขุดเจาะน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย พร้อมขู่กร้าวเล็งโจมตีหนักกว่าเดิม หากกอง ทัพซาอุฯ ไม่เลิก จุ้นช่วยรัฐบาลเยเมนปราบกบฏ ด้านรัฐบาลซาอุฯสวนทันควันยันควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และไม่กระทบการส่งออกน้ำมันของประเทศ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของไทยชี้ เหตุรุนแรงอาจส่งผลราคาขายปลีกน้ำมันผันผวนเล็กน้อย แต่แค่ช่วงสั้นๆ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ว่าเกิดสถานการณ์รุนแรงทางความมั่นคงในประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และบ่อขุดเจาะน้ำมันในจังหวัดทางตะวันออกของซาอุฯ ใกล้พรมแดนประเทศบาห์เรน ถูกโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จนเกิดการระเบิดและไฟลุกไหม้ รุนแรง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการถึงจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซาอุฯเปิดเผยว่า เหตุเกิดในช่วงเช้าตรู่วันที่ 14 ก.ย. โรงกลั่นน้ำมันอับเควก และบ่อขุดเจาะน้ำมันเมืองคูไรส์ ของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อารัมโคของซาอุฯ ในเมืองบุคยาค ทางภาคตะวันออก ถูกโจมตีหลายครั้งด้วยฝูงอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหายที่แน่ชัด แต่สื่อท้องถิ่นอัล-อาระบิยาห์ รายงานว่า ได้เกิดการระเบิดและไฟไหม้ ซึ่งขณะเดียวกันมีภาพคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางเว็บไซต์สื่อออนไลน์ต่างๆ แสดงให้เห็นกลุ่มควันโขมงสีดำเต็มขอบฟ้าในพื้นที่โรงกลั่นน้ำมัน พร้อมเสียงปืนดังตามมา

แม้รัฐบาลซาอุฯยังไม่ยืนยันชัดเจนว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่ต่อมาโฆษกกองทัพกบฏฮูธิในประเทศเยเมน ซึ่งอยู่ระหว่างทำสงครามกับกองทัพพันธมิตรซาอุฯ ได้ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพฮูธิได้ส่งอากาศยานไร้คนขับจำนวน 10 ลำ เข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองบุคยาคและบ่อขุดเจาะน้ำมันคูไรส์ พร้อมขู่ว่าการโจมตีจะหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม หากกองทัพซาอุฯ ไม่ยุติการโจมตีในเยเมน กระนั้นโฆษกกบฏฮูธิไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการใช้โดรนพุ่งชนหรือทิ้งระเบิดโจมตี

ต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานด้วยว่า การโจมตีดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลกหรือไม่ เนื่องจากเหตุเกิดในช่วงตลาดซื้อขายน้ำมันปิดสุดสัปดาห์ โดยราคาก่อนปิดตลาดน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันอับเควกของบริษัทอารัมโคที่ถูกโจมตีครั้งนี้ ถูกขนานนามว่าเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังผลิตน้ำมัน 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนบ่อขุดเจาะน้ำมันเมืองคูไรส์เป็นบ่อขุดเจาะน้ำมันใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ ผลิตน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ในวันเดียวกัน สื่อรัฐบาลซาอุฯระบุว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุฯ 

โรงกลั่นน้ำมันอับเควกของซาอุฯ เคยถูกกลุ่มก่อการร้ายสากลอัล-เคดา โจมตีด้วยมือระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อเดือน ก.พ.2549 แต่ประสบความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในเยเมนลุกลาม และรัฐบาลซาอุฯตัดสินใจช่วยเหลือรัฐบาลเยเมนโจมตีกลุ่มกบฏฮูธิ เมื่อปี 2558 เป็นต้นมาได้ส่งผลให้กลุ่มกบฏฮูธิเปิดปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ ต่อเป้าหมายทางการทหารและพลังงานของซาอุฯ อยู่หลายครั้ง

นอกจากนี้ กลุ่มกบฏฮูธิยังใช้โดรนในการรบอย่างต่อเนื่อง แต่ระยะหลังได้เปลี่ยนจากโดรนสำหรับใช้งานพลเรือนมาเป็นโดรนสำหรับใช้งานกองทัพ อย่างรุ่นล่าสุดที่เรียกว่ายูเอวี-เอ็กซ์ มีพิสัยการบินสูงสุด 1,500 กิโลเมตร ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากชาติตะวันตก ชาติอาหรับ และสหประชาชาติว่า กองทัพอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจัดหาโดรนและยุทโธปกรณ์แก่กบฏฮูธิ แต่รัฐบาลอิหร่านออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ

ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกัน สำนักข่าวเอสพีเอ สื่อรัฐบาลซาอุฯ รายงานเพิ่มเติมเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันว่าการโจมตีด้วยโดรน เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของบริษัทอารัมโครับมือเป็นการเร่งด่วน และสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ทั้งในโรงกลั่นน้ำมันและบ่อขุดเจาะน้ำมัน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดความเสียหาย

ด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุครั้งนี้ ในส่วนของไทย ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ว่า กรณีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศซาอุดีอาระเบียเกิดเพลิงไหม้ อาจมีผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมัน ในประเทศเพียงเล็กน้อยในสัปดาห์หน้า และเป็นระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น ตามหลักจิตวิทยาของตลาดน้ำมันโลกจากข่าวดังกล่าว เพราะราคาขายปลีกในประเทศไทยอิงกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ ที่เป็นตลาดซื้อขายหลักของทวีปเอเชีย ส่วนจะมีผลกระทบในอัตราเท่าใดนั้น ต้องรอดูสถานการณ์ในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานกล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าว สำหรับประเทศไทยอาจไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายๆประเทศในตะวันออกกลาง ไม่ได้นำเข้าผูกขาดเฉพาะซาอุดีอาระเบียประเทศเดียว และเหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้เกิดเหตุการณ์ผันผวนด้านราคาหรือเกิดเหตุขาดแคลนน้ำมันดิบแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะหลายๆประเทศในกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) ก็สามารถผลิตน้ำมันดิบขึ้นมาทดแทนประเทศซาอุดีอาระเบียได้ตามปกติ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โดรนโจมตีซาอุดีอาระเบียโรงกลั่นน้ำมันกบฏฮูธิเยเมนข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้