มหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ “โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024” กำลังจะเปิดฉากขึ้น ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม ถึง 11 สิงหาคม 2024 โดยมีประเทศฝรั่งเศสรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ เปิดบ้านต้อนรับทัพนักกีฬากว่า 10,672 คน จาก 196 ประเทศทั่วโลก ที่เดินทางมาร่วมแข่งขันใน 32 ประเภทกีฬา “คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล” ไอโอซีเมมเบอร์หญิงหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในการประชุมใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ครั้งที่ 131 ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อปี 2017 โดยมีประธานสรรหา “เจ้าฟ้าหญิงแอนน์แห่งสหราชอาณาจักร” เป็นผู้เสนอชื่อ และประธานไอโอซี “มร.โธมัส บาค” เป็นประธานที่ประชุม พาย้อนตำนานไปสู่จุดเริ่มต้นของ “โอลิมปิกเกมส์” พร้อมเผยถึงบทบาทสำคัญของไอโอซีเมมเบอร์ในการสร้างที่ยืนให้ประเทศไทยบนเวทีโลก “โอลิมปิกเกมส์” ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรกรีซโบราณ บนเทือกเขาโอลิมปัส โดยในยุคแรกเป็นการประลองของเหล่านักรบและผู้ทรงพลัง จะเน้นกีฬาประเภทกรีฑาเป็นหลัก แต่ก็มีการต่อสู้และการแข่งรถม้าบวกเข้าไปด้วย สมัยนั้นผู้เข้าแข่งขันต้องเปลือยกาย เพื่อแสดงความกำยำล่ำสัน และอนุญาตให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นทำการแข่งขันได้นับแต่นั้นมา การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกก็จัดมาอย่างต่อเนื่องกว่า 1,200 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงแข่งกันแต่ในกลุ่มกีฬาเดิมๆ ไม่ได้มีชนิดกีฬาที่มากมายสักเท่าไหร่ มีเพียง 5 ประเภทกีฬาเท่านั้นคือ วิ่ง, กระโดด, มวยปล้ำ, พุ่งแหลน และขว้างจักร กระทั่งปี ค.ศ.393 ได้มีการประกาศยกเลิกการแข่งขัน เนื่องจากพบว่า มีการว่าจ้างนักกีฬาให้ลงแข่ง หรือล้มมวยเพื่อหวังเงินรางวัล รวมทั้งมีการพนันเกิดขึ้นอีกด้วย ทำให้กีฬาโอลิมปิกโบราณถูกยกเลิกโดยปริยาย หลังจากกีฬาโอลิมปิกถูกยกเลิกไปนานกว่า 15 ศตวรรษ จนถึงปี ค.ศ.1889 การแข่งขันก็ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดย “บารอน ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง” ขุนนางชาวฝรั่งเศส ภายใต้ความร่วมมือของชาติพันธมิตรอย่าง อังกฤษ, ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา โดยงานนี้ใช้เวลานานกว่า 4 ปี เพื่อฟื้นฟูกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พร้อมจัดตั้ง “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC)” เป็นครั้งแรก ในวันที่ 23 มิถุนายน 1894 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนและฤดูหนาวสมัยใหม่“การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่” เปิดศักราชใหม่ขึ้นในวันที่ 6 เมษายน 1896 โดยประเทศแรกที่รับหน้าที่เจ้าภาพ คือ “ประเทศกรีซ” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกีฬาโอลิมปิกนั่นเองโดยการแข่งขันครั้งนี้จัดแข่งที่กรุงเอเธนส์ และมีประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 15 ประเทศนับจากวันนั้นมา “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล” ก็มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ และอยู่เบื้องหลังการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีการแข่งขันกันในทุกๆ 4 ปี และหมุนเวียนประเทศเจ้าภาพไปเรื่อยๆ ภายใต้โครงสร้างของ “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล” ประกอบไปด้วยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติของประเทศสมาชิก ร่วมกันทำหน้าที่ควบคุมคณะกรรมการโอลิมปิกของประเทศสมาชิกทั่วโลก ให้ดำเนินงานจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามหลักการและอุดมการณ์ของกีฬาโอลิมปิก โดยในปี 2020 มีคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติจำนวน 206 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้น ก็รวมถึง “คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล” ไอโอซีเมมเบอร์หญิงหนึ่งเดียวของประเทศไทย สำหรับประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากลคนปัจจุบันยังคงรั้งตำแหน่งโดย “มร.โธมัส บาค” อดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติเยอรมนี “คุณหญิงปัทมา” บอกเล่าถึงเกร็ดน่าสนใจของการจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ว่า การจุดคบเพลิงโอลิมปิกถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันโอลิมปิกสมัยใหม่ โดยก่อนเริ่มการแข่งขันจะมีพิธีอัญเชิญไฟและจุดคบเพลิงขึ้นที่วิหารเฮรา ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ตามประเพณีโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการแสดงถึงความสว่างไสว และเป็นสัญญาณประกาศให้รู้ว่าการเฉลิมฉลองกีฬาโอลิมปิกได้เกิดขึ้นแล้ว จากนั้นไฟคบเพลิงโอลิมปิกจะผ่านมือนักกีฬาโอลิมปิกประเภทต่างๆในประเทศกรีซ จนเดินทางถึงสถานที่สุดท้ายภายในสนามกีฬาพานาธิเนอิก กรุงเอเธนส์ ซึ่งนักกีฬาโอลิมปิกแห่งกรีกจะส่งไฟคบเพลิงต่อไปยังนักกีฬาโอลิมปิกของประเทศเจ้าภาพ เพื่อรับช่วงต่อในการนำคบเพลิงข้ามน้ำข้ามทะเลไปส่งมอบให้ประเทศเจ้าภาพ สำหรับปีนี้ “สไปรอส คาปราลอส” หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งกรีก รับหน้าที่ส่งต่อคบเพลิงให้ “โทนี เอสแตนเก็ต” นักพายเรือแคนูชาวฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันเป็นคณะกรรมการจัดการแข่งขัน “โอลิมปิก เกมส์ ปารีส 2024” เพื่อรับช่วงต่อนำคบเพลิงไปส่งยังประเทศเจ้าภาพฝรั่งเศส โดยเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไฟคบเพลิงโอลิมปิกได้ถูกนำขึ้นไปบนเรือสำเภาออกเดินทางจากเมืองพีเรอัส ในแคว้นอัตติกะ ประเทศกรีซ เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส มีผู้ร่วมวิ่งคบเพลิงราว 10,000 คน นำคบเพลิงโอลิมปิกวิ่งผ่านไปยังเมืองต่างๆกว่า 450 เมือง ใน 96 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของฝรั่งเศส รวมถึง 5 จังหวัดในแคว้นโพ้นทะเล ภารกิจนี้ใช้เวลารวม 69 วัน จึงไปสิ้นสุดที่แซ็ง-เดอนี ชานเมืองตอนเหนือของกรุงปารีส เพื่อเตรียมนำคบเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงปารีส วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ แม้แต่สัญลักษณ์โอลิมปิกที่เห็นจนชินตาก็มีความหมายลึกซึ้ง “คุณหญิงปัทมา” อธิบายว่า รูปห่วงวงกลมห้าห่วงคล้องกัน ซึ่งประกอบด้วยสีฟ้า, สีเหลือง, สีดำ, สีเขียว และสีแดง ตามลำดับจากซ้ายไปขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว โดยแถวด้านบนจะมีอยู่ 3 ห่วง และแถวล่างมี 2 ห่วง เป็นตัวแทนของ 5 ทวีปบนโลกใบนี้ ได้แก่ ทวีปยุโรป, ทวีปอเมริกา, ทวีปออสเตรเลีย, ทวีปแอฟริกา และทวีปเอเชีย เมื่อนำมารวมกับสีของธงที่เป็นพื้นขาว ก็จะพบว่ามีทั้งหมด 6 สี โดยความหมายของสัญลักษณ์โอลิมปิก หมายถึง ธงชาติของประเทศต่างๆ เนื่องจากธงชาติของทุกประเทศจะต้องมีสีใดสีหนึ่งอยู่ในทั้ง 6 สี และเป็นห่วงคล้องกันไว้เพื่อเป็นการแสดงถึงความปรองดองกันนั่นเองในฐานะคนไทยคนเดียวที่ถูกเสนอชื่อ และได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์จากสมาชิกกว่า 206 ประเทศ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการคณะกรรมการประเภทบุคคล (อินดิวิดวลเมมเบอร์) เกษียณอายุ 70 ปี (ต่อได้อีกจนอายุ 75 ปี จากอดีตเกษียณอายุ 80 ปี) วงการกีฬาเมืองไทยคงต้องฝากความหวังไว้กับ “คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล” บุคลากรคุณภาพด้านการกีฬาของโลก ที่เดินหน้าทำงานด้านกีฬาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเกินร้อยมาตลอดระยะเวลาหลายปี เพื่อยกระดับวงการกีฬาไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ที่สำคัญคือต้องทำให้ประเทศไทยกลับมามีที่ยืนบนเวทีโลกอีกครั้ง!!ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่