ราคาสินค้าขึ้นแน่–ดอกเบี้ยยังไม่ขึ้น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ราคาสินค้าขึ้นแน่–ดอกเบี้ยยังไม่ขึ้น

Date Time: 28 เม.ย. 2569 04:30 น.

Summary

ตั้งแต่เดือนหน้าไปจนถึงเดือน ก.ค. เราจะเห็น “ผลกระทบ” จากราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องมีผลต่อ “ราคาสินค้า” ในประเทศของไทยที่ชัดเจนขึ้น สินค้ายี่ห้อเดิมๆที่เราใช้ อาจจะขอปรับราคาขึ้นตามทุนที่สูงขึ้น ขณะที่นโยบายของรัฐบาลจะเน้นให้มีสินค้าจำเป็น “ไม่ขาดแคลน” มากกว่าที่จะกดราคาเอาไว้ในระดับต่ำที่สุด

Latest

ยานยนต์ไทยไม่เคยหยุดนิ่ง

สัปดาห์ที่ผ่านมา “มิสเตอร์พี” ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารธุรกิจหลายแห่ง ทำให้สรุปได้ว่าเศรษฐกิจไทยวันนี้เข้าสู่ “วิกฤติ” แล้ว ไม่ว่าสงครามอิหร่านจะจบลงในเดือนนี้หรือยืดเยื้อไปอีก 1–2 เดือน

และตั้งแต่เดือนหน้าไปจนถึงเดือน ก.ค. เราจะเห็น “ผลกระทบ” จากราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องมีผลต่อ “ราคาสินค้า” ในประเทศของไทยที่ชัดเจนขึ้น สินค้ายี่ห้อเดิมๆที่เราใช้ อาจจะขอปรับราคาขึ้นตามทุนที่สูงขึ้น ขณะที่นโยบายของรัฐบาลจะเน้นให้มีสินค้าจำเป็น “ไม่ขาดแคลน” มากกว่าที่จะกดราคาเอาไว้ในระดับต่ำที่สุด

แต่ในกรณีสินค้าควบคุม รัฐจะกำหนดราคาขายตามต้นทุนและให้ขึ้นราคาตามจริง รวมทั้งจะมีโครงการนำ “สินค้าคุณภาพใช้ได้ในราคาเป็นธรรม” ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” กระจายไปขายให้ถึงทุกอำเภอทั่วประเทศ

แต่คนที่ซื้อสินค้าจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” อาจจะไม่ได้สินค้าเกรด A ในราคาต่ำหรือราคาเดิมก่อนหน้านี้อีกแล้ว แต่สินค้าที่นำมาขายจะเป็นแบรนด์รองๆลงมา หรือเฮาส์แบรนด์ของห้างร้านนั้นๆที่คัดแล้วว่ามีคุณภาพพอใช้ได้ดี ในราคาที่พอซื้อไหว เพื่อให้คนยังสามารถซื้อของใช้จำเป็น เช่น น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำตาล ทิชชู ฯลฯ ได้

เมื่อสัญญาณส่งมาชัดเจนว่าราคาพลังงาน น้ำมัน ก๊าซ จะแพงต่อไปอีกระยะ ค่าไฟฟ้าจะปรับขึ้นราคาในเดือนนี้เดือนหน้า ราคาสินค้าหลายๆตัวกำลังขอปรับราคาขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะมีโครงการออกมาช่วยเหลือบรรเทาค่าใช้จ่าย และเพิ่มเงินในกระเป๋าชั่วคราว แต่ก็คงช่วยได้ไม่มาก และช่วยนานไม่ได้

คำพระว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คนอย่างเราๆที่มี “รายได้” เท่าเดิม ก็คงต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ใครเข้าใจและปรับตัวได้ก่อน ก็น่าจะ “เอาตัวรอด” ได้ก่อน ในสถานการณ์วันนี้ คนที่เคยกินกาแฟแก้วละหลายร้อย ใช้สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอางเบอร์ต้นๆ ทานข้าวในห้างทุกวัน เที่ยวต่างจังหวัดเดือนละหลายครั้ง อาจจะต้องปรับลดการใช้ชีวิตลงมาติดดินชั่วคราวเพื่อจะได้มีเงินเหลือสำหรับราคาพลังงาน ค่าเดินทาง และอื่นๆที่แพงขึ้นได้

ทั้งนี้ อีกสิ่งที่คนกังวลมากในขณะนี้ คือ “หนี้สิน” ซึ่งวันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายว่าจะไปในทิศทางใด หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มจะสูงขึ้นตามราคาพลังงาน อาหาร และราคาสินค้า แต่เท่าที่เห็นสัญญาณจากแบงก์ชาติและแบงก์พาณิชย์ออกมาตรงกันว่า ในปีนี้แนวโน้มดอกเบี้ยไทยน่าจะไม่มีการปรับขึ้นง่ายๆ ทั้งดอกเบี้ยนโยบาย และดอกเบี้ยเงินกู้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ระยะต่อไปไม่มีใครรู้ แต่ไม่ว่าดอกเบี้ยจะกลับทิศมาเป็นขาขึ้นหรือไม่ กูรูเตือนว่า ถ้ายังไหวขอให้ส่งหนี้สินต่อไป อย่าหยุดให้เป็นดินพอกหางหมู แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆให้ไปคุยกับเจ้าหนี้เพื่อลดดอก ลดต้น พักหนี้ ดีกว่าจะหนีหายไปเฉยๆ เพราะดอกเบี้ย และคดีความมันไม่หยุดตามไปด้วย

สุดท้ายจริงๆไม่ได้ตบหัวแล้วลูบหลัง แต่ “วิกฤติพลังงาน” ในครั้งนี้ แม้เราจะต้องเข้าสู่โหมด “ยากลำบาก” แต่เชื่อว่าคนไทยปรับตัวเก่งและอยู่รอดได้ดีกว่าหลายประเทศ ที่อาจจะขาดทั้งพลังงาน และไม่มีความมั่นคงทางอาหารเหมือนไทยแลนด์.

มิสเตอร์พี

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ