ถึงเวลาต้องเยียวยาสังคมไทยแล้วหรือยัง?! เมื่อพฤติกรรม “บูลลี่” ของเด็กไทย ติดอันดับสองของโลกรองจากญี่ปุ่น แม้ปัจจุบันจะมีการรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่ทุกรูปแบบ แต่เด็กไทยจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญกับฝันร้ายนี้ตามลำพัง!! เพื่อร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในสังคมไทยทุกมิติ “พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า” พยาบาล (สบ 5) กลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ เดินหน้าลุยปลุกปั้นเพจ “Because We Care” www.facebook.com/BWC.PGH ให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็ก, เยาวชน, สตรี และผู้ถูกกระทำความรุนแรง ภายใต้ความร่วมมือของอาสาสมัครสหวิชาชีพผู้มีประสบการณ์หลากหลายด้านจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และโรงพยาบาลตำรวจ สำนัก งานตำรวจแห่งชาติ ด้วยมุ่งหวังเป็นช่องทางสำคัญในการให้บริการประชาชนผู้เดือดร้อนอย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย และเครือข่ายทั่วประเทศปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยเข้าขั้นวิกฤติหรือยังข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตระบุว่า เมื่อปี 2563 ประเทศไทยติดอันดับสองของโลกในเรื่องพฤติกรรม “บูลลี่” เป็นรองก็แต่ญี่ปุ่น โดยบูลลี่ด้วยการใช้ตัวอักษรผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลักคำที่คนไทยใช้บูลลี่กันมากที่สุดมักเป็นเรื่องของรูปลักษณ์, เพศ และทัศนคติที่น่าตกใจคือการบูลลี่เกิดขึ้นในหมู่นักเรียนชั้นมัธยม 1-6 มากที่สุด ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำไปทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แถมส่วนใหญ่มักจะเป็นการบูลลี่จากเพื่อนนิยามของคำว่า “บูลลี่” เป็นการกลั่นแกล้งที่แสดงออกด้วยคำพูด หรือพฤติกรรมก้าวร้าวต่อผู้อื่น ซึ่งมักเกิดขึ้นในสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง และมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำๆ แต่การบูลลี่ด้วยคำพูดมีโอกาสเกิดขึ้นง่ายกว่าการกระทำ โดยส่วนใหญ่มักพบการบูลลี่ในโรงเรียน รองลงมาคือที่ทำงาน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสภาพทางจิตใจที่ร้ายแรงและก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมในอนาคต เพจ “Because We Care” ก่อตั้งขึ้น อย่างไรเพจนี้จัดทำขึ้นตั้งแต่สมัยที่ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” เป็นรัฐมนตรี พม. เราในฐานะข้าราชการตำรวจได้เข้ามาร่วมทำงานด้านสังคมด้วย และรับหน้าที่ดูแลเพจ “Because We Care” เพื่อเป็นช่องทางหลักในการช่วยเหลือเด็ก, เยาวชน, สตรี และผู้ถูกกระทำความรุนแรง นอกเหนือจากสายด่วน พม.1300 โดยเพจนี้เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่าง พม. และรพ.ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมสนับสนุน เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อ หรือพลเมืองดี ได้ติดต่อ inbox เข้ามาแจ้งเหตุ, เบาะแส หรือขอรับคำปรึกษา กรณีเป็นเหตุด่วนเหตุร้ายเพจนี้สามารถประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่นั้นๆเข้าระงับควบคุมเหตุได้ทันท่วงที เพื่อให้เหยื่อผู้ถูกกระทำอยู่ในความปลอดภัยก่อนเบื้องต้น ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก กรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องคดีความก็ปรึกษาได้ รวมถึงการขอรับคำปรึกษาปัญหาความรุนแรงต่างๆและปัญหาสภาพจิตใจ ก็มีทีมสหวิชาชีพจาก “ศูนย์พึ่งได้ รพ.ตำรวจ” คอยให้คำปรึกษาด้านการกระทำความรุนแรง ถึงแม้คดีสิ้นสุดร่างกายได้รับการรักษาแล้ว แต่สภาพจิตใจของผู้ถูกกระทำบางรายไม่สามารถรักษาให้หายไปพร้อมร่างกาย และมีหลายเคสที่มีผลกระทบด้านจิตใจ เกิดภาวะซึมเศร้าจนคิดฆ่าตัวตาย พวกเราจึงต้องดูแลเยียวยา, ให้คำปรึกษา ตลอดจนติดตามช่วยเหลือแบบครบวงจรทั้งร่างกายและจิตใจ ล่าสุด ทีมงานเพจ “Because We Care” ได้จัดทำบทเพลง “ปล่อยผ่าน (Move on Bully)” เพื่อเป็นสื่อกลางสะท้อนถึงความรู้สึกของผู้ที่ต้องตกเป็นผู้ถูกกระทำ พร้อมส่งมอบบทเพลงดังกล่าวในเวอร์ชันเด็กให้ รมว.พม. “จุติ ไกรฤกษ์” เพื่อนำไปขยายผลประชา สัมพันธ์ สร้างความตระหนักถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทางเพจยังร่วมกับ พม. และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “พลเมืองดี ไม่ bully ทุกรูปแบบ” และเร็วๆนี้จะเผยแพร่บทเพลงใหม่ “อยากจะฟัง” เพื่อส่งกำลังใจให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรง อะไรคือปัญหาส่วนใหญ่ที่เพจได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เช่น สามีทำร้ายภรรยา และพ่อแม่ทำร้ายลูก ล่าสุดมีการจัดแคมเปญรณรงค์เรื่องบูลลี่ เนื่องจากช่วงหลังๆพบว่ามีนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะระดับมัธยมต้น inbox มาปรึกษาเรื่องถูกบูลลี่ เช่น โดนบูลลี่ว่าอ้วน ซึ่งบางรายเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย พวกเราต้องปลูกจิตสำนึกในสังคมไทยว่าการบูลลี่คนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ เพราะคำพูดเปรียบเสมือนอาวุธสามารถทำร้ายคนได้ ทำให้เหมือนตายทั้งเป็นอาวุธมีคมทำร้ายร่างกายสามารถรักษาหายได้ แต่คำพูดที่ทำร้ายจิตใจจะเป็นบาดแผลใจยากเยียวยา สำหรับคนที่ถูกบูลลี่ก็ต้องให้กำลังใจด้วยการปล่อยผ่าน โดยตั้งสติให้ดี, มองเห็นคุณค่าของตัวเอง และมุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่ดีออกไป ทิ้งเรื่องร้ายๆไว้ข้างหลัง ลุกขึ้นมาต่อต้านความรุนแรงในทุกมิติ เพราะมีปมอะไรฝังใจไหมตั้งแต่เด็กๆโดนบูลลี่ตลอด โดนล้อว่าไม่สวย, ดำ, เตี้ย, ขี้เหร่ หรืออย่างช่วงที่ผ่านมาตอนเป็นรองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราอาจจะอยู่ในที่มีไฟส่องหน้า ก็อาจเป็นที่กล่าวขวัญถึงเยอะ ทำให้โดนใส่ร้ายป้ายสีในทางเสียๆหายๆ ถูกกล่าวถึงในเรื่องครอบครัวเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่นำความเสียหายมาให้ต่างๆ ขนาดเราเป็นคนเข้มแข็งยังอ่อนไหวเลย ทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรให้ใคร!! มันกลายเป็นแรงผลักดันทำให้รู้สึกว่าเราต้องทำตัวเองให้มีคุณค่ามากขึ้น และต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขขึ้น มีวิธีรับมือกับการถูกบูลลี่อย่างไรทุกครั้งที่โดนบูลลี่เราจะตั้งสติทบทวนตัวเอง อะไรคือถูกอะไรคือผิด ถ้าเราไม่ดีจริงก็พร้อมปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงและทำให้เราเสียหาย ก็ต้องปล่อยผ่านให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง สังคมจะตัดสินเองว่าใครดีใครเลวใครถูกใครผิด สุดท้ายก็ผ่านมาได้ เพราะมีคนที่เรารักและครอบครัวคอยรับฟังปัญหา จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ตรงนี้แชร์ให้คนอื่นๆที่ถูกบูลลี่ เราผ่านมาได้ด้วยการตั้งสติ, ทำตัวเองให้มีคุณค่า และทำตัวเองให้มีความสุข โดยหันไปทำสิ่งที่รักที่ชอบ แล้วจะทำให้ลืมเรื่องพวกนี้ไปได้ อย่าไปให้คุณค่ากับคนพวกนี้ คนที่ทำร้ายเราจะรู้สึกไม่ดีไปเองที่ไม่สามารถทำร้ายเราได้ กระนั้นในเรื่องจิตใจอาจปล่อยผ่านได้ แต่เรื่องกฎหมายไม่จำเป็นต้องปล่อยผ่าน เราสามารถรวบรวมหลักฐานและฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายได้ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำร้ายคนอื่นไม่ใช่เรื่องถูกต้อง อะไรคือยาวิเศษเยียวยาแผลใจจากการถูกบูลลี่การกระทำความรุนแรงอาจจะไม่หมดไปจากโลกนี้ เพียงเพราะพวกเราลุกขึ้นมารณรงค์ยุติความรุนแรงในทุกมิติ แต่อย่างน้อยความพยายามของพวกเราก็จะช่วยสะกิดใจพวกที่ชอบบูลลี่คนอื่นให้ลดละเลิกพฤติกรรมแบบนี้ ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้กำลังใจคนที่ถูกบูลลี่ให้สามารถก้าวผ่านฝันร้ายไปได้ เชื่อเถอะว่าในโลกนี้ยังมีคนอีกเยอะแยะที่รักเรา อยากให้มีความหวังและกำลังใจในการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและมีความสุข เวลาถูกทำร้ายร่างกายหาหมอรักษาแผลยังหาย แต่การโดนทำร้ายจิตใจหาหมอยังไงก็ไม่หาย คนไข้โรคซึมเศร้ามักจะเป็นเด็กและเยาวชนทั้งนั้น เด็กๆที่โดนบูลลี่ หรือกระทำความรุนแรงด้านร่างกาย บาดแผลไม่หายง่ายๆหรอกค่ะ แต่พวกเราเชื่อว่าดนตรี, กีฬา, ศิลปะ และการรับฟังด้วยหัวใจ คือยาวิเศษที่สุดในการเยียวยาบาดแผลของผู้ถูกกระทำเหล่านี้ ถ้าเราบูลลี่คนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ การพูดคำว่า “ขอโทษ” เป็นเรื่องดีงามที่สุด อย่าไปทำให้คนอื่นเจ็บช้ำน้ำใจเลยฝันอยากเห็นสังคมไทยเข้มแข็งขึ้น?อยากเห็นสังคมไทยมีความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน ใครมีโอกาสดีๆจนล้นเหลือควรแบ่งปันโอกาสให้คนอื่นบ้าง เชื่อเถอะยิ่งให้ยิ่งได้!! บางครั้งความสุขเงินก็ซื้อไม่ได้ การให้ที่ดีที่สุดคือคนให้มีความสุขและคนรับมีความสุข สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน เช่นเดียวกับเรื่องการยุติความรุนแรง ก็ไม่ใช่หน้าที่คนใดคนหนึ่ง แต่ควรเริ่มจากตัวเรา และเกิดขึ้นได้ถ้าทุกหน่วยงานร่วมแรงร่วมใจกัน โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ครอบครัวที่อบอุ่นช่วยสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งได้.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ