
ถ้าให้พูดถึงการลงทุนในตลาดหุ้นช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนคงรู้กันดีว่าตลาดหุ้นไทยผ่านมรสุมมานับไม่ถ้วน ทั้งเรื่องโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจผันผวน ไปจนถึงดอกเบี้ยขาขึ้น
การหาหุ้นที่ทำธุรกิจแล้ว "กำไรเติบโต" ได้สักปีสองปีก็ว่าเก่งแล้ว แต่ถ้าหาหุ้นที่ทำกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องได้ถึง "5 ปีซ้อน" ต้องบอกเลยว่านี่คือของแรร์ไอเทม ยิ่งเป็นหุ้นไซส์ใหญ่ที่อยู่ในกลุ่ม SET100 ด้วยแล้ว ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งสุดๆ
Thairath Money สแกนข้อมูลมาฝากกัน พบ 5 บริษัทเด็ดใน SET100 ที่ทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นติดต่อกันตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปี 2568 แบบไม่มีแผ่วเลยสักปีเดียว มาดูกันทีละตัวเลย
เริ่มกันที่พี่ใหญ่สีน้ำเงินแห่งกลุ่มธนาคาร อย่างหุ้น BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แบงก์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความ Conservative เน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และรายใหญ่เป็นหลัก
ถือเป็นชื่อที่มักติดอันดับเสมอถ้าพูดถึงหุ้นแบงก์ที่นักลงทุนสาย VI ชอบเก็บไว้ยาวๆ เพราะเป็นธนาคารที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งด้านฐานทุน และพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้เศรษฐกิจไทยโตไม่แรง แต่กำไรของ BBL ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5 ปีติด โดยเฉพาะช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นที่ผ่านมา ช่วยให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ขยายตัวได้ดี แถมยังมีการตั้งสำรองที่แข็งแกร่งมากๆ มาโดยตลอด ซึ่งการเติบโตของกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ดี บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ปัจจุบันราคาหุ้นของ BBL ยัง Laggard จากธนาคารใหญ่รายอื่น และซื้อขายด้วย P/BV ปี 2569 ต่ำเพียง 0.5 เท่า และมี Upside 20.6% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2569 เดิมที่ 196 บาท และคาดให้เงินปันผลหุ้นละ 9.2 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.7% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
มาต่อกันที่หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มขวัญใจมหาชนอย่าง หุ้น ICHI หรือ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ของคุณตัน ภาสกรนที ธุรกิจหลักๆ คือผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม เครื่องดื่มสมุนไพร และหลังๆ เริ่มรุกตลาดที่ไม่ใช่ชามากขึ้น รวมถึงรับจ้างผลิตด้วย
หลายคนอาจจำภาพ ICHI ในยุคสงครามชาเขียวเดือดเมื่อหลายปีก่อนได้ แต่หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจและเน้นบริหารต้นทุนจริงจัง วันนี้ ICHI กลายเป็นหนึ่งในหุ้นเครื่องดื่มที่กำไรโตสม่ำเสมอที่สุดตัวหนึ่งของตลาด ซึ่งตัวเลขกำไรย้อนหลัง 5 ปีเติบโตต่อเนื่องทุกปี
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ระบุว่า หุ้น ICHI ยังน่าสนใจ และคาดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.5% มองความคุ้มค่าของการลงทุน (Risk/Reward) น่าสนใจ และประเมินกำไรปี 2570 จะเติบโต 17% จากแนวโน้มเอลนีโญยังมีผลต่อเนื่อง และต้นทุนที่ผ่อนคลายขึ้น ซึ่งให้น้ำหนักรอบที่ดีของธุรกิจจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แนะนำ “ซื้อ” จากราคาเป้าหมาย 15.50 บาท อิง P/E 16 เท่า
กลับมาที่กลุ่มแบงก์อีกตัวอย่างหุ้น KTB หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นธนาคารที่กำไรเติบโตโดดเด่นที่สุด จากการปรับตัวด้านดิจิทัลและการคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
ซึ่งมีฐานลูกค้าทั้งรายย่อย SME ลูกค้าภาครัฐ และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง “เป๋าตัง” ที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินไทยและมีฐานข้อมูลคนไทยอยู่ในมือมหาศาล
สิ่งที่ทำให้กำไรโตต่อเนื่อง 5 ปีติดต่อกันนี้ คือการขยายรายได้จากดอกเบี้ย การตั้งสำรองที่เริ่มลดลง รวมถึงรายได้จากธุรกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
ล่าสุด บล.กสิกรไทย ถึงกับยกให้หุ้น KTB เป็น “แหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ให้ผลตอบแทนสูงถึง 17%” ซึ่งแบ่งเป็นโอกาสจากการปรับขึ้นของราคาหุ้น 9% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 8%
โดยความปลอดภัยของการลงทุนนี้มาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง มีการตั้งสำรองในระดับสูง สะท้อนจากอัตราสำรองต่อหนี้สูญที่สูงถึง 200% รวมถึงมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงและรักษาการเติบโตของกำไรได้อย่างมั่นคง โดยแนะนำ "ซื้อ" หุ้น KTB ด้วยราคาเป้าหมาย 36.00 บาท
เมื่อมี KTB แล้วจะขาดลูกรักอย่างหุ้น KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ไปได้ยังไง เพราะนี่คือผู้นำตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีกฎเกณฑ์แบงก์ชาติเรื่องการคุมเพดานดอกเบี้ย หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงกดดัน
แต่ KTC ก็โชว์ประสิทธิภาพด้วยการคุมหนี้เสีย (NPL) ได้ต่ำมาตลอด และเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ทำให้กำไรยังเดินหน้าบวกได้ทุกปี
โดย บล.บัวหลวง ระบุว่า ปี 2569 นี้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะพุ่งแตะระดับ 8.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ซึ่งถือเป็นการทำสถิติใหม่สูงสุด จากพอร์ตสินเชื่อขยายตัว และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ขณะที่ราคาหุ้นยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไร คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปี 2569 สูงถึง 17.6% แถมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 สูงถึง 6.5% จึงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 36 บาท
ปิดท้ายกันด้วยหุ้นสุดฮอตแห่งกลุ่มการศึกษาอย่างหุ้น SISB หรือ บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์" ถือว่าโตแรงของแท้ เพราะธุรกิจโรงเรียนนานาชาติมีจุดเด่นคือ รายได้ค่อนข้างแน่นอน เก็บค่าเทอมล่วงหน้า และพ่อแม่ยุคใหม่ยอมทุ่มเทไม่อั้นเพื่อการศึกษาของลูก
โดยที่ผ่านมา SISB ขยายแคมปัสใหม่ๆ และเพิ่มจำนวนนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้กำไรเติบโตระดับก้าวกระโดด
งบการเงินดีแบบนี้ บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 15 บาท เนื่องจากมองเป็นหุ้น Defensive ที่น่าสนใจจากคาดกำไรยังเติบโตได้จากแรงหนุนฐานจำนวนนักเรียนและการเลื่อนชั้นเรียน และมี Operating leverage จากโครงสร้างส่วนใหญ่ 70%-80% เป็นต้นทุนคงที่ รวมถึงคาดมีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาสู่ตลาดระดับกลางด้วย
และนี่ก็คือ 5 หุ้นใหญ่ไซส์ SET100 ที่สามารถเสกกำไรให้เติบโตได้ติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อน แต่ขอเตือนกันไว้ว่า ข้อมูลในอดีตที่ว่าดี ไม่ได้การันตีอนาคตเสมอไป ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าลืมไปเจาะดูแผนธุรกิจข้างหน้าและ Valuation ปัจจุบันกันให้ชัวร์ก่อนควักกระเป๋าซื้อกันด้วย
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้