ถูกบดบังแสงมานาน!! เพราะภาพลักษณ์ไม่โดดเด่นเข้าตากรรมการ แต่เมื่อราชวงศ์อังกฤษต้องการกำลังเสริมด่วนจี๋ เพื่อสร้างดรีมทีมชุดใหม่เร่งฟื้นฟูอิมเมจสถาบัน หลังตกต่ำด้วยน้ำมือของ “เจ้าชายแฮร์รี่” กับ “เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์” งานนี้จึงเป็นโอกาสแจ้งเกิดอีกครั้งของม้านอกสายตา “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” พระชายาสุดเลิฟของ “เจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด” พระราชโอรสองค์สุดท้องใน “ควีนเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร” ซึ่งโดนลดบทบาทมานานข้ามทศวรรษ ด้วยความที่เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง (บิดาเป็นผู้บริหารบริษัทนำเข้ายางรถยนต์ และมารดาเป็นเลขานุการ) แถมคร่ำหวอดอยู่ในวงการประชาสัมพันธ์มาหลายปี ก่อนได้อภิเษกสมรสเข้ามาเป็นสะใภ้เล็กของวินด์เซอร์ ทำให้ “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” ทรงเจ๊าะแจ๊ะเก่ง และมีบุคลิกร่าเริงแจ่มใสเข้าถึงได้ง่ายไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหนจึงมีแต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเสมอ ระยะหลังมานี้ทรงได้รับความไว้วางใจพิเศษจาก “ควีนเอลิซาเบธที่สอง” ให้นำทีมลุยงานการกุศลและจิตอาสามากมาย รวมถึงการเป็นอาสาสมัครช่วยงานสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นทัพหน้าสู้ภัยโควิด-19 นอกจากนี้ ยังเป็นผู้แทนพระองค์ไปร่วมการประชุมใหญ่ๆมาแล้วหลายเวที โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้หญิง, เด็ก และคนพิการ จะว่าเป็นสะใภ้คนโปรดขององค์ควีนก็ไม่เชิงนัก แต่หลังได้รับไฟเขียวจากบัคกิ้งแฮม ดูเหมือนสื่อทุกสำนักของอังกฤษจะช่วยกันโปรโมต “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” กันยกใหญ่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มักเปรียบเทียบสะใภ้เล็กของวินด์เซอร์กับ “เจ้าหญิงไดอาน่าผู้ล่วงลับ” แถมยังตีข่าวยับเรื่องการใช้ความเป็นเจ้าเพื่อหาประโยชน์ทางธุรกิจเข้ากระเป๋าตัวเอง จนมีอยู่ช่วงหนึ่งถูกสั่งห้ามทำธุรกิจทุกประเภท หลัง “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” โดนสื่อเปิดโปงเทปลับกำลังเจรจาต่อรองธุรกิจกับชีคอาหรับโดยแอบอ้างราชวงศ์ กว่าจะกอบกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ก็ใช้เวลากว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่ฟากพระสวามี “เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์” เคยเปิดบริษัทรับจ้างผลิตรายการทีวี “Ardent” โดยมุ่งนำเสนอประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ กระนั้น ธุรกิจไม่รุ่งเท่าไหร่ หลังมีปากเสียงกับพระเชษฐา “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ตอนที่พยายามจะขอเข้าไปเก็บภาพ “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ขณะกำลังศึกษาที่เซนต์ แอนดรูว์ส เมื่อพระชายาก่อเรื่องใหญ่จึงพลอยโดนหางเลขไปด้วย ต้องเลิกธุรกิจทุกอย่างถาวร แล้วหันกลับมารับใช้ราชวงศ์เต็มตัว ตามประสาเวิร์คกิ้งวูแมนที่ทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาครึ่งค่อนชีวิต เคยเปิดบริษัทประชาสัมพันธ์เป็นของตัวเอง “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” ยอมรับว่า ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่ถึง 5 ปี เพื่อหาที่ทางของตัวเองในฐานะสมาชิกใหม่ของราชวงศ์วินด์เซอร์ หลายครั้งพยายามเข้าไปช่วยงานด้านสาธารณกุศล แต่ก็ยังจับทางไม่ถูกหาที่ลงไม่ได้ เมื่อเกิดเรื่องกับ “เมแกน มาร์เคิล” ซึ่งมาจากครอบครัวชนชั้นกลางเหมือนกัน จึงเข้าใจหัวอกได้ดี ทั้งคู่สนิทสนมกัน เพราะสมัยนั้นพระตำหนักของ “เจ้าชายแฮร์รี่” อยู่ห่างจากพระตำหนักของ “เจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด” เพียง 16 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ผลจากการลาออกจากราชวงศ์ของคู่เกรียนแห่งทศวรรษ “แฮร์รี่-เมแกน” ทำให้สปอตไลต์หันมาจับจ้องที่ “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” อย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อโอกาสมาถึงมือพีอาร์เก่าอย่าง “เคาน์เตสโซฟี” ก็ทรงสามารถเรียกคะแนนนิยมได้อย่างต่อเนื่อง ถึงกับได้รับคำชมจากสื่อบางสำนักว่า วางตัวเป็นธรรมชาติดี ดูไม่หิวแสง หรือพยายามสร้างภาพเกินไป แค่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด สิ่งหนึ่งที่ “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” พยายามอย่างหนักที่จะพัฒนาตัวเองมาตลอดคือ เรื่องรสนิยมแฟชั่นการแต่งกาย จนพักหลังสามารถเปลี่ยนตัวเองจากมนุษย์ป้า กลายมาเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์แฟชั่นของราชวงศ์อังกฤษได้อย่างเหลือเชื่อ แถมยังติดทำเนียบเดียวกับ “เจ้าหญิงเคท” ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ย้อนกลับไปตอนถูกแฉเทปลับต่อรองธุรกิจกับชีคอาหรับ ถือเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตของ “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” ก็ว่าได้!! หนักยิ่งกว่าตอนโดน “เดอะ ซัน” เอาภาพเปลือยอกขึ้นหน้าหนึ่ง ก่อนวันอภิเษกสมรสไม่ถึงเดือน ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2001 เทปฉาวดังกล่าวถูกเปิดโปงโดย “นิวส์ ออฟ เดอะ เวิลด์” นอกจากในบทสนทนาลับกับชีคอาหรับจะแอบอ้างราชวงศ์เพื่อต่อรองธุรกิจ เคาน์เตสยังหลุดปากดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์และนักการเมืองดังๆของอังกฤษ โดยเรียกขานองค์ควีนว่า “old dear” และวิพากษ์วิจารณ์ความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีอังกฤษหลายสมัย ตั้งแต่จอห์น เมเจอร์, โทนี แบลร์ ไปจนถึงกอร์ดอน บราวน์ แถมล้อเลียนรูปร่างหน้าตาของ “วิลเลียม เฮก” ผู้นำฝ่ายค้านยุคนั้น ซ้ำเม้าท์ไม่หยุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” กับ “คามิลลา ปาร์คเกอร์ โบวล์ส” ขนาดฟันธงว่า คู่นี้ไม่มีทางได้แต่งงานกัน ตราบใดที่ “ควีนมัม” ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ แถมนินทาเรื่องบนเตียงของพระสวามีสนุกปาก อย่างไรก็ดี สำนักพระราชวังบัคกิ้งแฮมออกมาปฏิเสธข่าวพาดหัวดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการนั่งเทียนเขียนข่าวขึ้นเอง โดยไม่มีข้อมูลความจริง และสุดท้าย “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” กับ “เจ้าฟ้าชายเอ็ดเวิร์ด” ต้องออกมาประกาศเลิกทำธุรกิจทุกอย่าง ในปี 2002 เพื่อลดแรงกดดัน พร้อมให้คำมั่นว่าจะอุทิศตัวให้กับราชวงศ์ ทำงานรับใช้องค์ควีนตลอดชีวิต เฮ่อ!! เก็บเนื้อเก็บตัวเงียบได้เป็น 10 ปี แต่ก็ไม่วายตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่อปลายปี 2011 คราวนี้ “เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์” โดนวิจารณ์หนัก เพราะดันไปรับจิวเวลรี่ 2 เซ็ตใหญ่ เป็นของขวัญล้ำค่าจากกษัตริย์และนายกฯของบาห์เรน ระหว่างเป็นผู้แทนพระองค์เสด็จเยือนบาห์เรนอย่างเป็นทางการ ทั้งๆที่กฎมณเฑียรบาลระบุชัดห้ามพระราชวงศ์รับของมีค่าเป็นของกำนัลเด็ดขาด!! ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำ.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ