ตร.มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัย 4 นาย ตำรวจ ประกอบด้วย ผบช.ภ.1 ผบก.สส.ภ.1 ผบก.ภ.จ.นนทบุรี และ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ชุดคลี่คลายคดีดาราสาวแตงโม-นิดา หลัง “อัจฉริยะ” ร้อง ผบ.ตร. เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนอัจฉริยะยื่นหลักฐาน 20 ชุด ส่งถึงมือดีเอสไอ หวังตั้งธงใหม่เป็นคดีพิเศษ ไม่เกี่ยวข้อง กับคดีเดิมที่ สภ.เมืองนนทบุรี รองโฆษกดีเอสไอ เผยสั่งคณะกรรมการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดนำเสนอให้อธิบดีพิจารณา ขณะที่ “กระติก” แจ้งความ “จิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” สามีหนิง-ปณิตา ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โพสต์ด่าในไอจี และเตรียมฟ้องเพิ่มนักเลงคีย์บอร์ดอีก 2 ราย “แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์” ตกน้ำเสียชีวิต ยังเป็นคดีที่เกิดวุ่นวายไปทั่วทุกวงการ ต่างฝ่ายต่างเปิดศึกฟ้องร้องกันพัลวัน ล่าสุดหนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ พาจิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามี พร้อมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เข้าแจ้งความกับนายวิศาพัช หรือแซน มโนมัยรัตน์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ แตงโม-นิดา ดาราสาวตกเรือเสียชีวิตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยก่อนหน้านี้แซนแจ้งความดำเนินคดีกับจินในข้อหาเดียวกันมาแล้ว ขณะที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยังไม่ลดละหาหลักฐานการเสียชีวิตอ้างว่ามีเงื่อนงำเป็นฆาตกรรม เตรียมส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อเปิดสำนวนคดีใหม่ให้เป็นคดีพิเศษความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 217/2565 ตั้งกรรมการตรวจสอบวินัย พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ. 1 พล.ต.ต.วสันต์ เตซะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.จ.นนทบุรี และ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตปริศนาของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม มี พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองจเรตำรวจแห่งชาติ (สบ 9) ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงสำหรับการตั้งกรรมการตรวจสอบวินัย ตำรวจ ภ.1 ทั้ง 4 นายดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะเชื่อว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทั้ง 4 นายดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่กระทำการรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ ในการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงหรือรู้ตัวผู้กระทำผิด และนำข้อมูลเท็จหรือพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสืบสวนสอบสวน รวมถึงไม่ทำคดีชันสูตรการตาย, และไม่มีการตรวจสารเสพติดบุคคลต้องสงสัยบนเรือ จึงเป็นที่มาของการตั้งกรรมการตรวจสอบดังกล่าวขึ้นเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย นอกจากนี้ยังได้มีการเชิญตัวนายอัจฉริยะให้มาเข้าพบในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 10.30 ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 สำนักงานจเรตำรวจ เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับข้อมูลในประเด็นต่างๆตามหนังสือร้องเรียน อีกด้วยที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษและรองโฆษกดีเอสไอ เพื่อร้องขอให้ดีเอสไอ รับคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ เป็นคดีพิเศษ พร้อมนำพยานหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดี 20 ชุด ส่วนหนึ่งของหลักฐานคือ ตัวอย่างทรายที่ขุดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา 3 จุด คือ จุดแตงโมตกน้ำ จุดพบศพ และจุดท่าทรายแห่งหนึ่งใส่ท่อ 3 อัน มอบให้เพื่อประกอบการพิจารณานายอัจฉริยะกล่าวว่า ดีเอสไอนัดสอบปากคำพร้อมนำพยานหลักฐานสำคัญ 20 ชุด มีภาพจากกล้องวงจรปิดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพบว่า มีเรือสปีดโบ๊ต 2 ลำไปที่ท่าทรายริมแม่น้ำหลังเกิดเหตุ กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ อดีตผู้จัดการแตงโม และแม่แตงโมเคยพูดว่ามีเรือ 2 ลำ เชื่อว่าเรืออีกลำที่คล้ายรุ่นเดียวกันกับลำก่อเหตุนั้นยังอยู่และตำรวจก็รู้ แต่แกล้งไม่เห็นคราบเลือดร่องรอยดีเอ็นเอของแตงโม อาจจะอยู่ที่เรืออีกลำก็ได้ แต่ตนไม่มีอำนาจตรวจสอบว่ามีเรือรุ่นนี้อยู่ในประเทศไทยกี่ลำ รวมถึงยังมีหลักฐานว่าแผลด้านในขาขวาบนศพ เกิดจากของมีคมไม่ใช่ใบพัดเรือ และมีทรายในมือข้างเดียวที่ลักษณะคล้ายกับทรายบนท่าทรายดังกล่าวกับโคลนในปอด ทำให้เชื่อว่าศพไม่ได้อยู่ที่จุดตกตามที่แถลงข่าวไป เพราะที่นั่นมีแต่ทรายไม่มีโคลน และผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการที่โคลนอยู่ในปอด แสดงว่าไม่ได้เสียชีวิตในน้ำลึก แต่จุดพบศพเป็นน้ำลึกมีพยานชี้ชัดว่าจุดตกอยู่คนละฝั่งนายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ไม่แน่ใจว่าตำรวจสอบปากคำเพื่อนหรือญาติแตงโมเรื่องยารักษาโรคซึมเศร้า หรือยานอนหลับที่พบในร่างกายแตงโมว่าเป็นชนิดเดียวกับที่พบในคนบนเรือหรือไม่ เรื่องนี้อาจเป็นเหตุจูงใจในการฆาตกรรมด้วยการใส่ยาโดยไม่ได้เตรียมการมาก่อน ต้องอำพรางคดีหรือไม่ เพราะเชื่อว่าแซนอยู่บนเรือด้วยจะต้องให้การเท็จแน่นอน เพราะเจ้าของอู่เรือเอ็นบีซีระบุว่า รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากคนบนเรือประมาณ 22.20 น. แต่ในการแถลงข่าวกลับเป็นเวลา 22.34 น.นายอัจฉริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพยานในคดีนี้มีผู้เชี่ยวชาญ 12 ปาก ที่มีใบรับรองในสาขาต่างๆ เช่น นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ และคุณหญิง พญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ตรวจสอบเรื่องบาดแผล แต๊ง-พงศกร มหาเปารยะ นักแสดงชายที่ยืนยันว่าแตงโมเป็นคนขี้กลัว ปัสสาวะท้ายเรือไม่ได้แน่นอน ส่วนอะตอม-สัมพันธภาพ เพื่อนดาราสาวรู้ว่าคนบนเรือนิสัยอย่างไร และยังมีประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำที่เก็บทรายและถ่ายภาพใต้น้ำไว้ได้ อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านเรือระบุว่า ถ้าแตงโมตกท้ายเรือจะถูกดีดออก ไม่ได้ถูกดูดเข้าใต้ท้องเรือ รวมถึงไทด์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ ที่ไปร่วมเก็บร่างแตงโมและมีภาพศพ ทั้งนี้ การตัดสินใจรับเป็นคดีพิเศษขึ้นอยู่กับการพิจารณาของอธิบดีดีเอสไอ เว้นแต่เกรงใจตำรวจ ถ้าตรงไปตรงมาต้องรับแน่นอน และคดีจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่จะไม่เกี่ยวกับคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรีด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะสอบปากคำนายอัจฉริยะไว้ และจะนำพยานหลักฐานไปประกอบกับข้อมูลที่คณะสืบสวนของดีเอสไอดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่นางรสนา โตสิตระกูล เคยมายื่นเรื่องร้องเรียนกับดีเอสไอไว้จะนำมารวมเป็นสำนวนเดียวกัน สั่งการให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการของดีเอสไอพิจารณาว่าจะรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ดีเอสไอจะแยกประเด็นการสืบสวนสอบสวนออกจากของตำรวจ ส่วนข้อมูลที่ได้จะตรงกันหรือไม่ ยืนยันว่าดีเอสไออยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ หากอยู่ระหว่างสืบสวน อัยการตัดสินใจส่งฟ้องคดีดังกล่าวขึ้นไปยังชั้นศาล ดีเอสไอ จะพิจารณาข้อกฎหมายอีกครั้งว่าจะสามารถรับต่อมาเวลา 12.00 น. กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ เดินทางมาพร้อมกับนายพรศักดิ์ วิภาส อาภานนท์ ทนายความเข้าพบ พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีแจ้งความกับจิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีหนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ผู้จัดละครชื่อดังในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มี พ.ต.ท.ณัฐพนธ์ จุ้ยอำนวย รอง ผกก. (สอบสวน) และ ร.ต.อ.หญิง ปัณฑ์ณัฐ ขันเขต รอง สว. (สอบสวน) ร่วมสอบปากคำกระติกเปิดเผยว่า เดินทางมาดำเนินคดีกับจิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของหนิง-ปณิตา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากกรณีที่ถูกต่อว่าในไอจี เนื่องจากจินคอมเมนต์ใต้รูปภาพอย่างรุนแรงเป็นคำด่า ตนมองว่าถ้าเห็นโพสต์ดังกล่าวแล้วไม่ชอบใจก็เลื่อนผ่านไป เรื่องแบบนี้ทำได้แค่ไม่ชอบ แต่ไม่ควรที่จะไปด่าหรือไปทำให้คนอื่นเสียหาย และยิ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงยิ่งจะต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่ โพสต์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นคำหยาบคาย ส่วนเรื่องเรียกค่าเสียหายยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้นกระติกเปิดเผยอีกว่า การใช้ชีวิตในช่วงนี้ดีขึ้นและมีความเข้มแข็ง เมื่อจิตใจดีขึ้นแล้วจะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป ส่วนใครที่ทำให้ตนเดือดร้อนเสียหายจะขอลุยเดินหน้าเอาเรื่องอย่างเต็มที่ เพราะตนโดนกระทำมาโดยตลอด อยู่เฉยๆไม่ตอบโต้แต่ยังไม่หยุด ดังนั้นต้องใช้สิทธิ์ปกป้องตัวเอง ถ้าเขาฟ้องกลับตนไม่กลัวเพราะทุกคนมีสิทธิ์ต้องต่อสู้ในทางกฎหมาย สัปดาห์หน้าทนายความเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ทำให้ตัวเองเสื่อมเสียในสื่อสังคมออนไลน์จำนวน 2 รายกระติกยังให้ความเห็นกรณีที่นายอัจฉริยะนำทีมงานเสาะแสวงหาข้อมูลในคดีการเสียชีวิตของแตงโม-นิดา ตั้งข้อสงสัยว่า การเคลื่อนไหวของนายอัจฉริยะทำในฐานะอะไร และสามารถกระทำได้หรือไม่ แต่ส่วนตัวคงไม่ไปก้าวล่วง แต่หากมีประเด็นใดที่พาดพิงทำให้ตัวเองเสียหาย จะขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายดำเนินการต่อไป ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้างว่า มีคนนำมีดขึ้นไปบนเรือจนเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่ที่ขาข้างขวาของแตงโม ขอยืนยันว่าไม่เห็นว่ามีการกระทำตามที่นายอัจฉริยะอ้างถึง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เรื่องราวขณะนี้ลอยไปไกลจนถึงทะเลแล้ว ในวันที่ 27 พ.ค. ตนจะไปพบอัยการรายงานตัวตามนัด ส่วนอัยการจะมีคำสั่งอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ส่วนตัวพร้อมให้ความร่วมมือ และไม่หนักใจกับกรณีที่อัยการสั่งพนักงานสอบสวนสอบเพิ่มในประเด็นต่างๆ กว่า 20 ประเด็น