
ท่ามกลางค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายรายเดือนยังเพิ่มขึ้นด้วยเพราะใครที่ส่งประกันสังคมอยู่ ตั้งแต่ต้นปี 2569 นี้ ทางสำนักงานประกันสังคมปรับเพดานเงินเดือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 17,500 บาท ทำให้ยอดเงินสมทบสูงสุดขยับมาที่ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิมที่ 750 บาท)
แน่นอนว่าเมื่อเพิ่มเงินสมทบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย วันนี้ Thairath Money รวบรวมสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ หรือสิทธิที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้ว่า “มีอยู่” มาไว้ที่นี่แล้ว
เดิม ถ้าเราจะทำฟัน ไม่ว่าจะถอน, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด ฯลฯ ด้วยสิทธิประกันสังคมจะจำกัดวงเงินที่ 900 บาทต่อปี แต่สิทธิใหม่นี้ มีการแยกวงเงินอย่างชัดเจน เช่น ฟันปลอมถอดได้มีวงเงิน 1,500 - 6,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนซี่และชนิด), ค่าผ่าฟันคุด 1,500 - 2,500 บาท/ซี่ (ขึ้นอยู่กับกรณี) เป็นต้น
นอกจากนี้ ก่อนจะตัดสินใจทำฟัน สามารถสอบถามคลินิกหรือโรงพยาบาลว่าเข้าร่วมโครงการของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไหม เพราะส่วนใหญ่จะไม่ต้องสำรองจ่าย ที่สำคัญคือการสอบถามเงื่อนไขการใช้บริการให้ชัดเจน (เพราะผู้ประกันตนบางรายเจอปัญหาว่า ทำฟันเสร็จแล้ว แต่พอจะจัดการเรื่องเงินเจอระบบสปส.ยังไม่อัปเดต ทำให้ยังใช้สิทธิไม่ได้ และต้องจ่ายเองไปก่อนและต้องไปเบิกเองในภายหลัง)
เงื่อนไขหลัก:
ไม่ว่าจะเลือก ลาออก, หรือถูกเลิกจ้าง ผู้ประกันตนสามารถรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ เบื้องต้นมีเงื่อนไข ดังนี้
กรณีลาออก: 30% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 90 วัน สูงสุด 15,750 บาท
กรณีถูกเลิกจ้าง: 60% ของค่าจ้าง นานไม่เกิน 180 วัน สูงสุด 63,000 บาท(ในกรณีฐานเงินเดือนที่ 17,500 บาท)
เงื่อนไขหลัก:
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถใช้สิทธิการตรวจสุขภาพประจำปีได้! และฟรี เบื้องต้นจะมีการตรวจ 14 รายการ เช่น การคัดกรองการได้ยิน, ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจปัสสาวะ,ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS), ตรวจระดับไขมันในเลือด ฯลฯ (แต่ละช่วงอายุอาจมี รายการตรวจสุขภาพที่แตกต่างกัน)
เบื้องต้นผู้ประกันตนสามารถเช็กรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานประกันสังคม แจ้งนัดหมายล่วงหน้า และนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงในวันเข้ารับบริการได้เลย ถ้าไม่แน่ใจหรือสงสัยอะไรสามารถโทรไปที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง
เงื่อนไขหลัก:
การนอนหลับเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดี แต่ถ้าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอน การตรวจรักษาอาจต้องใช้เงินมากขึ้น ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ ปัจจุบันสามารถเบิกค่า Sleep Test ได้แล้ว โดยมี 3 รายการหลัก คือ
1. ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 1 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะตรวจทั้งคืน สปส. จ่ายในอัตราที่จ่ายจริงไม่เกิน 7,000 บาท
2. ค่าตรวจการนอนหลับ (polysomnography) ชนิดที่ 2 เป็นการตรวจวัดเหมือนการตรวจชนิดที่ 1 แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามขณะหลับ จะจ่ายในอัตราที่จ่ายจริงไม่เกิน 6,000 บาท
3. ค่าอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP) รวมถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับการรักษาในอัตราที่กำหนด ได้แก่
- เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชุดละ 20,000 บาท
- หน้ากากครอบจมูกหรือปากที่ใช้กับเครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า ชิ้นละ 4,000 บาท
เงื่อนไขหลัก:
หลายคนอาจไม่รู้ว่าผู้ประกันตนจะมีรอบในการเปลี่ยนโรงพยาบาลที่เข้ารักษาตัวได้ ปีละ 1 ครั้ง โดย สปส. ระบุว่าให้เปลี่ยนได้ในช่วงต้นปี มักไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม โดยมี 5 ช่องทางให้แจ้งเปลี่ยนสถานพยาบาลได้แก่
สำหรับคุณแม่คุณพ่อที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 และ มาตรา 39 ยังสามารถใช้สิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตร เดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คนต่อเดือน โดยสิทธินี้จะให้ในกรณีที่มีลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์
เงื่อนไขหลัก
ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตน ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง สามารถเข้าไปเช็กในแอป SSO Plus ที่สามารถตรวจสอบประวัติการส่งเงินสมทบ สิทธิประโยชน์ และข้อมูลผู้ประกันตนได้ด้วยตนเอง หรือ โทรสายด่วน 1506 ได้ฟรี
อ้างอิงข้อมูล สปส.
อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney