อึดอัดหาวเรอมานานนับปีสำหรับนักเดินทาง เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เบาบางลง คงต้องชดเชยด้วยทริปพิเศษแห่งปี ทริปที่จะให้รางวัลชีวิตไปเติมพลังบวกที่สุดพิเศษคือ “ภูฏาน” ประเทศในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ที่ตั้งอยู่กลางเทือกเขาหิมาลัย ที่ทำให้เราได้สัมผัสวัฒนธรรม อารยธรรม สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม วันนี้ ภูฏาน พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยไม่มี ข้อจำกัดและเงื่อนไข ภายใต้สโลแกน “Believe” สโลแกนใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่ออนาคต ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงของเส้นทางที่ทุกคนจะได้สัมผัส หลังจากได้ใช้ช่วงเวลาระหว่างปิดประเทศจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปรับปรุงคุณภาพถนน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ซ่อมแซมและปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะ รวมทั้งอบรมเพิ่มทักษะผู้ให้บริการทุกคนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพของการ บริการให้ดียิ่งขึ้นการไปสัมผัส มนต์เสน่ห์อันสวย งามของภูฏาน สำหรับนักท่องเที่ยวไทยนั้น แสนสะดวกสบาย เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นหลักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ต้องการเดินทางไปยังประเทศภูฏาน โดยสามารถบินตรง ไทย-ภูฏาน ไปกับ 2 สายการบิน คือ ดรุกแอร์ (Druk air) และภูฏานแอร์ (Bhutan Airlines) ในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงเศษ ภาพการท่องเที่ยวที่ภูฏานไม่ได้มีเฉพาะการ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่ยังตอบโจทย์การพักผ่อนแบบลักชัวรี ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาหารสุดอร่อย และผ่อนคลายไปกับสปาและ เวลเนส ที่ขึ้นชื่ออย่าง hot stone bath และ ที่สำคัญได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติในระดับห้าดาว เช่น โรงแรม Six Senses Bhutan ที่มีถึง 5 แห่งในเมืองสำคัญๆของภูฏาน โดยแต่ละแห่งมีคอนเซปต์ที่แตกต่างกัน อย่างที่กรุงทิมพู (Thimphu) เมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร Six Senses Thimphu ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขา เปรียบเหมือน The Palace in the Sky ที่ความงดงามของสถานที่และทิวทัศน์ สร้างจินตนาการเหมือนอยู่บนสวรรค์ เหมาะที่จะมารับพลังบวกที่แสนบริสุทธิ์หรือมาหย่อนกายพักในแคมป์สวยในหุบเขาที่ The Tigers Nest Camp ที่เมืองพาโร (Paro) ชมความงดงามของภูเขา หลังจากปีนเขาขึ้นไปสักการะ “วัดทักซัง” หรือ “วัดถ้ำเสือ” (Tiger’s Nest Monastery/Taktsang Monastery) วัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูฏาน หนึ่งในสถานที่ที่ต้องไปเยือน ปัจจุบันประเทศภูฏานได้ประกาศเพิ่มค่าธรรมเนียม เพื่อการสนับสนุนการพัฒนา ที่ยั่งยืน (SDF) ที่นักท่องเที่ยวต้องจ่ายนอกจากค่าวีซ่า จากเดิม 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อคนต่อคืน โดยเม็ดเงินนี้นอกจากจะนำมาช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นมรดกของโลกแล้ว ยังสนับสนุนการอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตแบบเดิมของภูฏาน ให้เป็นดินแดนแห่งความสุขบนเทือกเขาหิมาลัย ที่เราจะหาจากที่ไหนไม่ได้ในโลก ซึ่งทำให้ “ภูฏาน” เป็นประเทศที่ควรไปสัมผัสครั้งหนึ่งในชีวิต. กิจกรรมอื่นๆ ที่แนะนำจาก KlookKlook.com (function (d, sc, u) { var s = d.createElement(sc), p = d.getElementsByTagName(sc)[0]; s.type = "text/javascript"; s.async = true; s.src = u; p.parentNode.insertBefore(s, p); })( document, "script", "https://affiliate.klook.com/widget/fetch-iframe-init.js" );