ไลฟ์สไตล์
100 year

มรดกโลกบางที่อาจสูญเสียธารน้ำแข็งภายในปี 2643

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 พ.ค. 2562 10:01 น.
SHARE

มรดกโลกบางที่อาจสูญเสียธารน้ำแข็งภายในปี 2643

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

3 พ.ค. 2562 10:01 น.

ยอดเขาจุงเฟรา-ธารน้ำแข็งอเล็ทช์ในสวิตเซอร์แลนด์
Credit : IUCN/Martin Price

งานวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์จากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เผยว่าจากการผสมผสานข้อมูลของแหล่งน้ำแข็งทั่วโลกและสร้างแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน เพื่อวิเคราะห์สถานะปัจจุบันของมรดกโลกทางธรรมชาติ อย่างเช่นธารน้ำแข็งหลายๆแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงมวล พบว่าสถานที่สำคัญเหล่านี้หลายแห่งกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

ข่าวแนะนำ

ทีมวิจัยคาดการณ์ว่าธารน้ำแข็งจะค่อยๆ หายไปอย่างสมบูรณ์ จากแหล่งมรดกโลกหลายแห่ง หากการปล่อยมลพิษยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการระบุนั้นส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงของโลกเช่น ธารน้ำแข็งอเล็ทช์ เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ แห่งสวิตเซอร์แลนด์, ธารน้ำแข็งคุมบูในเทือกเขาหิมาลัย และ Jakobshavn Isbrae ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของกรีนแลนด์

เทือกเขาเทียนซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน Credit : IUCN/Pierre Galland
เทือกเขาเทียนซานในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน Credit : IUCN/Pierre Galland

ทั้งนี้ มีการทำนายถึงการสูญเสียธารน้ำแข็งในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติจำนวน 21 แห่งจาก 46 แห่ง ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในปี 2100 นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยคาดว่า 33-60% ของปริมาณน้ำแข็งทั้งหมดในปี พ.ศ.2560 จะหายไปในปี พ.ศ.2643 อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานวิจัยนักวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์ธรรมชาติธารน้ำแข็งก๊าซเรือนกระจกสวิตเซอร์แลนด์ทันโลกการศึกษา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 01:15 น.