ข่าว
100 year

เที่ยวตามตะวัน : เลาะเลียบ...หิมาลัย ไปจิบชา..ที่ "ดาร์จีลิ่ง"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ม.ค. 2563 05:03 น.
SHARE

ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของโลก สำหรับ ดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) เมืองที่คนอังกฤษสร้างให้เป็นเมืองตากอากาศบนยอดเขาสูงของอินเดีย

เสน่ห์ของ ดาร์จีลิ่ง นอกจากอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ยกเว้นฤดูหนาวที่บางครั้งอาจมีหิมะตกและอุณหภูมิต่ำถึง 0 องศาแล้ว ยังเป็นเมืองที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของเมือง รวมถึงยอดเขาคันเชนจังก้าที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวตลอดทั้งปี ในช่วงที่อังกฤษปกครองอินเดีย และกัลกัตตาเป็นเมืองหลวง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนมาก คนอังกฤษจะหนีมาพักร้อนที่ดาร์จีลิ่ง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการปลูกชา ที่เป็นรสนิยมของคนอังกฤษที่นี่

การปลูกชาในดาร์จีลิ่งเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.1841 โดย อาร์ชิบาลด์ แคมป์เบล ซึ่งเดินทางจากกาฐมาณฑุ โดยนำชาสายพันธุ์จีนเข้ามาทดลองปลูกในดาร์จีลิ่งและกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูกชาในดาร์จีลิ่งที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ชาดาร์จีลิ่งมีสีทองสว่างและมีกลิ่นหอมละมุนคล้ายดอกไม้ส่งผลให้ชาดาร์จีลิ่งได้รับความนิยมจากทั่วโลก และแม้จะเป็นแหล่งปลูกชาขนาดใหญ่ แต่ทุกๆปีดาร์จีลิ่งผลิตชาจริงๆได้เพียง 1% ของผลผลิตชาทั้งหมดในอินเดีย จึงเป็นชาที่ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับชาตัวอื่นๆ

อากาศหนาวราว 4 องศาทักทายผู้มาเยือนอย่างเยือกเย็น รถจี๊ปยี่ห้อ TATA แบรนด์รถชื่อดังของอินเดีย พาพวกเราไต่เขาไปบนถนนที่ค่อนข้างจะทุลักทุเล ตลอดเส้นทางเป็นหินและหลุม คนขับต้องอาศัยความชำนาญในการหักหลบหลุม เลี้ยวโค้ง และหลบหลีกรถที่สวนมาบนทางแคบๆ

ตลอดเส้นทางนานกว่า 45 นาที ที่รถโขยกเขยกขึ้นมาบนเขา เราก็มาถึง เกลนเบิร์น (Glenburn) ไร่ชาและบูทีครีสอร์ต บนยอดเขา Hillock ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ริมฝั่งแม่น้ำ Rungeet

ความสวยงามของเกลนเบิร์น ทำให้หายเหนื่อยและหายตื่นเต้นเป็นปลิดทิ้ง ที่นี่เป็นทั้งรีสอร์ต ไร่ชา และโรงงานผลิตชาชั้นดีที่ส่งออกไปทั่วโลกมากกว่าปีละ 135,000 กิโลกรัม

Rudolph John ผู้จัดการรีสอร์ตและไร่ชา Glenburn ต้อนรับพวกเราด้วยชาหอมหวาน ผลผลิตจากเกลนเบิร์นแท้ๆ พร้อมกับเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของไร่ชาเกลนเบิร์น ว่า ไร่ชาที่นี่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1859 หรือประมาณ 161 ปีมาแล้ว เป็นหนึ่งในไร่ชากว่า 85 แห่งของเมืองดาร์จีลิ่ง เดิมเป็นบริษัทผลิตชาของสกอตแลนด์ ต่อมาถูกส่งผ่านให้กับตระกูล Prak kashes ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นตระกูลไชฮาลา (Chaihala family) หรือตระกูลของคนปลูกชานั่นเอง

เกลนเบิร์น เป็นสมบัติของตระกูลไชฮาลาต่อเนื่องกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5 เป็นทั้งโรงงานผลิตชาและรีสอร์ตสไตล์อังกฤษ ที่มีห้องพักเพียง 5 ห้อง เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์และสูดอากาศดีๆ

แม้จะมีรีสอร์ตหลายแห่งบนยอดเขาฮิลล็อก แต่สำหรับเกลนเบิร์นทั้งผู้มาเยือนและผู้มาพักต่างลงความเห็นว่า ที่นี่เป็นระเบียงแห่งสวรรค์ หรือ Corner of heaven ที่สามารถมองเห็นทั้งหิมาลัยและยอดเขาคันเชนจังก้า ด้วยวิวแบบ 360 องศา

ชาของเกลนเบิร์นมีหลายชนิด คัดแยกตามเกรดและชนิดของชา...

ชาที่เป็นสุดยอดของที่นี่ คือ Glenburn Moonshine tea หรือ ชาอาบแสงจันทร์ ที่ต้องเก็บเป็นเวลาในช่วงที่ใบชาอาบแสงจันทร์อย่างเต็มที่ ทำให้สนนราคาของชาชนิดนี้สูงถึง 800 บาทต่อ 100 gram ซึ่งหมายความว่า 1 Kg ของชาชนิดนี้ ราคาสูงถึง 8,000 บาทเลยทีเดียว

เสียดายที่ห้องพักในเกลนเบิร์นไม่เพียงพอสำหรับพวกเราทั้งคณะ เราจึงได้แค่ขึ้นมาจิบชาและชมกระบวนการผลิตใบชาที่ค่อนข้างพิถีพิถัน จึงไม่แปลกที่รสนิยมการจิบชาของคนอังกฤษจะเป็นสิ่งที่คลาสสิกมานานนับร้อยๆปี

สำหรับเราการได้มาจิบชาที่เกลนเบิร์นถือเป็นสุดยอดของการเดินทางคราวนี้ ไม่นับรวมการได้จิบชาดาร์จีลิ่ง (Darjeeling tea) ที่ได้ชื่อว่า “แชมเปญแห่งชา” เพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติอ่อนนุ่ม ชาบางชนิดมีรสหอมหวานคล้ายกับเหล้าองุ่นแบบเจือจาง ในทุกมื้ออาหารด้วย CII อินเดียซึ่งเป็นผู้จัดงาน Destination East คราวนี้ จัดให้พวกเราพักที่ โรงแรมรามาด้า โรงแรมซึ่งเพิ่งเปิดได้เพียง 8 เดือน แต่ถือว่าอยู่ในทำเลที่เหมาะสม เพราะตั้งอยู่บนถนนคานธี ย่านชอร์รัสต้า ซึ่งเป็นถนนช็อปปิ้งที่มีร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านหนังสือ และคาเฟ่เก๋ๆ เหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง ที่เดินเล่นได้ทั้งวัน และช็อปปิ้งได้แบบไม่รู้เบื่อ

โปรแกรมในดาร์จีลิ่ง นอกจากขึ้นไปชมแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ไทเกอร์ฮิลล์ ซึ่งปีนี้หมอกลงจัดมากทำให้มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากคนอินเดียเต็มพรึ่บ เราได้มีโอกาสไปเที่ยวชม War Memorial ในบริเวณบาตาเชียลูป หรือรางรถไฟที่สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับให้เป็นจุดเลี้ยวกลับสำหรับรถไฟที่มาจากสถานีดาร์จีลิ่ง โดยรางรถไฟจะวนรอบอนุสาวรีย์ War Memorial อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารหาญชาวดาร์จีลิ่งทุกคนที่ต้องเสียชีวิตจากสงครามหลายๆครั้งที่ผ่านมาในอดีต เรายังได้ไปเที่ยว วัดกูม (Ghoom Monastery) วัดทิเบตในเขตชุมชนกูม และ Darjeeling Himalayan Railway Toy Train รถไฟหัวจักรไอน้ำสายเก่าแก่ของอินเดีย

พระอาทิตย์ตื่นแต่เช้าในวันสุดท้ายก่อนโบกมืออำลาดาร์จีลิ่ง เผยให้เห็นความงดงามของหิมาลัยรอบด้าน ขณะที่หลายวันก่อนหน้านี้ สายหมอกบดบังแม่สาวน้อยหิมาลัยไว้อย่างมิดชิด

ลาก่อนดาร์จีลิ่ง...เมืองในม่านหมอกและความหนาวเหน็บ......!!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เที่ยวตามตะวันดาร์จีลิ่งชาชั้นดีชาดาร์จีลิ่งอินเดียรีสอร์ตเกลนเบิร์น

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้