งบโฆษณาหลั่งไหลเข้าเฟซบุ๊ก-กูเกิล-ไลน์

ข่าว

    งบโฆษณาหลั่งไหลเข้าเฟซบุ๊ก-กูเกิล-ไลน์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      17 ต.ค. 2564 05:17 น.

      ผลสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทย พบห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อนำโด่งครองยอดขายออนไลน์ ส่วนแพลตฟอร์มโฆษณาประชาสัมพันธ์ยอดนิยม ได้แก่ เฟซบุ๊ก กูเกิล ไลน์ และอินฟลูเอนเซอร์ ขณะที่ TikTok ติดอันดับอีคอมเมิร์ซมาแรงแห่งยุค

      กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Transactions Development Agency (ETDA) หรือเอ็ตด้า ได้เปิดเผยผลสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ปี 2564 หรือ Value of e-Commerce Survey in Thailand 2021 โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าอีคอมเมิร์ซของไทยในปี 2564 จะอยู่ที่ 4.01 ล้านล้านบาท ขยายตัว 6.11% จากปี 2563 โดยระหว่างปี 2560-2564 อีคอมเมิร์ซไทยเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 9.79%

      ETDA รายงานว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ยืดเยื้อเกือบ 2 ปีเต็ม ทำให้เกิดแนวโน้มอันสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างมีนัยสำคัญใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชีวิตติดกับดิจิทัลมากขึ้น ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซโตตามไปด้วย 2.การเติบโตของแพลตฟอร์ม Ride-Hailing โดยเฉพาะการส่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค 3.การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้น 4.กลยุทธ์การส่งเสริมการขายสินค้าและบริการของแพลตฟอร์ม e-Marketplace ทั้งแคมเปญโปรโมชัน ส่วนลด จัดส่งฟรี รวมทั้งการใช้ข้อมูลลูกค้าบนแพลตฟอร์มให้เป็นประโยชน์ 5.การขยายบริการใหม่ๆ ของธุรกิจขนส่งสินค้า (Logistics) แบบครบวงจร รวมถึงบริการเกี่ยวกับคลังสินค้าและการจัดส่ง (Fulfilment)

      โดยอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งครองส่วนแบ่งมูลค่าการค้าผ่านอีคอมเมิร์ซสูงสุด นำโด่งมาโดยยอดขายจากห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ คาดว่าจะมีมูลค่า 660,000 ล้านบาท กลุ่มร้านค้าเฉพาะ 585,000 ล้านบาท และผู้ค้ารายย่อย 377,000 ล้านบาท และสินค้าที่ได้รับความนิยมสั่งซื้อออนไลน์มากที่สุด ได้แก่ เครื่องสำอางและอุปกรณ์เสริมความงาม, อัญมณีและเครื่องประดับ, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

      ส่วนแพลตฟอร์มที่ผู้ประกอบการนิยมใช้เพื่อการโฆษณา ประชาสัมพันธ์อันดับ 1 ได้แก่ เฟซบุ๊ก โดยหากแบ่งเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใช้เฟซบุ๊กเป็นอันดับ 1 รองลงมาได้แก่ กูเกิล ไลน์ ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์เป็นอันดับ 1 เช่นกัน รองลงมาเป็นกูเกิลและใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้มีอิทธิพลช่วยสนับสนุนการขายสินค้า

      ETDA ยังเปิดเผยอีคอมเมิร์ซที่มาแรงแห่งยุคนิวนอร์มอล ที่เติบโตสูงสุดคือธุรกิจซื้อขายสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์เติบโต 113% ธุรกิจบริการคอนเทนต์ออนไลน์เติบโต 10.5% แอปพลิเคชัน TikTok มีอัตราเติบโตของยอดดาวน์โหลด 44% โดยมีเวลาในการใช้งานบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น 71% จากปีก่อนหน้า.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เฟซบุ๊กกูเกิลไลน์อินฟลูเอนเซอร์TikTokโฆษณาบทความไซเบอร์เน็ต

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 13:46 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์