
ผลสำรวจพบว่า 99.7% ของภาคเอกชนมองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ซึ่งสำรวจตัวอย่างผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 ราย ทั่วประเทศ ในวันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.69 ว่า คอร์รัปชันยังคงเป็นวิกฤติเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยอย่างรุนแรง โดยผู้ตอบมากถึง 99.7% บอกว่า คอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ นอกจากนี้ 51.2% ระบุแนวโน้มคอร์รัปชันปัจจุบันเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแย่ลงมาก อีก 48.5% เท่าเดิม และ 0.3% ดีขึ้น
ขณะที่เมื่อถามว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การขอใบอนุญาต หรืออนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐครั้งล่าสุด มีการสื่อหรือบอกเป็นนัยว่าต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือรวดเร็วขึ้นหรือไม่นั้น มากถึง 52.8% ตอบมี อีก 39.1% ไม่เคย และ 8.1% เกิดขึ้นเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ 54.1% ไม่เคยให้ แต่อีก 45.9% เคย โดยจ่ายเป็นเงินสดมากที่สุด ตามด้วยของขวัญ/เลี้ยงรับรอง, บริจาค/สปอนเซอร์, จ้างผู้รับเหมาช่วง/ที่ปรึกษา
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ ยังบอกอีกว่า การประกวดราคาของหน่วยงานราชการครั้งล่าสุด มีการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่า “ช่วยให้ชนะได้” และยังได้รับการบอกใบ้ว่าควรใช้ตัวกลาง หรือที่ปรึกษารายใดเพื่อให้ชนะ
“เอกชนที่จ่ายเงินเพิ่มพิเศษเพื่อให้ได้สัญญา จ่ายสูงสุดถึง 26-30% ของวงเงินงบประมาณ และต่ำสุด 1-5% แต่ช่วงที่ส่วนใหญ่จ่ายอยู่ที่ 6-15% สาเหตุที่ต้องจ่ายเพราะขั้นตอนการติดต่อราชการซับซ้อน, กฎหมาย/ระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป, แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ, ตัดหน้าคู่แข่ง, ถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับ/ประวิงเวลา และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อกันมา ที่น่าตกใจคือ เมื่อพบการเรียกรับผลประโยชน์แล้ว มากถึง 56.5% ไม่กล้าร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ ของรัฐ เพราะไม่มั่นใจ เกรงกลัวความปลอดภัย รวมถึงกลัวไม่ได้งาน”
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อถามต่อว่าในรอบ 1 ที่มีการติดต่อหน่วยงานภาครัฐนั้น ธุรกิจจ่ายเงินให้หน่วยงานรัฐครั้งละเท่าไร พบว่า 10 อันดับแรก ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ จ่ายครั้งละ 102,160 บาท อันดับ 2 กรมเจ้าท่า 100,000 บาท, อันดับ 3 กรมสรรพสามิต 94,667 บาท, อันดับ 4 กรมสรรพากร 89,498 บาท, อันดับ 5 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 88,750 บาท
อันดับ 6 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บริการสาธารณสุข 74,643 บาท, อันดับ 7 กรมทางหลวง 70,167 บาท, อันดับ 8 กรมโยธาธิการและผังเมือง 70,000 บาท, อันดับ 9 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 68,000 บาท และสุดท้าย กรมป่าไม้ 67,500 บาท
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า หน่วยงานรัฐ 10 อันดับแรก ที่ภาคเอกชนติดต่องานในรอบ 1 ปี และเสนอให้สิ่งตอบแทนมากที่สุด อันดับ 1 ตำรวจทางหลวง/จราจร, อันดับ 2 กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล), อันดับ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล, อันดับ 4 กรมเจ้าท่า, อันดับ 5 กรมทางหลวง, อันดับ 6 กรมโยธาธิการและผังเมือง, อันดับ 7 ตำรวจท้องที่, อันดับ 8 กรมทรัพย์สินทางปัญญา, อันดับ 9 กรมสรรพากร และอันดับ 10 กรมการขนส่งทางบก
ส่วนนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงานฯ และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันที่ 15 พ.ค.นี้ คณะทำงานฯ จะประชุมหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ซึ่งเตรียมข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่อยากให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเร่งด่วนไว้แล้ว หากภาครัฐไม่ร่วมกับภาคเอกชนแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ขณะที่ภาคสังคม และประชาชนมองว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องปกติ ทนได้ ไทยถึงจุดที่ล่มสลายทางเศรษฐกิจได้ง่าย
ขณะที่นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า อยากเห็นผู้บริหารสูงสุดองค์กร เช่น อธิบดี เลขา หรือผู้อำนวยการสำนักงาน ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ควรละอายแก่ใจบ้าง ที่ปล่อยการเรียกรับสินบน การทุจริตเกิดในหน่วยงาน และหน่วยตรวจสอบต่างๆ เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ต้องพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานเหล่านี้อย่างเข้มข้น ถ้าเราไม่ทำ จะทำให้ประเทศไทยตกต่ำไปเรื่อยๆ
ขณะที่นายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่น เป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ การลงทุน ความสามารถแข่งขัน และยังผลักไปที่ราคาสินค้าและบริการของภาคประชาชนด้วย จากการศึกษาในประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่า การแก้ปัญหาทุจริต รับสินบนอย่างจริงจัง ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการ ถูกลงมากพอสมควร บางประเทศถูกลงถึง 20-30%