ห่างออกไป 75 ไมล์ หรือ 121 กิโลเมตรทางเหนือของมหานครลอนดอน มีเมืองที่เก่าแก่เมืองหนึ่งคือ ปีเตอร์โบโรห์ (Peterborough) หัวใจของเมืองนี้คือ มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ (Peterborough Cathedral) ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม เป็นศูนย์กลางในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และเป็นที่พำนักนิรันดร์ขององค์ราชินีณ มหาวิหารแห่งนี้ แคทเธอรีนแห่งอรากอน (Catherine of Aragon หรือ Katharine of Aragon) พระราชินีพระองค์แรกของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 (Henry VIII) แห่งอังกฤษ ทรงนิทราในอาณาจักรของพระผู้ เป็นเจ้ามาตั้งแต่ ค.ศ.1536 จวบจนปัจจุบันนอกจากพระราชินีแคทเธอรีนแล้ว มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ ยัง “เคย” เป็นที่ฝังพระศพของสมเด็จพระราชินีนาถแมรี่แห่งสกอตแลนด์ (Mary, Queen of Scots) ด้วย แต่ปัจจุบันนี้พระนางมิได้ถูกฝังไว้ในที่เดิมแล้ว เป็นเพราะอะไร เดี๋ยวเราค่อยมาว่ากันนะคะ แต่ตอนนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนขอพาแฟนานุแฟนไปเที่ยวชมมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์กันก่อนแรกเริ่มเดิมที ตั้งแต่ปี ค.ศ.654 สถานที่แห่งนี้เคยเป็นเพียงสำนักสงฆ์ของชุมชนที่ก่อสร้างแบบง่ายๆด้วยไม้ ก่อนจะพัฒนามาเป็นโบสถ์ที่สร้างให้แข็งแรงขึ้นด้วยหินในยุคกลาง และกลายเป็นมหาวิหารในที่สุด เป็นมหาวิหารที่ “เคย” เป็นที่ฝังพระศพพระราชินีถึง 2 พระองค์ดังได้กล่าวมาแล้ว โดยหากจะลำดับประวัติของมหาวิหารแห่งนี้ มักจะนับเอาปีที่เริ่มการสร้างโบสถ์ คือปี ค.ศ.1118 เป็นจุดเริ่มต้น ทำให้ถือกันว่า ปีนี้ (ค.ศ.2018) เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง 900 ปีของมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ศตวรรษที่ผ่านมา นอกจากทำเลนี้จะเป็นจุดศูนย์กลางทางศาสนาแล้ว ยังขยับขยายเป็นชุมชนใหญ่ มีการสร้างบ้านช่องห้องหอ และตลาด ทำให้ย่านมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองด้วยนับตั้งแต่สร้างโบสถ์ปีเตอร์โบโรห์ขึ้น ได้มีการสร้างเพิ่ม ซ่อมแซม บูรณะกันมาเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ.1238 ได้มีการทำพิธีฉลองโบสถ์ใหม่หลังการบูรณะครั้งใหญ่ และสิ่งสำคัญของศิลปกรรมเก่าแก่ที่โดดเด่น ซึ่งยังคงเห็นอย่างไม่เปลี่ยนแปลงมาจนปัจจุบัน คือเพดานไม้ด้านบนของทางเดินตรงกลางของมหาวิหาร เป็นศิลปะเพดานไม้จากยุคกลางเพียงแห่งเดียวของศาสนสถานในอังกฤษที่ยังคงเหลืออยู่ (หรือหากนับทั้งยุโรปเอง ก็มีเพียง 4 แห่ง ที่ยังมีเพดานจากยุคกลางแบบนี้ให้เห็น) แม้ว่าเพดานแห่งนี้เคยมีการซ่อมแซมและทาสีใหม่มาแล้ว 2 ครั้ง แต่รูปแบบยังเหมือนเดิมอยู่ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่นักท่องเที่ยวจะพากันแหงนหน้ามองเพดาน หลังจากได้ชมสถาปัตยกรรมด้านนอกที่อลังการงานสร้างมาก่อนแล้ว ด้านหน้ามหาวิหารปีเตอร์โบโรห์.เมื่อเดินเข้าไปในมหาวิหาร จะเห็นทางเดินยาว ตรงกลางมีไม้กางเขนขนาดใหญ่แขวนลอยอยู่ และเมื่อเดินไปด้านข้าง จะพบจุดสำคัญที่สุดของมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ คือ ที่ฝังพระศพของแคทเธอรีนแห่งอรากอน พระราชินีผู้อาภัพของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8ที่ฝังพระศพของพระนางดูเรียบง่ายอยู่ที่พื้น หากไม่สังเกตดีๆ ก็อาจจะเดินเลยผ่านไป แต่หากมองให้ต่ำลงมาที่พื้น ก็จะเห็นป้ายตัวอักษรสีทองที่เขียนไว้ว่า แคทเธอรีน พระราชินีแห่งอังกฤษ (Katharine Queen of England) อยู่เหนือแผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สูงขึ้นมาจากพื้นเพียงเล็กน้อย และมีผลทับทิมอันเป็นสัญลักษณ์ของพระนางวางประดับไว้จากบันทึกของมหาวิหาร จารึกไว้ว่า พระศพของพระนางถูกนำมาฝังไว้ที่นี่ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม ค.ศ.1536 โดยมีความเป็นไปได้ว่า พระราชินีสิ้นพระชนม์ด้วยโรคมะเร็งอย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์จำนวนไม่น้อยเลยที่เชื่อกันว่า แคทเธอรีนแห่งอรากอนสิ้นพระชนม์เพราะถูกวางยาพิษ! พระนางแคทเธอรีนแห่งอรากอน.พระนางแคทเธอรีนประสูติมาในฐานะอินฟันตา หรือเจ้าหญิง ราชธิดาองค์สุดท้องของเฟอร์ดินานด์ กษัตริย์แห่งอรากอน (Ferdinand II of Aragon) และสมเด็จพระราชินีนาถอิซาเบลลาแห่งคาสตีล (Isabella I of Castile) ซึ่งเมื่อรวมราชอาณาจักรของพระราชบิดา และพระราชมารดาเข้าด้วยกันแล้ว ทั้งสองพระองค์ครองเมืองเกือบทั้งหมดของอาณาจักรสเปน แต่ก็ยังคงสอดส่ายพระเนตรมองหาลู่ทางขยายพระราชอำนาจอย่างไม่หยุดยั้ง และอินฟันตาแคทเธอรีนเองก็เป็น “หมาก” ตัวหนึ่งบนกระดานของราชวงศ์ นับตั้งแต่มีการหมั้นหมายเจ้าหญิงน้อยในวัยเพียง 15 ชันษา กับเจ้าชายอาเธอร์แห่งเวลส์ (Arthur, Prince of Wales) ซึ่งตอนนั้นเป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์อังกฤษในวัย 14 ชันษา และพิธีวิวาห์ก็เกิดขึ้นในอีก 1 ปีต่อมา คือใน ค.ศ.1501 แต่ในปีต่อมาพระสวามีก็สิ้นพระชนม์ ทำให้แคทเธอรีนถูกจับหมั้นต่อกับพระอนุชาของสวามีผู้ล่วงลับ คือเจ้าชายแห่งเวลส์พระองค์ใหม่ นามเฮนรี่ ซึ่งมีพระชนม์เพียง 11 ชันษา แต่ในอีกไม่ช้าต่อมา พระองค์จะกลายเป็นกษัตริย์ผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์อังกฤษ คือ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และเจ้าหญิงแคทเธอรีนกลายเป็นพระราชินีหลังการทรงพระครรภ์ถึง 7 ครั้ง แต่ได้พระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวที่อยู่รอดจนเติบใหญ่ คือ เจ้าหญิงแมรี่ ผู้ซึ่งในอนาคตจะได้เป็นสมเด็จพระราชินีนาถแมรี่แห่งอังกฤษ (Mary I, Queen of England) แล้ว ความทุกข์ระทมต่างๆก็ถาโถมมาใส่แคทเธอรีน พระสวามีจอมเจ้าชู้ของพระนางหันไปหาหญิงอื่นอย่างเปิดเผย และพยายามขับไล่ไสส่งแคทเธอรีนออกไป ทรงมีพระบัญชาให้ย้ายแคทเธอรีนจากวังหนึ่งไปสู่อีกวังหนึ่ง ปราสาทหนึ่งไปอีกปราสาทหนึ่ง ในขณะที่พระพลานามัยของพระนางทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนเมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ.1536 พระนางก็สิ้นพระชนม์ ณ ปราสาทคิมโบลตัน (Kimbolton Castle) ด้วยพระอาการคล้ายถูกวางยาพิษ แต่ก็คล้ายผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยเช่นกัน พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8.(อดีต) พระสวามีผู้ลิงโลดกับการสิ้นพระชนม์ของพระนาง ทรงมีพระบัญชาให้นำพระศพมาฝังที่โบสถ์ปีเตอร์โบโรห์ ด้วยเหตุผลที่ว่า โบสถ์ใหญ่แห่งนี้เป็นศาสนสถานเดียวที่อยู่ใกล้ปราสาทคิมโบลตัน และเป็นสถานที่ซึ่งพอจะเหมาะสมกับฐานะอดีตราชินีของพระนาง กษัตริย์เฮนรี่ที่ 8 เฉลียวฉลาดพอที่จะไม่อัญเชิญพระศพแคทเธอรีนไปฝังที่ลอนดอนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะอาจจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายทางการเมืองขึ้นมาได้ ในขณะที่พระองค์มีราชินีใหม่อยู่เคียงข้างแล้วอย่างไรก็ตาม อดีตพระสวามีก็มิได้พระทัยร้ายกับแคทเธอรีนมากนัก มีบันทึกว่า ในวันที่ฝังพระศพของพระนาง คือวันที่ 29 มกราคม ค.ศ.1536 นั้น มีการจัดขบวนแห่อย่างสมพระเกียรติ มีรถขนพระศพเทียมด้วยม้า 6 ตัวมาดึงรถ ริ้วขบวนประดับแผ่นป้ายประกาศเกียรติคุณอันงดงามด้วยสีแดงและทอง ผู้รับใช้ 50 คนแต่งชุดดำ ถือคบเพลิงตามขบวนพระศพ และเมื่อพระศพถูกอัญเชิญมาถึงโบสถ์ปีเตอร์โบโรห์ ก็มีการจุดเทียนนับพันล้อมรอบพระศพของพระนาง นับแต่นั้นมา แคทเธอรีนแห่งอรากอนก็นิทรา ณ ที่แห่งนี้มาจนปัจจุบันความต้องการหย่าขาดจากแคทเธอรีน ทำให้พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ต้องแตกหักกับวาติกัน พระองค์กลายเป็นศัตรูกับคาทอลิก และเข้าครอบครอง หรือเข้าทำลายศาสนสถานต่างๆ โบสถ์ปีเตอร์โบโรห์เองก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น เฮนรี่ที่ 8 ประกาศเข้ายึดโบสถ์ปีเตอร์โบโรห์ให้กลายเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ในปี ค.ศ.1539 ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้ามาประกอบศาสนกิจได้ แต่อย่างน้อยพระองค์ก็มิได้ทำลายโบสถ์แห่งนี้เหมือนที่อื่นๆ แต่กลับพัฒนามากขึ้น จนมีการเปลี่ยนสถานะของโบสถ์ปีเตอร์โบโรห์ เป็นมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์ หลังจากที่กษัตริย์ได้ตั้งบิชอปใหม่ ณ มหาวิหารนี้ มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์.แต่แล้วศึกศาสนาก็ลามเข้ามายังมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์จนได้ เมื่อโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ (Oliver Cromwell) ผู้พยายามเปลี่ยนอังกฤษให้เป็นสาธารณรัฐ ได้สั่งทำลายมหาวิหารแห่งนี้ใน ค.ศ.1643 ช่วงสงครามกลางเมือง ทำให้กระจกสี แท่นบูชา ห้องสมุด ฯลฯ ของมหาวิหารพินาศลงด้วยเพลิงสงคราม เช่นเดียวกับที่ฝังพระศพของแคทเธอรีนก็ถูกทำลายลงไปด้วยอย่างน่าเสียดาย แต่ผู้คนที่ศรัทธาก็สามารถรื้อฟื้น บูรณะมหาวิหารจนกลับมางามสง่าได้ในช่วงปี ค.ศ.1822-1830 แต่ที่ฝังพระศพของแคทเธอรีนยังคงถูกละเลยจนในปี ค.ศ.1895 แคทเธอรีน เคลย์ตัน (Katharine Clayton) ภริยาของนักบวชรูปหนึ่งได้เป็นตัวตั้งตัวตีในการบูรณะที่ฝังพระศพ ด้วยการรณรงค์ระดับชาติ โดยขอให้ประชาชนบริจาคเงินเพียงคนละ 1 เพนนี ในการจัดการสร้างป้ายหลุมพระศพขึ้นมาใหม่ และเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติอดีตราชินีผู้ถูกทอดทิ้ง ทุกวันที่ 29 มกราคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบที่พระศพของพระนางถูกฝัง ก็จะมีการจัดงานเพื่อรำลึกถึง คนจำนวนมากจะมาวางผลทับทิมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระนางบนหลุมฝังพระศพ ทำให้ชื่อของแคทเธอรีนแห่งอรากอนไม่เคยเลือนหายไปจากมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์และดังได้กล่าวไว้แล้วว่า นอกจากแคทเธอรีนแห่งอรากอนแล้ว ยังมีสมเด็จพระราชินีนาถอีกพระองค์หนึ่ง เคยถูกฝังไว้ที่มหาวิหารแห่งนี้ในปี ค.ศ.1587 คือ พระราชินีนาถแมรี่แห่งสกอตแลนด์ ซึ่งถูกบั่นพระเศียรตามพระบัญชาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ (Elizabeth I of England)แต่หลังจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาท ทำให้บัลลังก์อังกฤษตกไปอยู่กับพระญาติลำดับถัดไป ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 6 แห่งสกอตแลนด์ พระราชโอรสของอดีตราชินีนาถแมรี่นั่นเอง พระองค์ได้กลายเป็นพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ (James VI and I) ในปี ค.ศ.1603 แต่กว่าพระองค์จะนึกถึงพระมารดาขึ้นมาได้ ก็ปาเข้าไปปี ค.ศ.1612 ที่กษัตริย์เจมส์ทรงมีพระบัญชาให้ขุดพระศพพระมารดาไปฝังใหม่อย่างสมฐานะ ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Abbey) ภายในโบสถ์น้อยที่อยู่ตรงข้ามกับที่ฝังพระศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ผู้สั่งประหารพระนาง โถงทางเดินด้านในมหาวิหาร มองเห็นเพดานไม้ที่เป็นเอกลักษณ์จากยุคกลาง.ส่วนที่มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์นั้น ในปัจจุบัน ณ จุดที่เคยเป็นที่ฝังพระศพ ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของมหาวิหาร คนละฝั่งกับที่ฝังพระศพแคทเธอรีนแห่งอรากอนนั้น เหลือเพียงพื้นปูน และตัวอักษรสีทองเหนือพื้นว่า อดีตที่ฝังพระศพแม่รี่ พระราชินีแห่งสกอต (Former Burial Place of Mary Queen of Scots) พร้อมกับจัดแสดงพระบรมสาทิสลักษณ์และพระราชประวัติไว้ใกล้ๆมหาวิหารปีเตอร์โบโรห์จึงกลายเป็นที่บรรทมนิรันดร์ของพระราชินีเพียงพระองค์เดียว คือพระราชินีแคทเธอรีนผู้อาภัพ นับตั้งแต่ทรงพระชนม์ชีพ จนสิ้นพระชนม์ และถึงตอนนี้แฟนานุแฟนอาจจะมีคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วในเวลาต่อมา เมื่อพระราชธิดาของพระนางได้ครองบัลลังก์อังกฤษ เป็นสมเด็จพระราชินีนาถแมรี่ที่ 1 ทำไมมิทรงคำนึงถึงพระราชมารดาผู้โดดเดี่ยวที่ถูกฝังเอาไว้ห่างจากมหานครลอนดอนถึง 121 กิโลเมตรเลยหรือ ก็ต้องบอกว่า ในพระราชพินัยกรรมของแมรี่นั้น ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เมื่อใดก็ตามที่พระนางต้องไปสู่ดินแดนของพระผู้เป็นเจ้า พระนางมีพระราชประสงค์ที่จะได้ฝังร่างเคียงข้างกับพระราชมารดาของพระองค์ ที่ฝังพระศพแคทเธอรีนแห่งอรากอน.แต่พระราชพินัยกรรมนี้ก็ถูกละเลย พระศพของสมเด็จพระราชินีนาถแมรี่ที่ 1 ถูกนำไปฝังไว้ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ทำให้พระราชินีแคทเธอรีนแห่งอรากอนได้อยู่ห่างจากความวุ่นวายของลอนดอนเพียงลำพัง กับผลทับทิมอันเป็นสัญลักษณ์ในการรำลึกถึงพระนาง ณ มหาวิหารปีเตอร์โบโรห์แห่งนี้.โดย :สุภาพรรณ เปล่งมณีพันธ์ทีมงาน นิตยสารต่วย'ตูน