คนละครึ่ง ย้ำผู้ที่ได้รับสิทธิ์ รีบใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท ภายใน 14 วัน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คนละครึ่ง ย้ำผู้ที่ได้รับสิทธิ์ รีบใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท ภายใน 14 วัน

Date Time: 3 พ.ย. 2563 06:00 น.

Video

วิธีคิดแบบ Dyson ทำยังไง ให้บริษัทไปได้ไกลกว่าขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ? | Digital Frontiers EP.57

Summary

เตือนผู้ที่ลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" แล้วได้รับ SMS แจ้งยืนยันสิทธิ์ รีบไปใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท ภายใน 14 วัน เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์

Latest


เตือนผู้ที่ลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" แล้วได้รับ SMS แจ้งยืนยันสิทธิ์ รีบไปใช้จ่ายเงินสูงสุดวันละ 150 บาท ภายใน 14 วัน เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ์

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากโครงการคนละครึ่งได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายมา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00 น. จำนวนยอดใช้จ่ายสะสม 4,188.30 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 2,139.93 ล้านบาท และรัฐช่วยจ่ายอีก 2,048.37 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 225 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ทั้งนี้มีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 4.7 แสนร้านค้า

ทั้งนี้ ย้ำว่าประชาชนที่ลงทะเบียนก่อนวันที่ 23 ตุลาคม 2563 และได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้วขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" รวมทั้งยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย ซึ่งขั้นตอนการยืนยันตัวตนสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองโดยง่าย และจะต้องมีการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563 โดยเมื่อท่านเติมเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ตามต้องการเข้าไปในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการร้านค้าที่มีแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ที่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 หากไม่ใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์ ท่านจะถูกตัดสิทธิ์ และไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อีก

ทางด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้มีการลงพื้นที่สำรวจการดำเนินโครงการคนละครึ่งในจังหวัดภูเก็ต พบว่า มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการได้สำเร็จ หรือมีการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังไม่ได้ เนื่องจากจำรหัสเข้าใช้งานไม่ได้ หรือสแกนหน้าไม่สำเร็จ จึงทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวมารอเข้าคิวยืนยันตัวตนที่สาขาเป็นจำนวนมาก และระบบของธนาคารได้ตรวจสอบพบว่ามีการรอคิวจำนวนมากของประชาชนในบางพื้นที่ เช่น สาขาในจังหวัดขอนแก่น ชัยนาท นครราชสีมา อีกด้วย

ดังนั้น ธนาคารกรุงไทย จึงได้เร่งดำเนินการเพิ่มเครื่องยืนยันตัวตนกว่า 1,000 เครื่อง ใน 200 สาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะสาขาที่ระบบตรวจพบว่ามีการรอคิวของประชาชนเป็นจำนวนมาก ตลอดจนเพิ่มจำนวนพนักงานอีกร้อยละ 20 ในแต่ละสาขา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ทันท่วงที ป้องกันการถูกตัดสิทธิ์ ตลอดจนแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังอีกด้วย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ