ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เข้าสู่ “ตลาดกระทิง” หุ้น AI-ชิปกลับมาคึกคัก หลังแรงเทขายครั้งใหญ่

Investment

Stocks

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เข้าสู่ “ตลาดกระทิง” หุ้น AI-ชิปกลับมาคึกคัก หลังแรงเทขายครั้งใหญ่

Date Time: 13 ส.ค. 2569 12:07 น.

Video

ดร.นิเวศน์ เผยคาถา 30 ปี ทำให้เป็นเศรษฐีหมื่นล้าน? l Money Secret EP.21

Summary

ดัชนี KOSPI ของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังเจอแรงเทขายหนักเมื่อเดือนที่ผ่านมา จนถูกมองว่ากำลังเข้าสู่ “ตลาดกระทิง” ปัจจัยหลักมาจากหุ้น AI ของสองยักษ์ใหญ่ที่กลับมาคึกคัก นักลงทุนเริ่มเชื่อมั่น และความต้องการชิปยังคงแข็งแกร่ง

Latest


ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้นสูงสุด 4.8% ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองว่าดัชนีตลาดเกาหลีใต้นี้กำลังเข้าสู่ภาวะ “ตลาดกระทิง” (Bull Market) หลังแรงลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ช่วยพลิกสถานการณ์จากการเทขายครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ดัชนี KOSPI ฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมแล้วประมาณ 22% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากหุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ราคาหุ้นต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม แม้ KOSPI จะปรับตัวขึ้นมากกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี จากแรงซื้อที่ขับเคลื่อนโดยนักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก แต่ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายนประมาณ 24% โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา KOSPI ร่วงลงถึง 22% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก

ดัชนี KOSPI ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังเจอแรงเทขายครั้งใหญ่
ดัชนี KOSPI ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังเจอแรงเทขายครั้งใหญ่


ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ KOSPI ฟื้นตัวแรง?

บรรยากาศการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและฮาร์ดแวร์เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งทั้งในตลาดเกาหลีใต้และทั่วโลก หลังบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การลงทุนด้าน AI ยังคงอยู่ในระดับมหาศาล ทำให้นักลงทุนกลับมาไล่ซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มชิปอีกครั้ง 

หลังจากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ตลาดหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ต้องเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจากการบังคับปิดสถานะของนักลงทุนที่ใช้เงินกู้หรือ Leverage มาเก็งกำไรในหุ้นชิป จนถึงขั้นต้องหยุดการซื้อขายหุ้นบางตัว และทำให้ความมั่งคั่งของนักลงทุนรายย่อยหายไปหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมารัฐบาลเกาหลีใต้ต้องออกมาตรการเข้าควบคุม ETF ที่ใช้ Leverage กับหุ้นรายตัว และด้านนักลงทุนเองก็เริ่มลดการกู้เงินมาลงทุน หรือ Margin Debt ลง ส่งผลให้ตลาดกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น

ตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ปรับตัวลงแรงเกินพื้นฐานในช่วงที่นักลงทุนเร่งปิดสถานะการลงทุนแบบใช้ Leverage ดังนั้นการฟื้นตัวในปัจจุบันจึงถือเป็นการดีดกลับตามธรรมชาติ หลังแรงซื้อและแรงขายในตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล อย่างไรก็ตามตลาดอาจจะยังไม่ได้เป็นขาขึ้นแบบต่อเนื่องได้ง่าย ๆ จนกว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นทั้งในประเด็นการลงทุน AI และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ตามรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาในวันพุธ พบว่า ดอกเบี้ยเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับไม่ร้อนแรงเกินคาด กลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด เพราะช่วยลดความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ ส่งผลดีต่อหุ้นผู้ผลิตชิปที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และช่วยส่งต่อแรงบวกมายังหุ้นชิปเกาหลีใต้ด้วย

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคาดการณ์ด้วยว่า Samsung Electronics และ SK Hynix อาจจะมีการประกาศแผนเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นในหุ้นทั้งสองบริษัทในช่วงที่ผ่านมา


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง:


ด้านนักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายหลักในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดยตลอดปีนี้มีเงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นเกาหลีแล้วมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดเคยปรับตัวขึ้นแรงจนมีมูลค่าหุ้นแพงและเกิดภาวะการลงทุนที่หนาแน่นเกินไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติบางส่วนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง หลังการเทขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ระดับราคาหุ้นและการประเมินราคา (Valuation) กลับมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจมากขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยที่เคยสร้างแรงกดดันต่อหุ้นชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ คือ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน จนทำให้นักลงทุนเริ่มระมัดระวังต่อการเติบโตของหุ้นกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ความต้องการชิปยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการนำ AI ไปใช้ในแอปพลิเคชันรูปแบบใหม่ ๆ และการที่ผู้บริโภคใช้งาน AI ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ซึ่งกำลังผลักดันความต้องการชิปให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ที่มา: Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ