หัวหิน...ได้ชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่คลาสสิกและโรแมนติกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อจำได้ว่า ไปหัวหิน...ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนนั้นคุณปู่กับคุณย่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาวพานั่งรถไฟจากศาลาน้ำร้อน หรือสถานีธนบุรี ออกแต่เช้า ไปถึงหัวหินบ่ายแก่ๆทันดูพระอาทิตย์ตกพอดีแต่เดี๋ยวนี้ ไปหัวหินแค่ขับรถไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสกลิ่นไอทะเล เสียงคลื่น และคอนโดที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ดตลอดแนวชายหาด แถมระหว่างทางที่เคยเป็นทุ่งนาโล่งๆ วันนี้ ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้าง เมืองประดิษฐ์ที่จำลองมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะแถบยุโรป ทั้ง เวเนเชียน ซานโตรินี และอีกสารพัดทั้งฟาร์มแกะ ฟาร์มอูฐ สารพัดแต่คราวนี้...เป้าหมายของเราคือ ทะเล เพราะเวลานี้ ต้องการวิตามิน Sea แบบสุดๆ ยิ่งเมื่อ บริษัทบัตรกรุงไทย หรือเคทีซี...จัดทริปเล็กๆ พาไปสัมผัสหัวหินในมุมใหม่ ก็ได้เวลาต้องไปเช็กอิน...ฟินกันละ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯตอนสายๆ เข้าเขตเพชรบุรีใกล้เที่ยง แน่นอนผ่านมาแล้วไม่แวะชิมอาหารไทยรสเลิศ ร้าน “บ้านป้าหยัน”ที่ประดาเว็บเพจ บล็อกเกอร์ รีวิวไว้เยอะ โดยเฉพาะคนพื้นถิ่นเมืองเพชร ที่บอกว่า ต้องมาสักครั้ง แล้วจะรู้ว่า รสมือแม่ครัวเมืองเพชร...เด็ดขนาดไหนร้านอยู่ลึกลับไปนิด แต่พอเดินเข้าไป โอ้ว...!! สวยงามอลังการ ด้วยบรรยากาศบ้านขุนนางสมัยก่อน มีตู้โชว์ของโบราณ สลับกับต้นไม้ใบหญ้าจำลอง แฝงกลิ่นอายร่วมสมัยเล็กๆให้ไม่ดูเชย แค่เดินชมกับแชะรูปในร้าน ยังไม่ได้ชิมอาหาร ก็ฟินแล้วอาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยเน้นรสชาติจัดจ้าน ถึงเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกกุ้งสด หมูฮ้อง ห่อหมก ปลากะพงทอด แกงปูใบชะพลู งานนี้...ลองทุกเมนู ทุกคนในทริปสรุปตรงกันว่า...อร่อยล้ำ นำ อร่อยเลิศของคุณหรีดไปนิดนึง...ล้างปากด้วยของหวานแบบไทยๆ ทั้งลอดช่องสิงคโปร์และขนมต้มอ้อ!! ไฮไลต์อีกอย่างของร้านนี้ คือ เขาปลูกผักเอง มั่นใจได้ว่าสด สะอาด ปราศจากสารพิษ แถมยังมีแปลงผักเป็น Showcase ให้เรียนรู้การปลูกผักแบบพอเพียงด้วย อิ่มหมีพีมัน...จนพุงจิแตกกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อ จุดหมายของเราวันนี้ คือ กุณดาลา บีช รีสอร์ท ที่ว่ากันว่าเป็นที่พักสุดชิก...ในโซนเขาตะเกียบ ตอนนี้เลยทีเดียวถึง กุณดาลา บีช รีสอร์ท บ่ายๆ ที่นี่...เป็นรีสอร์ตสไตล์บูทีคขนาดกะทัดรัด แค่ 14 ห้อง เพิ่งเปิดได้ 5 เดือน คนเริ่มรู้จักทยอยมาพักเรื่อยๆ แต่ยังไม่มากนัก เลยได้อารมณ์แบบชิลๆ โคซี่ๆ สำหรับคนรักสันโดษและชอบความสงบ ที่นี่...ตอบโจทย์ได้แบบถูกทุกข้อเลยละ...และด้วยความเป็นรีสอร์ตเล็กๆ คนไม่มาก พนักงานจึงสามารถดูแลแขกที่มาพักได้อย่างใกล้ชิด ทั่วถึง เรียกว่าประทับใจกันตั้งแต่เช็กอิน จนส่งเข้าห้องหลังเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักแล้ว ยังพอมีเวลา เลยเดินสำรวจรอบๆ รีสอร์ต สูดไอทะเล รับวิตามิน Sea แบบเต็มๆ เลยได้เห็นว่าที่นี่...เขาออกแบบในธีมท้องทะเล มีลวดลายฝูงปลาริมผนังทางเดิน และปะการัง และทำเพดานโค้งนิดๆเหมือนท้องปลาวาฬ แต่ไฮไลต์ของที่นี่เห็นจะเป็นตู้อควาเรียมจำลองใต้สระน้ำ ซึ่งเจ้าของ คุณสิทธิสรรพ์ สุนทรเวช ซึ่งเป็นนักดำน้ำเป็นคนคิดธีมและออกแบบ จากแรงบันดาลใจที่เดินทางไปดำน้ำมาแล้วเกือบทั่วโลกแค่อควาเรียมเก๋ๆก็ว้าว!! แล้ว พอเข้าห้องยังได้แช่น้ำในอ่างจากุซซีแบบส่วนตั๊ว...ส่วนตัว น้ำอุ่นๆกับแรงดันที่พอดี ช่วยคลายความเมื่อยล้าได้ดีทีเดียว มื้อเย็นวันนี้ เจ้าภาพเคทีซี...พาไปทานอาหารอิตาเลียน ที่ออกตัวว่า เป็น Local Italian Food ที่ร้าน Laciana by the sea ในซอยหัวหิน ซอย 3 แม้จะออกตัวว่าเป็นอาหาร Local แต่รสชาติบอกเลยว่าไม่น่าใช่ ทั้งพิซซ่าเตาถ่าน สปาเกตตี รวมทะเลย่าง ผักโขมอบชีส.... อร่อยไปหมด เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆที่มีหลอดยาวสีสดเป็นเอกลักษณ์ของร้านตอนแรก...หลายคนบ่นว่าอิ่มๆ แต่อาหารเกลี้ยงทุกจาน แปลว่าไรไม่ทราบ...กลับถึงโรงแรม นั่งแช่เท้าในน้ำอุ่นจัดๆในสระน้ำร้อนของโรงแรมซึ่งตั้งอุณหภูมิไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนเข้านอน คืนนั้น...จึงหลับเป็นตายถึงเช้า...รับอรุณริมทะเล ด้วยอาหารเช้าหน้าตาดี ทั้งแบบคอนติเนนตัลและอาหารไทย จากนั้นก็ขับรถเลาะถนนเพชรเกษมไปเก็บภาพสวยๆ แถวปราณบุรี ก่อนปิดท้ายมื้อเที่ยงกันที่ ร้านอุดมโภชนา ร้านเก่าแก่ ที่มีเมนูอาหารอร่อยๆอย่าง เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ที่เนื้อปูมาแบบชิ้นใหญ่สะใจ หอยเชลล์ผัดฉ่า หอยตัวโตเต็มปากเต็มคำ ปลาหมึกแดดเดียว ร้านนี้การันตีวัตถุดิบทุกเมนูสดๆจัดเต็ม จัดใหญ่ บริการสุดประทับใจขากลับแวะซื้อขนมหม้อแกงเมืองเพชรพ่วงด้วยขนมบ้าบิ่น ชื่อโหดๆ แต่อร่อยกลับมาฝากคนที่บ้านให้ได้ลิ้มลองกันจนอิ่มหนำสำราญใจ หมดไปอีกสองวันหนึ่งคืน...หัวหิน...ไปกี่ครั้งก็ยังฟิน!!!!!